รูปแบบของบายศรีที่ใช้ในพิธีทำขวัญนาค จากต่างสถานที่ ต่างเวลามาให้ท่านได้ชมความแตกต่างที่เกิดขึ้นในยุคเก่าก่อน เมื่อประมาณ 20 ปีล่วงมาแล้ว

ทำขวัญนาค

(ตอนที่ 2) บายศรีแห้ง

 ความอิ่มเอมใจที่ได้รับกุศลผลบุญ

ญาติพี่น้องได้มารวมกัน

โดย ชำเลือง มณีวงษ์

          ในตอนที่ 2 นี้ ผมขอเล่าย้อนไปในอดีต เมื่อปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมา ก่อนหน้านั้นไม่มีภาพที่เก็บเอาไว้ หรือหลงเหลือที่จะนำเอามาให้ท่านได้เห็น และภาพสีในยุคนั้น (39 ปี ผ่านมาแล้ว) ก็ไม่สามารถที่จะรักษาคุณภาพสีให้คงเดิมเอาไว้ได้ เหลือแต่เพียงสีออกแดงปนน้ำตาล แต่ว่าก็เก็บเอาไว้ได้นานมาก  ยังดีที่ยังพอมีหลงเหลือเอาไว้ให้ได้เห็นบ้าง  ภาพในอดีตเป็นสิ่งที่สามารถมองย้อนกลับไปศึกษาเรื่องราวได้หลายอย่าง 

          พ่อคุณวัน มีชนะ ครูที่สอนทำขวัญนาคให้ผมมา ท่านได้เล่าถึงเครื่องประกอบพิธีที่สำคัญในสมัยนั้นว่า  ของส่วนใหญ่จะมีเก็บเอาไว้ที่วัด ไม่มีชาวบ้านทำเก็บไว้ที่บ้านหรอกหรอก ถือว่าเป็นของสูง เช่น บายศรีต้นที่เป็นหลักบายศรีมี 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น เวลาบ้านใครมีงาน จำเป็นต้องใช้ก็จะต้องไปขอเช่าที่วัดใกล้บ้าน ค่าเช่าก็ไม่แพง ในสมัยนั้นดูเหมือนจะราคาค่าเช่าเพียงงานละ 10-20 บาทเท่านั้น ส่วนแว่นติดเทียน ใช้ตอนเวียนเทียนเบิกบายศรีก็มีให้เช่าอีกเช่นเดียวกัน พานโตก ขันน้ำพานรอง รวมทั้งเครื่องถ้วยชามสำรับใส่อาหารคาวหวาน ไปขอยืมได้ทุกอย่างที่วัด พอเสร็จงานส่งคืนวัดพร้อมด้วยปัจจัยบริจาคแก่วัด เป็นค่าบำรุงสิ่งของ

          พูดถึงบายศรี เป็นเครื่องประกอบในการทำพิธี ทำขวัญนาคที่สำคัญมาก ในสมัยก่อน หมายถึงตอนที่ผมเริ่มฝึกหัดทำขวัญนาคใหม่ ๆ บายศรีที่เห็นจะเป็นบายศรีแห้ง ทำด้วยกระดาษแข็งสีต่าง ๆ ส่วนมากเป็นสีทอง  มีบายศรี 3 ชั้น 5 ชั้น น้อยบ้านที่จะทำบายศรี 7 ชั้น คนสมัยเก่าถือกันว่า ถ้ามียศ มีตำแหน่ง มีฐานะสูง จะต้องทำบายศรีให้มากชั้น (บายศรีก็จะสูงไปด้วย) บายศรีบางต้นเป็นโลหะประเภททองเหลือง ประเภทสังกะสีก็มี แข็งแรงมาก จัดเอาไว้กับหลักไม้มีฐานเป็นแผ่นไม้รองรับสามารถนำเอาไปตั้งได้อย่างมั่นคง เรื่องของความแข็งแรงเป็นยอด บายศรีที่ใช้ในการทำขวัญนาคในยุคเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนโน้น มักจะทำเพียง 3 ชั้น 5 ชั้นเรื่องของความสวยงามอาจจะไม่เท่ากับบายศรีดอกไม้สดในยุคปัจจุบันนี้  แล้วถ้าบ้านใดมีบายศรีหลักประจำอยู่ที่บ้านก็แสดงว่าบ้านนั้น เป็นบ้านของบุคคลชั้นสูง มีครู มีการรับส่งต่อมรดกกันมา แต่ว่าก็มีน้อยบ้านนักที่จะเป็นเจ้าของเครื่องประกอบพิธี ประเภทนี้

           บายศรีต้นในยุคก่อน ที่เขาต้องเน้นในเรื่องของความแข็งแรงก็เพราะ  สามารถนำเอาไปใช้ได้อีกหลายครั้ง ใช้ได้หลายงาน เมื่อเลิกใช้แล้วก็จะมีผ้าห่อหุ้มเอาไปเก็บในที่ ที่เหมาะสม เมื่อเวลาที่จะนำเอามาใช้อีกก็เพียงแต่นำเอาออกมาจากเครื่องที่ห่อหุ้ม จัดตั้งบนพื้นที่เรียบ ๆ ก็ใช้ได้แล้ว เวลาประกอบพิธีจะมีผ้าสี ผ้าบาง ผ้าม่านเป็นเครื่องห่อหุ้มปกปิดเอาไว้

          พูดถึงผ้าที่นำเอามาห่อหุ้มบายศรี เปรียบเอาไว้ว่าคือ ตัณหาที่เข้ามาปิดบังไม่ให้เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ชรา มรณะ ทุกข์ เห็นแต่ความสนุก ที่มาของพิธีการเปิดบายศรี ในพิธีทำขวัญนาค  บายศรีที่ถูกห่อหุ้มเอาไว้มืดมิดเช่นนั้น เปรียบได้แก่บุคคลที่ยังไม่ได้บวชหรืออุปสมบท  เมื่อเปิดผ้าหุ้มบายศรีออกมา หมายถึงได้เบิกบายศรีแล้วก็เปรียบเหมือนบุคคลที่จะได้หนทางที่สว่างไสวในทางธรรม  นั่นหมายถึงว่า เมื่อโหรา (ผู้ทำพิธีเบิกบายศรี) ในพิธีการทำขวัญนาคตอนที่ทำการเบิกบายศรี เป็นการเปิดเอาความบริสุทธิผุดผ่อง เปิดเอาความสว่างเป็นแสงส่องนำทางต่อไป

        

         ภาพนี้เมื่อ 1 เมษายน 2514 (เมื่อประมาณ 37 ปี) พ่อคุณวัน มีชนะ ทำขวัญนาคชำเลือง มณีวงษ์ ให้สังเกตที่หลักบายศรี เป็นบายศรีแบบเก่าที่ประดิษฐ์มาจากวัสดุแข็งประเภทโลหะ เน้นที่ความแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้หลาย ๆ ครั้ง ก่อนที่จะเปิดผ้าออกมา หมอขวัญจะใช้ผ้าม่านห่อหุ้มเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น จะมาเปิดผ้าม่านที่ปิดออกตอนเวียนเทียน เบิกบายศรี

         

          ภาพนี้หมอขวัญคือ นายชำเลือง มณีวงษ์ ทำขวัญนาคเฉลิม นาคคำ ที่ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2532  (เมื่อ 19 ปีที่ผ่านมา) บายศรีที่ใช้ประกอบพิธี ประดิษฐ์มาจากวัสดุประเภทโลหะ ทาหรือพ่นด้วยสีเขียวให้ดูคล้ายสีของใบตอง เป็นบายศรีขนาด 5 ชั้น ฐานรองรับด้านล่างเป็นไม้จริงซ้อนกัน 5 ชั้นแบบลดหลั่นตามระดับ ทาด้วยสีแดง เมื่อตั้งใช้งานมีความมั่นคงแข็งแรงมาก

         

          อีกภาพหนึ่งที่จะชี้ให้เห็นบายศรีหลัก (เมื่อ 25 ปีที่ผ่านมา) ในงานนี้ เป็นพิธีทำขวัญนาคประจักษ์  เกตุสมบูรณ์ ที่บ้านดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2526  เสาหลักบายศรีเป็นไม้จริงแบบกลมขนาดไม่ใหญ่นัก บายศรี 5 ชั้นทำมาจากวัสดุที่คงทน ประดับด้วยดอกไม้แห้ง ส่วนที่ฐานหลักบายศรี เป็นไม้จริง 2 แผ่น วางซ้อนกัน ทำให้เมื่อนำเอามาวางมีความมั่นคง

           ผมได้นำเอารูปแบบของบายศรีที่ใช้ในพิธีทำขวัญนาค จากต่างสถานที่ ต่างเวลามาให้ท่านได้ชมความแตกต่างที่เกิดขึ้นในยุคเก่าก่อน เมื่อประมาณ 20 ปีล่วงมาแล้ว ในเรื่องของความสวยงามก็มี แต่หลัก ๆ เขาเน้นกันที่ความคงทนมากกว่า เพราะเมื่อใช้งานแล้วยังสามารถที่จะนำกลับมาใช้ได้ในครั้งต่อ ๆ ไป  จะอย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นเครื่องประกอบทั้งหลาย  ทั้งหลักบายศรี สิ่งที่นำเอามาประดิษฐ์เป็นบายศรีในแต่ละหวี ทำด้วยความรัก ความศรัทธา จนได้ผลงานออกมาจากฝีมือของคนที่มีความตั้งใจสูงยิ่ง  ความเป็นจริงบายศรีที่ใช้ประกอบพิธีจะประดิษฐ์มาจากวัสดุประเภทใด คงมิใช่ประเด็นหลัก  หากแต่ขอให้สิ่งที่นำเอาจัดทำนั้น เขาทำด้วยความสุขใจ อิ่มเอมใจที่ได้รับกุศลผลบุญและได้เห็นญาติพี่น้องจากบ้านไกลได้มารวมกัน

           ห้ามความเชื่อและศรัทธาคงห้ามไม่ได้  สิ่งใดที่เป็นความสุข สิ่งใดที่เป็นความปรารถนาดีของผู้ที่ประสงค์จะทำดี เราคงได้แต่พลอยยินดีไปด้วย สุขใจแล้วที่ได้พบเห็น หลายครั้ง หลายงานที่ผ่านมา ที่ผมก็พลอยมีความสุขใจที่ได้รับประสบการณ์จากงานบวช  นี่คือ การเรียนรู้จากสถานที่จริง ที่ผมได้รับมาโดยตรง  เป็นความภาคภูมิใจที่ผมได้ไปร่วมในพิธีการอันสำคัญยิ่งของลูกผู้ชายไทยแล้ว