ผีวเมียกั๋นหากฝ่ายใดฝ่ายนึ่งต๋ายก่อนจะต้องมีก๋ารปั๋นแบ่งผีหื้ต๋ายไปดีที่ชอบๆเต๊อะ

อันว่าคนเราเมื่อยู่กินกันเมื่อยังชีวิตก็รักใคร่กันดี  ถึงเมินนานไปอาจจะใคร่จางรักลงบ้างก็เป็นธรรมดาของหัวจิตหัวใจของผู้เป็นมนุษย์โลกเผลอๆอาจรักไม่ยั่งยืนเลิกรากันไปเมื่อยังชีวิตอยู่ก็มี แต่ที่แน่ๆเมื่อตายจากกันไปแล้วนี่สิมันต้องมีการปั๋นแบ่งผี  ไม่งั้นผู้ตายกลายเป็นผีกลับมาหลอกหลอน  จะเอาคู่ชีวิตที่ยังชีวิตอยู่ไปอยู่ด้วยที่เมืองผีทีนี้แหละใครๆก็กลัวตาย แม้รักกันยังไงๆก็ขออยู่เป็นคนไปดีกว่า เอาหละเมื่อเป็นกันยังงี้มันต้องมีวิธีการแยกกันให้มันรู้แล้วรู้รอดผีก็ให้อยู่พอผี  คนก็ขอให้อยู่พอเป็นคน

เมื่อคู่ชีวิตตายลงก่อนที่จะเอาศพออกจากบ้าน พ่อหมอผู้เป็นปู่จ๋ารย์ก็จะกระทำพิธีปั๋นแบ่งผี พิธีการดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปบ้างเล็กๆน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น  ขึ้นอยู่กับวัสดุอุปกรณ์ที่หาง่ายในพื้นบ้านนั้นๆเริ่มตั้งแต่

บางแห่งใช้ก้านกล้วย  บางแห่งใช้ก้อนอิฐ  บางแห่งใช้ก้านบัว  บางแห่งใช้ก้านต้นบอนหรือตูน  แล้วแต่สะดวก  เมื่อได้วัสดุดังกล่าวมาแล้ว  ก็จะใช้สวย(กรวย)ดอกมัดหันหัวสวยออกไปข้างหัวท้ายก้านกล้วย  เมื่อจะเอาศพออกจากบ้านพ่อหมอก็จะให้คู่ชีวิตที่ยังอยู่เป็นผู้เอามีดตัดกลางก้านกล้วยขาดเป็นสองท่อน แบ่งเอาไว้หนึ่งท่อนอีกท่อนหนึ่งเอาฝากไว้บนหล้อง(โลง)ศพเพื่อนำไปเผากับศพในป่าช้า ก้านกล้วยและสวยดอกนี้เองเรียกกันว่าการปั๋นแบ่งผี

ก่อนที่จะตัดพ่อหมอจะให้คู่ชีวิตบอกกล่าวกับผู้ตายแล้วแต่ใจจะกล่าวบางคนก็เสียดายคู่ชีวิตที่ร่วมทุก์กันมานาน ก็อาจจะบอกว่า  " ชาติหน้าถ้ามี  ให้พี่ได้พบรักเธอ   อยู่เรียงเคียงขวัญบำเรอจะรักเธอไม่รู้เสื่อมคลาย...."  อะไรทำนองนี้  หมายความว่าขอให้พบกันเป็นคู่ชีวิตกันทุกๆชาติโดยมิเบื่อหน่าย 

แต่บางคู่มันโกรธกันจนตายก็มี  ถึงสาปแช่งกันก็มีอย่างไรก็ตามผู้คนเขาบอกว่าอย่าให้มีเวรแก่กันและกันเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายตายตายลง ผู้ที่อยู่ก็ไปบอกกล่าว "   ...สิ้นสุดกันที  ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหนเท่านี้ก็สาแก่ใจ  ซาบซึ้งทรวงในอกเรา..สิ้นชาติขาดกันตั้งแต่วันนี้แหละหนา........" สรุปเอาว่าไม่ว่าชาติใดๆก็พอกันที  หรือภาษาล้านนาว่ากันว่า "  ปอเน่อมอย "  ไม่ต้องเจอะเจอกันอีกแถมซ้ำ

บางคู่ก็ปลงตกเป็นกลางๆว่าเออคนเราเมื่อพบกันมันก็จากกันเป็นธรรมดาของคนที่เกิดมาในโลกก็ทำใจได้เมื่อคู่ชีวิตตายลงก็บอกกล่าวเป็นกลางๆไปว่า" เออ..ขอหื้อไปที่ชอบ....ที่ชอบเน้อ......ใคร่อยากกินอะไรก็มาเข้าฝัน  ใคร่ไปที่ไหนๆก็ไปตามใจชอบ....."คำพูดบอกกล่าวยังงี้แหละมันทำให้ผู้ตายหรือผีผู้ตายมันจะย้อนมาลากเอาชีวิตผู้อยู่ให้ตายไปด้วย  เพราะว่าผีโกรธตอนที่เป็นคนพูดจาด่าห้ามมิให้ไปโน่นไปนี่  บาร์ คลับ  ผัด  เธก  ห้ามไปเด็ดขาด   กิ้กก็ห้ามติดต่อ   โอย...จิปาถะที่จะห้าม  แต่พอตายลงกลับบอกให้ไปที่ชอบๆ  ก็ไม่รู้ว่าเมืองผีมันมีที่เที่ยวหรือที่ชอบๆหรือเปล่า หมู่ผีมันนิยมมีกิ้กมีก๊อกเหมือนคนหรือก็ไม่รู้เออตายแล้วยังมาสร้างคำถามในใจให้กันอีก

เอาละเป็นอันว่าปั๋นแบ่งผีกันแล้ว  เมื่อเอาศพไปป่าช้าสิ่งของที่ตัดแบ่งปันปู่อาจ๋ารย์ก็จะเอาใส่ในโลงศพเผาเป็นเถ้าถ่านสูญหายไปจากโลกนี้เช่นกัน   ส่วนก้านกล้วยของฝ่ายที่อยู่เขาก็จะเอาไปฝากไว้กับเก๊าไม้(โคนไม้)ปล่อยให้มันเน่าเปื่อยสูญสลายไปตามธรรมชาติเช่นกัน

  ด้วยวิธีการนี้ทำให้ผู้เป็นคู่ชีวิตที่ยังอยู่ค่อยผ่อนคลายสบายใจว่าเออ เราได้ตัดขาดจากผีแล้วมิต้องกลัวคู่ชีวิตที่ตายไปกลับมาหลอกหลอน หรือหวงแหนมิให้ไปแต่งงานใหม่  หรืออาจอยู่กับลูกหลานต่อไปจนสิ้นอายุขัย

การปั๋นแบ่งผีจะไม่มีกับผู้คนที่อยู่เป็นโสดแก่เฒ่าจนตายหรือเป็นหม้ายหย่าร้างแล้วก็เสียชีวิตลงตามอายุขัยเช่นกัน เรื่องปั๋นแบ่งผีล้านนาก็จบลงเท่านี้   เต้าอี้แหละนายเฮย