ดร.วิไล
ปราสาทศรี ผู้อำนวยการศูนย์บริการ วิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต
ขอนแก่น กรมวิชาการเกษตร
ได้กล่าวถึงรายงานการสำรวจพื้นที่การปลูกมะละกอในประเทศไทยเมื่อปี
พ.ศ.
2545
มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ
150,000
ไร่
และปี
พ.ศ. 2549
พื้นที่ปลูกมะละกอลดเหลือเพียง
55,000
ไร่เท่านั้น
ในขณะที่การบริโภคของคนไทยภายในประเทศกลับเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อพื้นที่ปลูกมะละกอลดลง อาจจะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนมะละกอได้ในอนาคตและสุดท้ายอาจจะต้องสั่งนำเข้ามะละกอจากต่างประเทศ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้พื้นที่การปลูกมะละกอลดลง
ดร.วิไล บอกว่าเกิดจากการ ระบาดของโรคจุดวงแหวนที่เกิดจากเชื้อไวรัส
PRVS
ทำให้ต้นมะละกอมีอาการใบเหลืองด่าง
มีจุดวงแหวนที่ผลและหยุดการเจริญเติบโต
ผลผลิตลดลงจนไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และวิธีการแก้ปัญหาโรคจุดวงแหวนแบบยั่งยืนในขณะนี้จะต้องพัฒนาพันธุ์มะละกอที่ตัดต่อสารพันธุกรรมเพื่อต้านทานการเกิดโรคนี้
ความจริงการพัฒนาพันธุ์มะละกอตัดต่อสารพันธุกรรมในประเทศไทยประสบผลสำเร็จก่อนใครในเอเชียด้วยซ้ำไป
น่าเสียดายที่งานวิจัยได้หยุดชะงักลงเนื่องจากมีบางหน่วยงานไม่เห็นด้วยกลัวว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต
แต่สภาพความเป็นจริง
คนไทยโดยเฉพาะคนอีสานยังต้อง บริโภคส้มตำด้วยการใช้มะละกอดิบเป็นหลักจะหาพืชหรือผลไม้อื่นมาทดแทนไม่ได้
ดังนั้นเกษตรกรไทยจะต้องปลูกมะละกอแขกดำศรีสะเกษ
ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของคนไทยที่เหมาะทั้งบริโภคดิบ
(ทำส้มตำ) และสุก มะละกอพันธุ์แขกดำศรีสะเกษไม่ใช่มะละกอ
GMOs
และจัดเป็นพันธุ์มะละกอที่ดีที่สุดพันธุ์หนึ่งของไทยที่ปรับปรุงพันธุ์โดยศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ
ดังนั้นเทคนิคและวิธีการปลูกมะละกอแขกดำศรีสะเกษเพื่อลดปัญหาการเกิดโรคไวรัสจุดวงแหวนจะต้องเน้นถึงความสมบูรณ์และแข็งแรงเป็นหลัก
เกษตรกรไม่ควรปลูกมะละกอซ้ำที่เดิมทางกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้ปลูกมะละกอแขกดำในระบบการปลูกพืชหมุนเวียนและปลูกหลายรุ่น
เช่น
ถ้าเกษตรกรมีพื้นที่ปลูกมะละกอจำนวน 4 ไร่
ให้ทยอยปลูกทีละไร่และในการปลูกมะละกอ
ในแต่ละรุ่นนั้นให้เก็บเกี่ยวผลผลิตเพียง 2 คอเท่านั้น
(ให้ต้นมะละกอติดผลเพียง 2 รุ่นเท่านั้น)
ถึงแม้ว่าจะมีโรคจุดวงแหวนเข้ารบกวนบ้างก็ยังให้ผลผลิตได้
หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตครบ
2
รุ่นให้โค่นต้นมะละกอทิ้งทันทีและปลูกถั่วเขียวทดแทน
ดร.วิไลยัง
แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะของการปลูกมะละกอว่า สำหรับพื้นที่ที่มีระบบน้ำที่ดีหรืออยู่ในเขตชล
ประทาน ควรจะเริ่มต้นเพาะเมล็ดมะละกอแขกดำศรีสะเกษในช่วงเดือนธันวาคม
เมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ
45
วัน
ให้นำไปปลูกในช่วงเดือนมกราคม ดูแลรักษาต้นให้แข็งแรงและสมบูรณ์มะละกอจะเลี้ยงผลในช่วงฤดูฝนพอดี
เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้จะช่วยลดปัญหาโรคไวรัสจุดวงแหวนลงได้แต่ไม่ยั่งยืน
มะละกอ
เกษตรสิงขร
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช · 24 ธ.ค. 2550
nulek · 24 ธ.ค. 2550
พานโฮม · 24 ธ.ค. 2550
นางสาวพิมพ์ใจ ขาวสะอาด · 24 ธ.ค. 2550
แล้วเจ้าหน้าที่เกษตร เข้าไปช่วยอะไรบ้างค่ะ ของเรื่องนี้.
ความห่วงใยต่อเกษตกรคือหัวใจครับ***มีการเปลี่ยนแปลงหลากหลายเรื่องเพื่อพัฒนาด้านการเกษตร **ปลูกมะละกอบนคันนา เปลี่ยนสายพันะใหม่ แต้สู่โรคใบหงิปมะละกอไม่ได้ ****เหมือนเพลี้ยไก่ฟ้าในยอดกระถินหน้าแล้ง***แก้ไม่หาย**เกษตรตำบลทำได้ดีที่สุดคือส่งเสริมการปลูกให้มากที่สุดเฝ้าระวังพร้อมศึกษาไปพร้อมกับเกษตรกรหรือใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรในพระราชดำริ***หากมีข้อมูลกรุณาชี้แนะด้วยครับ***ข้าผู้น้อยินดีน้อมรับ**จาก***วชร101---