ผมให้ความมั่นใจกับคนท้องถิ่นเสมอในทุกเวที ถึงสิทธิที่พวกเขาพึงมี ในการดูแลบ้านเมืองของเขา ทุกคนมี สิทธิอันเท่าเทียม(Human Right) แม้ว่ากระบวนการบางอย่างของรัฐจะลดทอนสิทธิเหล่านั้นอย่างจงใจ และความมั่นใจเหล่านี้ ผมเชื่อว่าจะไปเร่งเร้าให้คนท้องถิ่นเกิดจิตสำนึกที่เป็นพลังทางสังคม (Social force) ในการปกป้องมาตุภูมิของพวกเขา

เราไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมาก เพียงแต่มีเพียง หนึ่งสมองและสองมือของคนเล็กๆคนหนึ่ง ที่เป็นนักพัฒนาบ้านนอกที่เดินทางตามวิถีความเชื่อของตนเอง

แม้ว่าสิ่งที่มากระแทกหลากหลายมากมาย แต่นั่นก็คือ กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น สุดท้ายได้ผลึกผลของประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งของผมเอง

 

ป่าสนสวยงามที่บ้านวัดจันทร์

อ้างอิงภาพจาก : http://www.rpst-digital.org/forum/showthread.php?p=19571

-------------------------------- 

ด้วยตระหนักและเจียมตัว สิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ตั้งใจ จะส่งผลอย่างไรในอนาคต อยู่ที่การทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ทำมหภาคไม่ได้ ก็ทำสิ่งเล็กๆ เล็กนั้นงาม (small is beautiful)  เหมือนนิทานที่ผมเคยฟังบ่อยๆเรื่อง นิทานปลาดาว เชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินมาบ้าง

มูลนิธิโครงการหลวงติดต่อมาเรื่อง ให้ช่วยเป็นวิทยากรกระบวนการในการเตรียมชุมชน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของบ้านวัดจันทร์  อ.แม่แจ่ม ...ยังไม่ทันได้รับรู้ในรายละเอียด การพูดคุยของผมทางโทรศัพท์วันนั้น ผมตอบรับในทีอยู่แล้ว ผมตกลงทันทีที่พูดคุยเสร็จ แม้ว่าวันที่ทำกิจกรรมผมมีงานอื่นอยู่บ้างแต่พอสับหลีกได้ และที่สำคัญเป็นวันหยุดปลายปีด้วย

การเปิดเวทีแรกในพื้นที่ใหม่ ส่วนใหญ่ไม่ได้เจาะลึกในกระบวนการมาก เพียงแต่ให้ชัดเจนในส่วนของ การศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับชุมชน (Completing a Feasibility) ประเด็นการท่องเที่ยวในเบื้องตน โดยมีมูลนิธิโครงการหลวงเป็นหน่วยงานที่ดูและกระบวนการในส่วนการสนับสนุน มีชุมชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผมมีหน้าที่ไปสร้าง commitment รูปแบบของการมีส่วนร่วมแบบพหุภาคี ต่อจากนั้นก็ยังมีกระบวนการอีกมากที่จะทำต่อ

บ้านวัดจันทร์เป็นพื้นที่ในความทรงจำผมมานานแล้ว ด้วยระยะทางไม่ไกลจากเมืองปาย เพียงเจ็ดสิบกว่ากิโลเมตร

พื้นที่ธรรมชาติ วันจันทร์ที่ผมเคยรู้จัก เป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยงท่ามกลางดงดอย มีต้นสนที่สวยงาม เรียงรายเต็มพื้นที่ ยามนี้พญาเสือโคร่งคงบานสีชมพูแต่งแต้มทั่วหุบเขาแถบนั้น บรรยากาศที่เงียบสงบ คุ้งน้ำที่สวยงามพร้อมไองามยามเช้า ใบเมเปิลเริ่มเปลี่ยนสีบ้างแล้ว ...ไม่น่าเชื่อเลยว่าพื้นที่ที่มีทรัพยากรสมบูรณ์ งดงามเช่นนี้อยู่กลางป่า แถบเทือกเขาถนนธงชัย

ช่างน่าหวงแหนยิ่งนัก..ผมรำพึงกับตัวเองเบาๆ เมื่อทุกอย่างประจักษ์แก่สายตา เดินทางจากปายเพียงอึดใจเดียว แต่ความเงียบสงบนั้นแตกต่างกัน เพชรมณีที่แทรกตัวงดงามกลางป่า ผมหวั่นใจเหลือเกินในในการเปลี่ยนแปลงที่ผมพอจะคาดเดาออก ที่กำลังคืบคลานมาในไม่ช้านี้

ผมตอบรับการเชื้อเชิญจากมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อมาเตรียมพื้นที่ในการสร้างจิตสำนึกร่วมของชุมชน (ผมขอใช้คำนี้) พร้อมผู้ช่วยซึ่งเป็นหนุ่มปกาเกอญอจากอินทนนท์ผู้ช่วยกระบวนกรในครั้งนี้  อย่างน้อยผมขอเป็นกลไกเล็กๆที่เริ่มต้นชวนคนท้องถิ่น คิดเรื่องอนาคตของบ้านของพวกเขา ออกแบบอนาคตที่จะมาถึงด้วยความระมัดระวัง เรามีบทเรียนอยู่หลากหลายในพื้นที่อื่น เราอยากใช้บทเรียนนั้นมาถอดกระบวนการเพื่อเรียนรู้พัฒนาพื้นที่แห่งใหม่...

กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง (fact) ที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว ในขณะเดียวกันการทำความเข้าใจอดีต หรือ make sense of the past  จาก จุดเรียนรู้ ที่อยู่ไม่ไกลเลย ผมหมายถึงเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเช่น เมืองปายของผมที่ทรัพยากรธรรมชาติถูกนำไปตอบสนองกับการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ (Commercialized Tourism) อย่างเต็มที่ และเพื่อการเรียนรู้ผลลัพธ์ที่เกิดจากการวางแผนพัฒนาเมืองที่รู้ไม่เท่าทันนั้นเป็นเช่นไร 

กรณีบ้านวัดจันทร์นั้นเตรียมไว้ก่อนดีกว่ามีปัญหาแล้วค่อยแก้ จะไม่ทันการเหมือนเมืองข้างเคียง

ผมให้ความมั่นใจกับคนท้องถิ่นเสมอในทุกเวที ถึงสิทธิที่พวกเขาพึงมี ในการดูแลบ้านเมืองของเขา ทุกคนมี สิทธิอันเท่าเทียม(Human Right) แม้ว่ากระบวนการบางอย่างของรัฐจะลดทอนสิทธิเหล่านั้นอย่างจงใจ และความมั่นใจเหล่านี้ ผมเชื่อว่าจะไปเร่งเร้าให้คนท้องถิ่นเกิดจิตสำนึกที่เป็นพลังทางสังคม (Social force) ในการปกป้องมาตุภูมิของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ผมทราบว่ากลุ่มเป้าหมายทั้ง ๓๐ คนที่จะเข้ามาร่วมในเวทีเตรียมความพร้อมประเด็นการท่องเที่ยวที่มูลนิธิโครงการหลวงจัดนั้น เป็นบุคคลสำคัญ (Key informant) ของท้องถิ่นที่นั่น ...ข้อมูลเบื้องต้นที่น่าภูมิใจนี้ ทำให้ผมต้องเตรียมการบ้านที่เข้มข้นและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน คิดในเวลาไม่กี่วันว่า ผมน่าจะมีกระบวนการอย่างไรกับเวลาเพียงวันสองวันที่ผมจะเดินทางไปในครั้งนี้

วันนี้ที่ปาย ผมก็กำลังคิดกระบวนการอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเช่นกันครับ J