ในหลวงแห่งชนชาวสยาม

ในหลวงแห่งชนชาวสยาม 

วันนี้ (๑๔ ธ.ค.๕๐) มีไอกาสได้ฟังบรรยายเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดย ผอ.สายเมือง  วิริยศิริ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งนับว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลา ๒ ชั่วโมงเต็มของการนั่งฟังบรรยาย ทำให้ทราบถึงความเป็นมาเกี่ยวกับโครงการฯ ซึ่งนับเป็นความโชคดีของชาวไทย ที่มีองค์พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อปวงชนชาวไทยอย่างแม้จริง ซึ่งผมคงไม่สามารถบรรยายหรือเล่าให้ฟังได้อย่างท่าน ผอ. แต่โดยสรุปที่ผมอยากเล่าต่อกันฟัง คือ 

๑.       พระองค์เติบโตมาด้วยการทรงเลี้ยงของสมเด็จย่า อย่างสามัญชน แต่ด้วยความเมตตา และเห็นแก่ประโยชน์ของปวงชน

๒.     พระองค์ทรงมีจุดเปลี่ยนของชีวิตด้วยการขึ้นครองราชต่อจากองค์รัชกาลที่ ๘

๓.      พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์และเป้าประสงค์ของการพัฒนาประเทศอันยาวไกลนับตั้งแต่ทรงพระราชทางพระปฐมบรมราชโองการ

๔.      พระองค์ทรงปกครองโดยทศพิธราชธรรม

๕.      หัวใจสำคัญประการหนึ่งของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ ผลของการพัฒนานั้นต้องไม่เกิดความขัดแย้ง แต่สร้างสุขแต่ชาวมหาชนอย่างแท้จริง

 ๖.       พระองค์ทรงคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง ตามข้อมูล ข้อเท็จจริง ตามหลักวิชาการ ก่อนพระราชทานโครงการฯ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทรงรับสั่งว่าพระองค์ไม่ได้เป็นเผด็จการ หน่วยงานที่รับไปสามารถคิด วิเคราะห์ และเสนอแนะได้

๗.      จุดมุ่งหมายสำคัญของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ การพัฒนาคนให้พออยู่ พอกิน และพึ่งตนเองหรืออุ้มชูตัวเองได้ ภายใต้ความแตกต่างของภูมิสังคม ของประชาชนในแต่ละพื้นที่ และสอดคล้องกับธรรมชาติ ใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น 

๘.      พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ของการพัฒนาด้วยการนำ “คน” มาเป็นศูนย์กลางมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๓ ก่อนการเกิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งศาสตร์ ฉบับที่ ๘ ในปี ๒๕๔๐

๙.       พระองค์ทรงมีความสุขกับ “การไปเที่ยว” นั่น คือ การได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อดูแลทุกข์สุขของปวงชนชาวไทย

๑๐.   พระองค์ทรงงานด้วยความรู้จริง มีผลของการทำงานที่เป็นประจักษ์

๑๑.   พระองค์ทรงเป็นอัจฉริยภาพ

๑๒.ทรงพระราชทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ตามหลักทางสายกลาง ประชาชนทุกระดับสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้จริง  

 ๑๓.  พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพราะทรงเห็นว่าทุกข์ของประชาชนรอไม่ได้ พระองค์จึงทรงงานตลอดเวลา

๑๔.  ฯลฯ  

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เล่าต่อกันฟัง ยังไม่นับรวมถึงเรื่องเล่าที่ประทับใจครั้งที่ท่านตามเสด็จในพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนการรับใช้เบิ้องพระยุคบาทในเรื่องต่างๆ ที่นั่งฟังไปก็อดที่จะปลื้มใจไม่ได้ นับเป็นห้วงเวลาที่ผมมีความสุข ที่อยากจะเล่าให้ทุกท่านฟังอีกครั้ง เกี่ยวกับในหลวงของพวกเราชาวสยาม ครับ 

ด้วยความเคารพรัก