ได้ทราบจากบล็อกเกอร์ กศน.แจ้งว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านการพิจารณาจาก สนช.เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2550
เมื่อวานจึงเป็นวันประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งสำหรับการต่อสู้เรียกร้องให้ได้มาซึ่งเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ของชาวบ้าน เปลี่ยนนิยาม กศน.ในความหมายที่แคบที่หมายถึงแต่การศึกษานอกโรงเรียนที่ตรงข้ามกับการศึกษาในโรงเรียนเท่านั้น เป็นการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กศนอ.ที่มีความหมายกว้างกว่า
ผ่านการพิจารณาเอาในช่วงเวลาเกือบปิดฉาก สนช. ท่ามกลางม็อบมากมาย ลุ้นกันใจระทึกทีเดียวว่างั้นเถอะ
ของใหม่ กศนอ.จะต้องทำตนกันอย่างไรให้เป็นที่ถูกใจและเป็นที่คาดหวังของสังคมได้แค่ไหน คิดว่าฝ่ายเสธทั้งหลายคงขบคิดกันอย่างหนักอยู่แล้วในขณะนี้
ผมเองต้องขอใช้เวทีนี้ขอขอบคุณชาว gotoKnow ทุกท่าน ที่ช่วยกันระดมความคิดเห็น ผลักดัน จนเป็นผลขึ้นมา ที่จะต้องบันทึกไว้ในความทรงจำของผมคือ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ที่เขียนบทความ เรียกร้องให้ และอีกหลายท่าน......ละไว้นะครับ เอ่ยชื่อไม่หมดจริงๆ
ที่ขอบคุณผ่านหน้าบันทึกนี้ไม่ได้ อย่างเช่น ดร.อุทัย ดุลยเกษม ท่านประยงค์ รณรงค์ ปราชญ์ชาวบ้าน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์ ที่ผมเองไปรบกวนหลายครั้งทั้งเขียนบทความ ไปพูดอภิปรายเสวนาในเวทีต่างๆให้ คงหาโอกาสไปขอบคุณด้วยตนเองต่อไป
ขอบคุณไว้ชั้นหนึ่งก่อนนะครับ ผ่านเป็นกฏหมายแล้วก็ยิ่งมีเรื่องรบกวนอีกมากมายเยอะแยะครับ
ขอบคุณนะครับ
สวัสดีครับครูนง
ของกศน.พ้นไปแล้วเป็น กศนอ. แต่ศูนย์เทคโน ฯ ได้ข่าวตอนเช้าว่าต้องรอรัฐบาลใหม่ ไม่ทันแล้วรัฐบาลนี้
ก็ต้องรอไปอีกพัก แต่คิดว่าบุคลากรที่จะรับราชการต่อคงต้องหาทางขยับขยาย
แต่ก็ไม่ทราบว่ารัฐบาลใหม่จะมีแนวคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ให้หวาดเสียวกันต่อไป แต่ในโครงสร้างใหม่ของกศนอ.ไม่มีศูนย์เทคโนครับ
โชคดีครับ
นายช่างใหญ่ครับ
ระฆังหมดยกที่ 5 ดังขึ้นแล้ว ยังไม่ทันที่ ร่าง พรบ.ศูนย์เทคโนฯจะเสร็จสิ้น รอรัฐบาลใหม่นะครับ ลุ้นกันต่อไป
เอาเอินนะ ว่ากันใหม่
ลุงเอกได้ไปร่วมเป็นวิทยากรกับ ผอ.สมบัติ สุวรรณพิทักษ์ ในการเสนอเอกสารหลักสูตรธรรมาภิบาล รุ่นที่ 2 ของ กศน.เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างงานเลี้ยงก็เตรียมลุ้น พรบ.ฉบับนี้ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ กศนอ.จะเป็นอีกความหวังหนึ่งของสังคม
ที่สำคัญอีกอย่าง จะเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนเกี่ยวกับการศึกษา การเรียนรู้อย่างไรดี พรรคการเมืองต่างๆก็ไม่ค่อยมี vision ที่จะให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อชีวิต สนับสนุนแต่เรียนฟรีในระบบ
เห็นด้วยกับคุณปัทมาวดีว่า ยังมีเรื่องที่จะต้องทำต่ออีกเยอะ โดยเฉพาะการทำให้นักการเมืองและสังคมได้เข้าใจว่าการศึกษาและการเรียนรู้เป็นส่วนหนื่งของชีวิต ที่จะเป็เครื่องมือในการพัฒนาชีวิตตนเองและสังคมให้ดีขึ้น ไม่ใช่พิธีกรรมที่ต้องเข้ามาร่วมเพื่อให้ได้ใบเบิกทางเพื่อไปทำงาน หรือมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น แต่ก็คงต้องให้เวลาเพราะการศึกษากระแสหลัก(ในโรงเรียน) ยังแรงมาก และนักการเมืองส่วนใหญ่ก็ผ่านในระบบนี้มา และในขณะเดียวกันก