รอยยิ้มเอาชนะทุกอย่าง...แม้การเริ่มต้นที่ยากเย็น

หลังจากรถไฟเข้าเทียบชานชลาล่าช้าไปเกือบ 20 นาทีตามกำหนดการที่แจ้งไว้หน้าตั๋ว

ในที่สุดการสู้รบปรบมือกับแก็งค์เด็กค่ายของฉันก็จบลง

ฉันเดินขึ้นรถไฟตามหมายเลขหน้าตั๋ว คันที่ 9 เลขที่นั่ง 19

เมื่อก้าวขึ้นขบวนรถทุกที่นั่งเต็มเรียบร้อยแล้ว เว้นไ้ว้เพียงที่นั่งเดียว ฉันจึงเดินตรงไปตรวจสอบอีกครั้งอย่างไม่ลังเลว่าีที่นั่งตรงกับหมายเลขในตั๋วโดยสารรถไฟของฉันหรือไม่

ฉันยิ้มให้ผู้ร่วมเดินทางที่นั่งติดกับฉันเป็นการแทนคำขออนุญาติ ฉันแอบมองเพื่อนร่วมทางข้างขวาของฉันที่ยังใส่ชุดกางเกงสีกากีของนักเรียน ม.ปลาย พร้อมกับชีสแบบเรียนภาษาฝรั่งเศล และสายตาที่จับจ้องอยู่ที่หน้ากระดาษตลอดเวลา

เค้าตั้งใจอ่านหรือไม่อยากคุยกับฉันกันหนอ...

การเดินทางบนรถไฟไม่โยกเยกและโคลงเคลงมากเมื่อเทียบกับรถทัวร์ที่ฉันใช้เดินทางเป็นประจำ ฉันจึงสามารถเขียนบันทึกการเดินทาง และอ่านหนังสือที่เตรียมไปได้

แต่ฉันไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร เพราะคอยแต่สนใจเด็นน้อยเพื่อนร่วมทางของฉัน และตั้งคำถามในใจทำไมจึงยังใส่ชุดนักเรียนเดินทางไกล จากอ่านเสร็จ เิริ่มเขียน เขียนเสร็จ คุยโทรศัพท์ สักพักหลับตา...ฉันกำลังเล็งจังหวะการเริ่มต้นบทสนทนาระหว่างฉันกับเด็กน้อย...

การเริ่มต้นช่างยากเย็น ท่าทางต้องมีอุปกรณ์ช่วยซะแล้ว

การจดจ้องเพื่อนร่วมทางของฉันเริ่มถูกรบกวนด้วยเสียงท้องร้อง โชคดีที่มีแม่ค้าขายผลไม้เดินขึ้นมาพร้อมกับผลไม้ที่พร่องตระกร้าไปบ้างแล้ว ฉันเลือกมะม่วงมันมาหนึ่งถุง เพื่อนร่วมทางฉันกำลังคุยโทรศัพท์ ฉันกำลังรอจังหวะพร้อมอุปกรณ์ในมือ...

ทานมะม่วงไหมจ๊ะ...นี่คือ การเริ่มต้นบทสนทนาของฉัน

เด็กน้อยขวนเขินระคนตกใจแต่ยิ้มกว้างเห็นฟันเรียงสวยงาม

"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ"

แล้วเราก็เริ่มคุยกัน... คำถามที่ฉันอยากรู้เริ่มพรั่งพรู

เด็กน้อยนั่งรถไฟมาจากหัวลำโพงปลายทางเชียงใหม่ เพื่อสอบสัมภาษณ์คณะมนุษยศาสตร์ ม.. ในเช้าวันรุ่งขึ้น

ฉันถามกลับว่ามนุษย์ฝรั่งเศลใช่ไหม พี่แอบดูเราตั้งนานแล้วหละ...

แล้วฉันก็ถือโอกาสในฐานะลูกช้างรุ่นพี่ เล่าบรรยากาศของม.เชิงดอยที่รักของฉันให้ว่าที่ลูกช้างเชือกใหม่ฟัง...

การเดินทางของฉันมีสีสรรมากขึ้น เพราะมีกลิ่นอายของการแบ่งปันระหว่างพี่กับน้อง แม้เราเพิ่งรู้จักกัน...ฉันรู้สึกดีจัง

ท้องเราสองคนเริ่มร้องอีกครั้งหลังจากบทสนทนาของเราผ่านไปได้ระยะหนึ่งอย่างสนุกสาน จังหวะดีของเราสองคนอีกครั้งที่พนักงานของตู้สะเบียงเดินมาขายข้าวกล่อง ของฉันกระเพราหมูสับ และของน้องชายกระเพราะไก่

ฉันขออาสาเลี้ยงว่าที่ลูกช้างในมื้อนั้น พร้อมกับอวยพรให้โชคดีในการสอบ

บทสนทนาของเราดำเนินมาถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากรถไฟเทียบท่าที่เชียงใหม่...ไป ม.. อย่างไร และกลับอย่างไร

ไม่มีใครมารับ และจะกลับทันทีหลังจากสอบเสร็จ

ฉันเริ่มกังวลแทน แต่ฉันติดงานตอนเจ็ดโมงเช้าของวันใหม่ไม่เช่นนั้นฉันคงขับรถไปส่งถึงตึกคณะมนุษย์แน่นอน ฉันจึงสอบถามตึกที่จะไปสอบพร้อมชี้แนะการเดินทาง เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว ฉันเห็นว่าเด็กน้อยควรพักผ่อนเตรียมความพร้อมสำหรับสนามสอบในวันพรุ่งนี้ เราจึงแยกย้ายกันนอน

รถไฟถึงเชียงใหม่เจ็ดโมงเช้า...ฉันผิดนัดจนได้...

ฉันรอว่าที่ลูกช้างจองตั๋วรถไฟขากลับ แล้วส่งขึ้นรถเมล์พร้อมบอกกระเป๋ารถเมล์ถึงปลายทางม.เชิงดอย

การร่ำลาเกิดขึ้น มีรอยยิ้ม การอวยพร การไหว้ขอบคุณ และรับไหว้จากฉัน...

แต่ฉันลืมไปอย่างหนึ่ง...ฉันลืมถามชื่อมิตรใหม่ของฉันเสียแล้ว...สักวันหนึ่งเราอาจได้เจอกันนะลูกช้าง...

ขอให้โชคดี

มิตรภาพเกิดขึ้นได้เสมอ

อย่ากลัวกับการเริ่มต้น

รอยยิ้มชนะทุกอย่าง

ารให้มีสุขเป็นทวีคูณของรอยยิ้มผู้รับ...ฉันดีใจจัง