เด็กนักเรียนชั้นประถม คิดอย่างไรกับการทำบุญใส่บาตร.....

ครูอ้อย  ได้มีโอกาสสังเกตในคราวที่โรงเรียนได้จัดกิจกรรมประเพณีทำบุญตักบาตร...เนื่องในวันขึ้นปีใหม่   ที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  

ในปีนี้ได้จัดขึ้นเมื่อวานนี้เอง  ครูอ้อยเป็นครูเวรประจำวัน  ได้ยืนที่หน้าประตูด้านข้างโรงเรียน   ไดยินพิธีกรของกิจกรรมได้ประกาศ  เป็นช่วงๆ  ว่า..ผู้ปกครองที่มีความประสงค์จะทำบุญตักบาตรร่วมกับบุตรหลาน เรียนเชิญที่โต๊ะตั้งไว้รอบสนาม 

ฝ่ายวินัยของโรงเรียนได้จัดนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ห้องละ 5 คน  มาเป็นอาสาสมัครเด็กวัด  เพราะไม่รู้ว่า...ชาตินี้จะได้เป็นเด็กวัดกันบ้างหรือเปล่า.....

ครูอ้อยชอบความคิดของครูพิธีกรผู้นี้มากเลย...

ยืนเฝ้าประตูโรงเรียน  สักครู่หนึ่ง  ผู้ปกครองนักเรียนที่มีลูกเล็ก  วิ่งมาถามครูอ้อยว่า....ไม่ได้จัดสิ่งของอาหารแห้งให้ลูกเลย...จะทันไหมนี่ครู   ขณะนั้นเวลา 07.30 น.แล้ว 

ครูอ้อยแนะนำว่า...ควรจะหาให้ลูกนะ  เพราะเพื่อนๆ เขามีกัน  แล้วลูกจะน้อยเนื้อต่ำใจ....  เด็กนักเรียนประถม  มีสภาพจิตใจที่เปราะบาง  ต้องทะนุถนอมและเอาใจใส่เป็นอย่างดี  

ต่อมาไม่นาน  นักเรียนก็เริ่มใส่บาตร  ครูอ้อยไม่ได้ใส่บาตรที่โรงเรียนในปีนี้  เพราะต้องการมาใส่บาตรกับคุณพ่อคุณแม่   และไม่มีโอกาสไปจับจ่ายซื้อของเลย

 

ไม่นานนัก  ก็เริ่มพิธี  นักเรียนดำเนินการทุกขั้นตอน  โดยมีครูคอยกำกับตลอดเวลา   ผู้ปกครองที่ยังไม่ไปทำงานก็รออรับศีลรับพร...มีหลายตอนที่  น่าประทับใจมากกับการใส่บาตรครั้งนี้  

เช่น  การพูดว่า...ทำบุญตักบาตร  เริ่มหายไป  กลับกลายเป็น...ทำบุญใส่บาตร  

เพราะเราไม่ได้หุงข้าวสวย  ไม่ได้ใช้ทัพพีตักข้าวใส่บาตร  จึงไม่ได้เรียกว่า..ตักบาตร  เปลี่ยนมาเป็น......ทำบุญใส่บาตร  เพราะ...จับถุง  จับขวด  ใส่ลงไปในบาตร...เพื่อความสำดวก

 

ในขณะที่ใส่บาตรกันอยู่  ก็มีนักเรียนมาถามท่าน ผู้อำนวยการโรงเรียนว่า..ใส่บาตรได้ไหมคะ  ท่านก็ตอบว่า..ใส่ได้สิ...

พอท่านผอ.พูดจบ  พวกเธอก็หยิบอาหารแห้งในถาดของท่าน ผอ.ไปใสในบาตรพระ  ทันที....

 

ครูอ้อย ยืนที่หน้าประตู  จึงสังเกตพบว่า...นักเรียนเกือบทุกคน  มีถุงพลาสติค   ใส่อาหารแห้ง  อาหารกระป๋อง...เกือบทุกคน  ถุงใหญ่บ้าง  เล็กบ้าง  ตามแต่ฐานะของบ้านและครอบครัว...

แต่ก็ทีเรื่องสนุกอีก...ครูอ้อยแกล้งถามนักเรียนคนหนึ่งว่า..เชื่อว่าใส่บาตรแล้ว  จะได้อะไร....นักเรียนก็ตอบด้วยคำตอบ แตกต่างกัน  ตามวุฒิภาวะในการเรียนรู้ของนักเรียน.

.เช่น  นักเรียนชั้นอนุบาล  ตอบว่า...อยากเรียนเก่งค่ะ 

นักเรียน ป.1-2 ตอบว่า....อยากให้คุณพ่อคุณแม่รักมากๆ  ...ครูอ้อยก็เลยบอกว่า.....คุณพ่อคุณแม่ของนักเรียน  รักนักเรียนมากๆแล้วล่ะค่ะ..พวกเธอก็เลยเปลี่ยนว่า..ขอให้พวกเธอเรียนเก่งๆ....