
"ครูคือผู้ปลุกอำนาจลี้ลับในตัวลูกศิษย์ให้ตื่นขึ้นมา"
พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุบอกว่า ในแต่ละยุคสมัยก็มีทั้งความเจริญและความเสื่อม ..หน้าที่ของผู้มีปัญญา คือจับหลักของความเจริญและจับหลักของความเสื่อม พยายามให้ความเสื่อมเกิดขึ้นน้อยที่สุด และทำในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นความเจริญให้ปรากฏมากที่สุด
ผมเห็นใจที่สถาบันอุดมศึกษา มีก้างปลาติดคาคออยู่หลายขยัก ทั้งเรื่องออกนอกระบบ เรื่องการแข่งขัน เรื่องไม่คุยภาษาเดียวกัน เรื่องทิศทางดำเนินนโยบายการศึกษาเชิงกระบวนการ เพื่อเชื่อมโยงกับสังคมภายนอกให้มากขึ้น จะได้ลดคำครหาที่ว่า มหาวิทยาลัยไม่ร้อนไม่หนาวกับสังคม คุณภาพยังตามหลังความเป็นสากล ส่วนสังคมท้องถิ่นก็ห่างด้วย ผลงานดีๆด้อยๆผสมกันไป บางเรื่องก็ทำได้ดีเช่นส่งนักศึกษาไปตอบปัญหาโอลิมปิค มีเหรียญเงินเหรียญทองคล้องคอกลับมา บางแห่งติดป้าย ต้อนรับเฉพาะนักศึกษาที่แต่งกายสุภาพเรียบร้อย จุดนี้อธิบายได้หลายมิติ
อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ได้บุกเบิกเรื่องค่ายบัณฑิตอาสา เอาไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง พันธกิจเรื่องนี้นอกจากจะเชื่อมโยงความคิดความรู้ความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของคนไทยระหว่างกันแล้ว ประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับอาจารย์และนิสิตนักศึกษาที่ไปร่วมงานค่าย มีความหมายเชิงสังคมการศึกษาอย่างลึกซึ้ง อย่างน้อยก็ช่วยให้นิสิตได้สัมผัสโจทย์ในสังคมตัวจริงเสียงจริง คณาจารย์มีทักษะที่จะนำนิสิตนักศึกษาลงไปหาโจทย์วิจัยในชุมชน สามารถออกแบบวิธีเข้าถึงวิถีชีวิตไทยได้อย่างชัดเจน ไม่เป็นคนแปลกหน้า และพูดภาษาวิชาการกับชาวบ้านได้รู้เรื่อง จุดนี้สำคัญ เพราะเรามีปัญหาเรื่องวิชาการทื่อๆสื่อความหมายไปถึงชาวบ้านไม่ได้
ผมดีใจทุกครั้งที่เห็นอาจารย์คณะนั้นคณะนี้ ชวนลูกศิษย์ลงพื้นที่ไปกินนอนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่บ้านต่างๆ ไปเรียนวิชาชีวิตและสังคม ไปทดสอบเนื้อหาและหลักสูตร ไปทดลองโจทย์วิจัยใหม่ๆที่ศึกษาแล้วเกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง ไปเรียนวิธีประสานความร่วมมือกับภาคสังคม ไปเชื่อมน้ำจิตน้ำใจระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ ไปสร้างความตระหนักในบทบาทวิชาการประสานวิชาชีพ ไปสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคการศึกษา เพื่อให้เห็นว่า ตอนนี้พวกเราเหยียบขี้ไก่ฝ่อแล้วนะ
ปีนี้เครื่องเริ่มร้อนบ้างแล้ว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผศ.ดร.ภาวดี ภักดี คณะเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะมา2-3-4 ก.พ. คณะเกษตร ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต จะมาไล่ๆกัน8-9-10ก.พ. คณะเภสัชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบล คณบดีหารือขอนัดเวลา นอกจากนี้นักศึกษาในสายมหาวิทยาลัยชีวิต เริ่มเดินหน้าเข้ามาชุดแรกในวันที่5-6นี้ ประเภทฉิ่งฉับทัวร์จากคณะศึกษาศาสตร์ก็มีมาแวบๆให้ไก่ตื่นอยู่เรื่อยๆละครับ
พระครูสีลวัฒนาภิรม บอกว่า..อุดมคติเดิม เขามีเพื่อพัฒนาคนให้รับผิดชอบ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อุดมคติปัจจุบัน กลับให้ไปรัก เศรษฐกิจ สังคม การเมือง กลายเป็นรวยกระจุก แล้วจนกระจาย รวมเศรษฐกิจและสังคมทั้งหลายมาไว้ที่คนกลุ่มหนึ่ง แล้วกระจายความยากจนไปให้กับคนทั้งประเทศ
Key Word
: จัดการศึกษาสนองตลาดแรงงานมาก สนองท้องถิ่นน้อย
: จ่ายครบ จบแน่
: ต้นทุนความคิดน้อย ความพยายามต่ำ อยากจบง่ายๆเร็วๆ
: ราคาวิชาความรู้ และเทคโนโลยี ที่นำเข้าแพงกว่าราคาน้ำมันหลายเท่านัก
: นำเข้าน้ำมันเกือบ100%เพราะประเทศเราไม่มีวัตถุดิบ แต่การนำเข้าวิชาความรู้และเทคโนโลยีเกือบ100% ทำให้เราเสียดุลการค้าอย่างน่าเวทนา
กรายสวัสดีครับพ่อครูบา
เป็นนิมิตรที่ดีมาก ที่ท่านอาจารย์ตั้งใจพานักศึกษามาชนบท
ผมลองตั้งประเด็น ให้นักศึกษาเหล่านั้น(บางคนบอกว่าเป็นเด็กชนบท) ช่วยกันอธิบาย ครับว่า
หากตอบไม่ได้เลย มันสะท้อนว่า ระบบการศึกษามันดึงคนออกจากชุมชน ดึงคนออกจากรากเดิม ทั้งๆที่หลายคนเป็นคนมาจากชนบท
......ฯลฯ......
นี่คือการชกเบ้าตาระบบการศึกษาเหมือนกันนะครับ
นี่เป็นการตีแสกหน้าระบบการศึกษาเหมือนกันนะครับ
ตีเถอะ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการกระตุกให้เขาได้คิดบ้างครับ
น่าสนใจจริง....
มาจอบเบิ่ง..
การศึกษา ตกอยู่ในมือ คนที่เข้าใจผิดเรื่องการศึกษา
มันก็งี้แหละครับ
อีกหน่อย น้ำท่วม กทม 2 เมตร ก็ ล้าง ระบบกันใหม่