วันนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว...ไชโย ๆ ๆ ๆ

 

                                                       

 

              ฉันถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งและเสียงดังเป็นพิเศษ หลังจากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่อยู่สิบเอ็ดเดือน ในการพยายามอดกลั้นกับความอยากได้ อยากมี อยากกิน อยากเที่ยว ที่เกิดขึ้นในใจฉัน เพื่อให้ความตั้งใจของฉันประสบผล..และวันนี้ฉันทำสำเร็จแล้ว..ไชโย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ             

            ฉันรู้จักกับเงินพลาสติกใบแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗  เมื่อฉันมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพ ฯ และประกอบธุรกิจขายตรงอัญมณี หาทุนเรียนหนังสือ            

            ในปีพ.ศ. ๒๕๓๑ ฉันย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ในช่วงนี้เริ่มจะรู้จักบัตรเครดิตและสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของธนาคารแห่งหนึ่ง              

            หลายปีผ่านไปฉันสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของอีกหลายธนาคาร ตามแต่ความพอใจรายการส่งเสริมการขายของทางธนาคาร การใช้จ่ายในแต่ละบัตรไม่ค่อยจะควบคุมการใช้งาน อยากได้อะไร อยากกินอะไร อยากทำอะไร ก็รูดบัตรเครดิตตลอด...มันมือฉันล่ะ...                          

             จนกระทั่งวันหนึ่ง การเงินฉันเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง การใช้จ่ายเริ่มไม่ชนเดือน ก็มาตั้งสติว่าเราจะทำอย่างไรกับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีเงินเท่าไรก็ต้องนำไปจ่ายค่าบัตรเครดิตหมด              

            จึงเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาด้วยการจด...จดค่าใช้จ่ายทุกอย่างทุกวัน  แล้วแยกเป็นประเภทต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน น้ำมันรถยนต์ ประกันรถยนต์ ซ่อมรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์บ้าน ท่องเที่ยว เสื้อผ้า ตัดผม เป็นต้น              

             ต่อไปคือ รวมค่าใช้จ่ายในประเภทต่างๆ ว่าในแต่ละเดือน ฉันใช้จ่ายเป็นเงินเท่าไรในแต่ละประเภท ทีนี้นำประเภทต่างๆ มาแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน (ค่าผ่อนรถ เติมน้ำมัน เป็นต้น) รวมค่าใช้จ่ายในกลุ่มนี้ กับกลุ่มที่สองคือ ค่าใช้จ่ายที่เหลือทั้งหมด จัดเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หรือยังไม่จำเป็น...รอได้               

             ฉันเริ่มจะมองเห็นพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ฉันมีความจำเป็นต้องจับจ่ายซื้อหาสิ่งของเหล่านั้นมากขนาดไหน แต่ก็ต้องมีตรงไหนที่พอจะตัดออกไปได้บ้าง

              สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ ทำงบประมาณค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ฉันจัดสรรการเงินของฉันให้เป็นสัดส่วน

             ทำแบบนี้เป็นประจำทุกเดือน เครื่องมือสำคัญคือ การจดรายการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งช่วยให้เห็นว่ารายได้ในแต่ละเดือนรั่วไหลไปทางไหนบ้าง  ฉันต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้จ่ายเงินเพื่อให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงตัวและคุ้มค่า

              สิบเอ็ดเดือนผ่านไป ฉันจึงหลุดจากบ่วงหนี้ ตลอดสิบเอ็ดเดือนฉันรู้สึกสงสารตัวเอง แต่มีสติคอยเตือนอยู่เสมอว่าต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ฉันเอาตัวเลขทั้งหมดมารวมกันดูว่าฉันเป็นหนี้เมื่อสิบเอ็ดเดือนที่แล้วเท่าไร ?   

     หนึ่งแสนห้าหมื่นกว่าบาท คือตัวเลขหนี้ธนาคารที่ผ่านการปลดหนี้ของฉัน              

             จากบทเรียนข้างต้นในทุกวันนี้...ฉันควบคุมการใช้เงินอย่างไม่ประมาท ถ้ายังไม่จำเป็นก็ค่อยซื้อ หากอยากได้ให้ทนไปก่อน รอจนกระทั่งมีการให้ผ่อนระยะยาว ดอกเบี้ย 0 % และตรวจดูว่าเงินที่เก็บไว้มีเพียงพอที่จะใช้หนี้ จึงบรรจุไว้ในงบประมาณและจัดสรรค่าใช้จ่ายในเดือนถัดไป...น่ากลัวมากครับเงินพลาสติก 

                                     สวัสดีครับ