อยู่ดีมีสุข

จากที่ได้รับผิดชอบประสานการทำงานภายใต้ภารกิจถ่ายโอนให้ อปท. จำนวน  2  ตำบล  คือ ตำบลคอนฉิม  และตำบลแวงใหญ่  จาก  3  ปีที่ผ่านมา  ทั้ง อบต. คอนฉิม  และ เทศบาลตำบลแวงใหญ่ ได้ให้ความสำคัญกับงานการพัฒนาการเกษตรมากขึ้น และได้จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานถ่ายโอนโดยตรง มาเป็นผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ และท่านนายกก็ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ใหม่ภายใต้ อปท. ซึ่งทำให้เห็นว่า  ภารกิจการถ่ายโอน โดยเฉพาะ ศูนย์บริการและถ่ายทอดฯ ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่เป็นแม่งานของทุกภารกิจใน  9  ภารกิจที่ถ่ายโอน ถ้าชัดเจน ถ่ายโอนจริง ๆ  แค่อย่างเดียว ไม่ให้กรมติดยึด ในกรรมการศูนย์  14  คน หรือ ต้องเกษตรเป็นเลขา  น่าจะทำให้การพัฒนาการเกษตรระดับดำบลเป็นไปได้ดีขึ้นกว่านี้  ( จากประสบการณ์) เพราะถึงอย่างไร นักวิชาการหรือเกษตรตำบลเดิม  ก็ติดพื้นที่เข้าใจพื้นฐานสภาพปัญหา  ศักยภาพ ชุมชน มองแนวทางพัฒนาออกอยู่แล้ว แต่งบประมาณจากส่วนกลางไม่มี ต่อปี ลงเฉลี่ยไม่ถึง 10,000  บาทต่อตำบลด้วยซำ ก็ไม่รู้จะมาผูกยึดทำไม เมื่อ อปท. เขาดูแลได้ดีกว่า ก็นาจะโอนให้เต็ม ๆ ไม่แทงกั๊กไว้   3  ปี ที่ผ่านมา อบต. และเทศบาล อุดหนุนการประชุมกรรมการศูนย์  ปีละ  20,000  บาท ปี  50 ให้ 35,000  บาท  ปี  51   อุดหนุนถึงแห่งละ  40,000  บาท และยังจัดงบประมาณสนับสนุนตามแผนพัฒนาการเกษตรอีก  แห่งละ  200,000 - 400,000 บาท แต่ไม่รู้ว่าศูนย์อื่น ๆ ที่เข้าไม่ถึง อปท. ไม่สร้างความคุ้นเคย  ความเชื่อมั่น  เชื่อถือ เขาจะดูแลแค่ไหน หรือ  ยังมีศูนย์เหลืออยู่หรือไม่  หรือเป็น 0

  วันที่  25-26  ธันวาคม  2550 ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแวงใหญ่  ภายใต้เทศบาลตำบลแวงใหญ่ สถานที่ตั้ง  ณ แปลงโครงการ 1 ตำบล 1 ฟาร์ม บ้านบะแค หมู่ที่ 5  ตำบลแวงใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่เอกชนยกให้ใช้ประโยชน์ ระยะเวลา  10 ปี ของแม่ประพาต  แก้วจันทร์ ผู้มีจิตสาธารณะ พื้นที่  10  ไร่ เพื่อทำเป็นแปลงไร่นาสวนผสมตัวอย่างให้ชุมชนมาร่วมเรียนรู้ ดูงาน ฝึกปฏิบัติด้านการเกษตรที่หลากหลาย และอำเภอแวงใหญ่ได้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของอำเภอ ในปี  2549 เป็นต้นมา  ภายใต้การบูรณาการของหลากหลายหน่วยงาน

        วันที่  25 ที่ผ่านมา เทศบาลตำบลแวงใหญ่ ได้ขอใช้สถานที่จัดอบรมเกษตรกร ตามโครงการส่งเสริมยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุบ กิจกรรมส่งเสริมการปลูกปอเทืองเพื่อเพิ่มรายได้และปรับปรุงบำรุงดินนา ซึ่งเป็นผลจากเวทีประชุมกรรมการศูนย์ประจำเดือน ได้เสนอโครงการต่อผู้บริหารเทศบาล และได้รับงบประมาณ  จำนวน  40,000  บาทมาซื้อเมล็ดพันธุ์ปอเทือง ให้ศูนย์บริการเป็นกองทุน ให้ผู้สนใจยืมไปปลูก แล้วส่งคืนเท่าเดิมเมื่อเก็บเกี่ยวเพื่อให้มีเมล็ดพันธุ์ปลูกได้อย่างยั่งยืน โดยเทศบาลโดยท่านรองนายกชาญชัย  ดงอานนท์ มาเป็นประธานเปิดอบรม และนักวิชาการส่งเสริมเราได้เป็นวิทยกรบรรยายให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้สนใจกว่า  80  คน วันที่  26 ( วันนี้) หลังอบรมเราก็มอบเมล็ดพันธุ์ไปปลูกเพื่อให้ทันฤดูการในช่วงก่อน ปีใหม่ เพราะปอเทืองจะปลูกได้ผลดี ต้อง ภายในเดือน  พฤศจิกายน  นะ...