เงียบๆ แบบนี้ ไม่ได้ไปไหนกะใครหรอกปีใหม่นี้ คงมีทุนรอนไม่เพียงพอ แต่จะนำความรู้ที่ได้จากที่ตนเองได้เข้าร่วม "ชมรมสร้างสุขภาพเมืองคนดีสุราษฎร์ธานี" มาเล่าให้ฟังก่อนที่จะลืมเขียนไป ชมรมนี้ได้เริ่มตั้งมานาน แต่ไม่ปรากฎว่าเมื่อใด (ไม่ทราบ) กิจกรรมหลักเป็นการออกกำลังกายโดยการนำของครูศักดิ์ชาย สมุทรเก่า (ครูแบน) ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการนำศิลปะการป้องกันตัวเข้ามาผสมผสานกับการเต้นอารบิค และได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังการบรรยายการรักษาสุขภาพเกี่ยวกับบริโภค เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2550 ณ โรงแรมวังใต้ มาติดใจที่ฝรั่ง ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างมาก เนื้อฝรั่ง 100 กรัมมีคุณค่าทางอาหารประกอบไปด้วย
- วิตามิน B1 0.06 มิลลิกรัม
- วิตามิน B2 0.13 มิลลิกรัม
- วิตามินC 160.00 มิลลิกรัม
- วิตามินA 89.00 มิลลิกรัม
- ค่าพลังงานความร้อน 51.00 กิโลแคลอรี
- แคลเซี่ยม 13.00 มิลลิกรัม
- เหล็ก 0.50 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 25.00 มิลลิกรัม
- คาร์โบไฮเดรต 11.60 กรัม
- โปรตีน 0.90 กรัม
- เส้นใย 6.00 กรัม
- ไขมัน 0.11 กรัม
- ความชื้น 80.70%
- มีสารเพคตินเป็นจำนวนมาก

คุณค่าทางโภชนาการของฝรั่ง พบว่ามีมากกว่าผลไม้หลายชนิดโดยเฉพาะวิตามิน C และ A มีมากกว่ามะนาวถึง 4 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบผลไม้ที่คนไทยนิยมบริโภคเป็นประจำ เช่น ทุเรียน ลำไย เงาะ และมะม่วง จะพบว่าฝรั่งมีวิตามิน C มากกว่าผลไม้ดังกล่าวประมาณ 3-4 เท่า มีวิตามิน A มากกว่าผลไม้ดังกล่าวเป็นจำนวนมากยกเว้นมะม่วง มีพลังความร้อนต่ำกว่าผลไม้ดังกล่าวซึ่งจะทำให้เมื่อรับประทานเป็นจำนวนมากแล้วไม่เกิดอาการร้อนใน มีเส้นใยมากกว่าผลไม้ดังกล่าวถึง 5 เท่า และมีไขมันต่ำกว่าผลไม้ดังกล่าวมาก
เราสามารถบริโภคฝรั่งได้มากกว่าวันละ 2 ผล โดยที่ไม่อ้วนแน่นอน
สวัสดี น้องเศษหนึ่งสวนสี่