CSR ในมุมมองของความรับผิดชอบที่แท้จริง
ขอแนะนำหนังสือเกี่ยวกับ CSR ของแท้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่าน ชื่อ “CSR การสร้างธุรกิจด้วยพลังวิสัยทัศน์” ของสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา ๒๕๕๐ เป็นหนังสือแปล แปลจากเรื่อง Visionary Business : An Entrepreneur’s Guide to Success โดย Marc Allen, 1995 เป็นหนังสือที่กล่าวถึง CSR โดยไม่เอ่ยคำว่า CSR แม้แต่คำเดียว จะมองว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับ CSR ก็ได้ เกี่ยวกับวิธีทำธุรกิจ ก็ได้ เกี่ยวกับธรรมะ ก็ได้
ผมมองว่าเป็นเรื่องของความเป็นจริงของโลกที่คนมักหลงมองข้าม ผมจะยกประโยคเด็ดมาลงไว้สัก ๒ – ๓ ตัวอย่างนะครับ
“คุณต้องมีจุดมุ่งหมายที่สูงส่งกว่าการทำเงินจากธุรกิจ ถ้าคุณมีจุดมุ่งหมายที่สูงกว่า คุณจะนำพลังที่มีอยู่ทั้งหมดออกมา พลังทั้งที่อยู่เบื้องหลังคุณ และในตัวคุณ พลังที่จะเกื้อหนุนคุณไปสู่เป้าหมาย คุณจะได้รับการสนับสนุนจากทุกที่ บางส่วนตามที่คุณวางแผนไว้ และจากบางส่วนที่คุณไม่สามารถวางแผนได้ มันเกือบจะเป็นเรื่องลี้ลับทีเดียว สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่ามันลี้ลับ ผมเคยเห็นมันเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้ามีจุดมุ่งหมายเพียงแค่หาเงิน คุณจะเหี่ยวเฉาตาย คุณอาจประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่คุณจะยังคงรู้สึกไม่ได้รับการเติมเต็ม …”
ในฐานะคนแก่ที่ผ่านโลกมาพอสมควร ผมมีประสบการณ์สอดคล้องกับถ้อยคำนี้
“แต่ละคนควรใช้เวลาคิดถึงจุดมุ่งหมายของเรา และค้นพบจุดมุ่งหมายของเรา จุดมุ่งหมายที่จริงแท้ส่วนใหญ่เป็นการรับใช้บางอย่าง เป็นบางรูปแบบของความรัก บางรูปแบบของการเอื้อประโยชน์ต่อมนุษยชาติ หรือต่อดาวเคราะห์ดวงนี้ เราแต่ละคนจำเป็นต้องค้นให้พบจุดมุ่งหมายของเรา เพื่อจะได้บรรลุความสำเร็จที่แท้จริง”
“สิ่งที่พวกเขาจะต้องตระหนักก็คือ ความรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของพนักงานและสิ่งแวดล้อม ความเป็นเจ้าของมีความรับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านี้เช่นเดียวกับเรื่องผลกำไร”
หนังสือเล่มนี้เหมาะแก่คนที่ต้องการพัฒนาวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ทุกคน
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ธ.ค. ๕๐
จุดมุ่งหมายที่จริงแท้ส่วนใหญ่เป็นการรับใช้บางอย่าง เป็นบางรูปแบบของความรัก บางรูปแบบของการเอื้อประโยชน์ต่อมนุษยชาติ หรือต่อดาวเคราะห์ดวงนี้
... เราแต่ละคนจำเป็นต้องค้นให้พบจุดมุ่งหมายของเรา เพื่อจะได้บรรลุความสำเร็จที่แท้จริง”
เมื่อเรามีเป้าหมายแห่งการเดินทางที่ชัดเจน ด้วยการมาจากการมีสัมมาทิฐิ กะปุ๋มก็เชื่อว่าจะทำให้เรามีพลังอย่างมหาศาลต่อการกระทำสิ่งที่ดีงาม
......
ผลแห่งการพัฒนาตนเองโดยเฉพาะในระดับจิตวิญญาณแล้วจะนำไปสู่การพัฒนา...สรรพสิ่งรอบตัวเราได้อย่างมหาศาล...ค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับบันทึกนี้ค่ะ
(^______^)
กะปุ๋ม
เห็นด้วยคะว่าถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจนแล้ว เราต้องมุ่งสู่จุดนั้นด้วยใจจดจ่อทุกขณะ และมุ่งหาวิธีที่จะไปสู่จุดนั้นไม่ทางใดทางหนึ่ง หากมีอุปสรรคก็ต้องคอยแก้ไขแต่ไมใช่นำมาเป็นเงื่อนไข ทำเช่นนี้จะคงคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างที่อาจารย์หมอได้แนะนำคะ
ขอบพระคุณคะที่มอบสิ่งดี ๆ ให้สังคมไทย
เห็นด้วยค่ะ เป้าหมายนั้นน่าจะต้องท้าทายด้วยและต้องมีความเชื่ออย่างจริงใจว่าทำให้เกิดประโยชน์ให้คนส่วนใหญ่จะทำให้เราภูมิใจอย่างไม่รู้ลืมและมุ่งมั่นทำโดยไม่รู้เบื่อเลยถึงแม้จะมีอุปสรรคอย่างมากมาย
ขอบพระคุณอาจารย์ที่หมั่นเขียนทำให้หยิบความรู้จากบล็อกไปใช้ได้หลายๆครั้งค่ะ