เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีเพื่อแก้ไขปัญหาการอ่านไม่ถูกต้อง
และเจตคติต่อการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน นางขนิษฐา บุญด้วยลาน
พ.ศ. 2549
การรายงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1)เพื่อศึกษาปัญหาการอ่านที่ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสองคอนวิทยาคม 2)เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3)เพื่อศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี 4)เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านตามอักขรวิธีก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี และ 5)เพื่อเปรียบเทียบเจตคติก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีโดยนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยและรายงานผลในครั้งนี้คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสองคอนวิทยาคม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่แบบสำรวจความสามารถทางการอ่านตามอักขรวิธี แบบทดสอบวัดความสามารถทางการอ่านตามอักขรวิธีแบบทดสอบจัดลำดับความสามารถทางการอ่านตามอักขรวิธี แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การอ่านตามอักขรวิธี และแบบสอบถามเจตคติต่อแบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี วิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบข้อมูลด้วยค่าทดสอบที (t - test ) แบบ Dependent ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
1.การศึกษาปัญหาการอ่านไม่ถูกต้องตามอักขรวิธีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสองคอนวิทยาคม ผู้รายงานพบว่านักเรียนมีความบกพร่องทางการอ่านไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี แตกต่างกัน จำนวน 14 รายการปัญหา
2.แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.15/87.7 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80
3.นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านตามอักขรวิธีโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีมีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านตามอักขรวิธีหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีอักขรวิธีสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกรายการปัญหา
4.นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี มีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านตามอักขรวิธีหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
5.นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี มีเจตคติหลังการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธีสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านตามอักขรวิธี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
การทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์
และสร้างความพึงพอใจในการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
นพพร จินาพันธ์
โรงเรียนเทศบาลวัดกำแพง(อุดมพิทยากร)
สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑
ประกาศคุณูปการ
นวัตกรรมเรื่อง การทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ และสร้างความพึงพอใจ ในการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ด้วยความกรุณาจาก นางลัดดา เจียวก๊ก ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดกำแพง(อุดมพิทยากร) ที่อนุญาตให้ผู้ศึกษาค้นคว้าใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้
ขอขอบพระคุณ นายสรรชัย ศรีสุข นางสาวรัชนี หมั่นเพียรและนางชลธารา ถานิสโร ที่ให้ข้อแนะนำ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผลงานด้วยความเอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่ง
ขอขอบพระคุณนายเกรียงศักดิ์ ฤทธิรงค์ นางศิริพร ไตรรัตน์สิงหกุล นางศรัณย์ธร ติมพรุสกานนท์ นายชัยยุทธ์ ห่วงศรี นางสุนันท์ ผิวคราม นางบุษบา จันทร์สุข นางสาวบังเอิญ เอี่ยมยิ้ม และนางสาวสุรีวรรณ สงวนสุข ผู้เชี่ยวชาญที่กรุณาตรวจแก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ แผนการจัดการเรียนรู้เน้นทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ และแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียน ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้
ขอขอบคุณนางสาวอัญชัญ อำพันธ์ นางสาวเกศินี ควรหา นางสาวเขมิกา พวงแก้ว และนายปรีชากร นามแสงผา น้อง ๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาลวัดกำแพง(อุดมพิทยากร) พร้อมด้วย นางสาวสิริบล ยะโส นายอรรคกร กุศล และนายเชิงชาย ตุ่นแก้ว ที่ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้
ขอขอบคุณผู้ที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่นี้ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ท้ายสุดนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าขอน้อมรำลึกคุณบิดา มารดา และครอบครัว ที่ให้ความเมตตา และเป็นกำลังใจสนับสนุนในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ด้วยดีตลอดมา
นพพร จินาพันธ์
บทคัดย่อ
นพพร จินาพันธ์ (๒๕๕๑) : การทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ และสร้าง
ความพึงพอใจในการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เพื่อนำเสนอ สำนักการศึกษา
เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ให้ได้เกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ และเพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ก่อนและหลังการทดลอง รวมถึงเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกที่สร้างขึ้น
กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาลวัดกำแพง(อุดมพิทยากร) ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ซึ่งได้มาจากกลุ่มประชากรจำนวน ๒ ห้องเรียน และมีการสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก ๑ ห้องเรียน (Simple Random Sampling) ซึ่งมีจำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาค้นคว้าทั้งสิ้น ๓๐ คน ในการทดลองครั้งนี้จะใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest Design สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๑๐ ชุด ใช้แผนการจัดการเรียนรู้เน้นทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ ใช้แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ และใช้แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึก มีการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน และค่าสถิติการทดสอบค่าที (t-test Dependent Samples)
ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
๑. แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ ๘๖.๐๐/๘๖.๖๗
๒. ผลการเรียนรู้เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์หลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ สูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑
๓. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ที่มีต่อการใช้แบบฝึกเสริมทักษะ การอ่านคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกหัวข้อ และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้ออยู่ในระดับมากที่สุดทุกข้อ
ม่ายมี
5555จัยคับ