ยิ่งผมเข้ามาสัมผัสการทำงานของภาครัฐและภาคประชาสังคมมากขึ้นเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งได้ความรู้ว่าประเทศไทยนั้นร่ำรวย ไม่ได้ยากจนขาดแคลนงบประมาณอย่างที่ผมเคยเข้าใจเลย

งบประมาณที่เราลงทุนในเรื่องต่างๆ นั้น มากกว่าโครงการที่ผมเคยได้เห็นและได้สัมผัสจากต่างประเทศที่เราเรียกว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยซ้ำครับ เรียกได้ว่าถ้าชาวต่างชาติมาเห็นงบประมาณของเราแล้ว จะต้องตื่นตะลึงกันไปแน่นอน

แต่ปัญหาของเราเท่าที่ผมสังเกตเห็น คือเรา "ใช้เงินไม่เป็น" ครับ

เราไปเน้นการสร้าง "ยอดคน" สร้าง "คนเก่ง" เพราะเราเชื่อว่าคนเก่งเหล่านี้จะมาช่วยพัฒนาประเทศชาติในเรื่องต่างๆ ได้

โดยความคิดของการลงทุนเช่นนี้คือการที่ "คนเก่ง" นั้นเมื่อสร้างได้แล้ว ก็จะมา "สั่งและสอน" ให้คนอื่นได้หลุดพ้นจากความลำบากลำบนครับ

เท่าที่ผมสังเกต การสร้าง "คนเก่ง" ผู้จะมา "สั่งและสอน" นั้นคือเงื่อนไขของการลงทุนในการพัฒนาคนของประเทศไทย กล่าวอีกนัยหนึ่งเราเน้นที่ค้นหา "ผู้มีบุญมาเกิด ที่จะมาชี้นำสังคม" นั่นเองครับ

ในขณะเดียวกัน ผมพบว่าประเทศที่เราชื่นชมในการพัฒนาคนนั้น เขาไม่ได้สร้าง "คนเก่ง" ระดับ "ยอดคน" แต่เขาเน้นสร้างให้ "ทุกคนเป็นคนเก่ง" เพราะเขาเชื่อว่า "คนทุกคนมีความเก่งในตัวเอง" เพียงแต่ต้องการส่งเสริมให้ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการเท่านั้นเอง

แล้ว "คนเก่ง" ที่ไม่ใช่ "ยอดคน" เหล่านี้ ในที่สุดแล้วเขาก็จะ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" กันเอง เราจึงเห็นงาน collaborations ข้ามสาขาทางความคิดในประเทศเหล่านั้นเกิดขึ้นมากมายกลายเป็น innovations ขนาดใหญ่ เพราะเขาเก่ง "เท่าเทียมกัน" เพียงแต่ "เก่งคนละเรื่อง" เท่านั้น เขาจึงทำงานกันได้

นี่คือสาเหตุที่ประเทศเหล่านั้นมีคนเก่งด้านต่างๆ มากมาย ไม่ว่าด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์แขนงต่างๆ ในขณะที่ประเทศไทยที่ลงทุนไปเยอะแต่กลับมีแต่ยอดคนเพียงหยิบมือเดียว แล้วจำกัดอยู่ในด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้นด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในสาขาอื่นถือว่าอยู่ในระดับ "ผู้ตาม" เท่านั้น

เลยยิ่งกลายเป็นเงื่อนไขทำให้เราต้องนำยอดคนด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งขาดความเข้าใจในมุมมองสังคมศาสตร์มา "สั่งและสอน" สังคมด้วย ก็กลายเป็นต้นตอของปัญหาสังคมที่แก้ไม่ตกเพราะย้อนวนเข้าตัวเองกันไปใหญ่

ความเชื่อที่คิดว่าเก่งวิทยาศาสตร์แล้วจะเก่งเรื่องอื่นๆ ไปด้วยนี่น่ากลัวมากครับ ผมคิดว่าเราเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่ใช้นักวิทยาศาสตร์ทำงานผิดสาขาวิชามากที่สุดครับ

แล้วด้วยระบบ "ยอดคนนำ" นี้ collaboration มันเลยเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมันมี "วรรณะ" ระหว่าง "ยอดคน" กับ "ผู้ตาม" เข้ามาขวางกั้น การพัฒนาประเทศชาติก็ไปไม่ถึงไหน เพราะ "ยอดคน" ก็ไม่ยอมลดตัวลงมาเป็นคนธรรมดาเสียที เนื่องจากถูกสั่งสอนมาตลอดจากระบบว่าฉันคือยอดคน ฉันต้องเป็น "ผู้นำ" เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ "ผู้ตาม" ก็คร้านจะตาม เพราะเขารู้อยู่ทั้งรู้ว่า "ผู้นำ" นำไปผิดทาง แต่การ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" เมื่อเกิดขึ้นไม่ได้ดังนั้นถอยห่างไปจะดีกว่า

นี่ไม่ต้องพูดถึงการเมืองภายในระหว่างยอดคนด้วยกันเพื่อเป็นยอดของยอดคนนะครับ

ผมจึงเชื่อว่าประเทศไทยจะพัฒนาได้หากเราเลิกทุ่มเททรัพยากรสร้าง "ยอดคน" เพียงแค่หยิบมือเพื่อให้มา "สั่งและสอน" แต่เปลี่ยนมาเสริมพลังให้ "คนธรรมดาทุกคน" มีพลังในการ "แลกเปลี่ยนเรียนรู้" ครับ