การทานข้าวที่อยู่บนจานไม่หมด ข้าวเหลือ สำหรับหลาย ๆ ท่านคงจะเป็นเรื่องธรรมดา หรือบางคนอาจจะมองเป็นเรื่องไร้สาระเกินกว่าจะคิดถึง แต่สำหรับผมถือว่า " นั่นเป็นเรื่องใหญ่ "
สองวันแล้วที่ผมทานข้าวไม่หมดจาน ไม่ใช่ว่าผมตักข้าวใส่จานเยอะเกินไป " ผมตักและกินเท่าเดิมเหมือนทุก ๆ วัน "
สองวันแล้วที่ผมนั่งจ้องมองเมล็ดข้าวในจานแล้วนึกในใจว่า " ผมนี่ช่างเป็นคนบาปซะเหลือเกิน " ผมรู้สึกผิดต่อเมล็ดข้าวที่มีพระคุณต่อผมและคนทั้งโลก
ในทุก ๆ ครั้ง ผมจะทานข้าวหมดจาน ทานจนไม่เหลือข้าวสักเม็ดในจาน ทุก ๆ ครั้งที่ผมทานข้าวหมดจานและอิ่มพอประมาณ ผมจะยกมือขึ้นมาไหว้เพื่อกราบขอบพระคุณเม็ดข้าวทุกเม็ด ระลึกถึงบุญคุณของข้าวที่ได้กินมาตั้งแต่เล็กจนโต
ผมไหว้ทุกครั้งที่ผมทานข้าวเสร็จ ไหว้ในทุกครั้งและทุกสถานที่ที่ผมไป ในบางสถานที่ที่หรูหราและเต็มไปด้วยกลุ่มคนแห่งชนชั้นระดับบนทางสังคม สายตาที่จ้องมองผมในตอนยกมือขึ้นไหว้ดูราวกับว่าผมเป็นตัวตลกบนโต๊ะอาหารแต่ผมก็ไม่ถือสาอะไร
.........................................................................................
แต่สองวันนี้ ผมละอายใจตัวเอง เกินกว่าที่จะยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณบุญคุณข้าว ผมนั่งมองดูข้าวที่เหลืออยู่ในจานแล้วคิดนึกมองย้อนกลับไปถึงที่มาของการที่กว่าจะมาเป็นเมล็ดข้าวหนึ่งเมล็ดให้เรากินกันในแต่ละวันนั้นล้วนยากลำบาก กว่าจะเป็นเมล็ดข้าวต้องผ่านเรื่องราวมากมาย กว่าจะเป็นรวงข้าวสีทองต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างตรากตรำ กว่าจะเป็นต้นข้าวสีเขียวขจีต้องผ่านการฟูมฟักด้วยความหวังและศรัทธาของชาวนา
บันทึกนี้ผมอยากจะสารภาพว่า ผมละอายใจจริง ๆ ครับที่กินข้าวไม่หมดจาน รู้สึกว่าตัวเองอกตัญญูต่อชาวนา ต่อพระแม่โพสพ อกตัญญูต่อฤดูกาล และอกตัญญูต่อความถูกต้องของสรรพสิ่ง
ถึงยังไง ผมก็ต้องยกมือไหว้เพื่อระลึกถึงบุญคุณของข้าวต่อไป
ครั้งนี้ผมถือโอกาสเชิญชวนทุกท่านครับว่าในทุกครั้งที่ทานข้าวเราจะทานข้าวให้หมดจาน ชวนคนในบ้านของท่าน ชวนลูก ๆ ปลูกจิตสำนึกที่ดีงามนี้ให้ลูก ๆ ของท่านว่าทุกครั้งที่ทานข้าวจะต้องทานให้หมดจาน เพื่อตอบแทนบุญคุณของผืนแผ่นดินแห่งนี้ครับ
และเมื่อทานข้าวเสร็จในทุก ๆ มื้อ ผมก็จะยกมือขึ้นมาไหว้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาครับ
...........................................................................................
ปล.ทุกท่านแปลกใจเหมือนผมรึเปล่าครับว่า เรากินข้าวแต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าวเลย ...
สวัสดีค่ะ คุณสายลม
พี่ทานข้าวได้หมดจานเกือบทุกครั้งที่ค่ะ ยกเว้นเจออาหารที่ทานแล้วไม่สามารถทานให้หมดได้ หรืออาหารที่เผ็ดเกินไป ก็อาจจะมีข้าวเหลือค่ะ
แต่เรื่องทานข้าวหมดจาน ถูกสอนมาตั้งแต่เป็นเนตรนารี อนุกาชาดโน้นแหนะ
สวัสดีจ้าสายลม
อ่านบันทึกของคุณแล้วดูจริงจังมากเลยนะคะ ดิฉันเป็นสมาชิกใหม่ ได้เลือกอ่านหลาย ๆ บันทึกของหลาย ๆ ท่าน แต่ได้เลือกแสดงความความคิดเห็นในบันทึกเรื่องข้าว เพราะดิฉันเป็นลูกชาวนาโดยกำเนิด เติบโตมาจากท้องนา จึงรับรู้ถึงความยากลำบาก ว่ากว่าจะได้ซึ่งข้าวแต่ละเม็ดค่ะ ชาวนาต้องทนลำบากแค่ไหน บ่อยต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพื่อลุกขึ้นไปทำนา และต้องทนหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินทั้งวัน จนกว่าจะปลูกเสร็จ บางวันก็ร้อนแบบสุด..สุด บางวันก็ฝนตกก็ต้องทนหนาวทั้งวัน เพื่อให้ปลูกเสร็จให้ทันเวลา เพราะต้นกล้าที่เหมาะแก่การปลูก ต้องอายุไม่เกิน 1 เดือนค่ะ และยังต้องหมั่นดูแลคอยถอนต้นหย้าหรือวัชพืชต่าง ๆ ที่ขึ้นมาแย่งอาหารของข้าวอีก หรือบางครั้งฝนตกหนักคันนากั้นน้ำรับน้ำไม่ไหวขาดออกจากกัน ตอนนี้ก็หนักไม่แพ้ตอนไหน ๆ เลยค่ะ เพราะต้องไปแบกดินที่เป็นจอมปลวก หรือที่ว่างที่ไม่ได้ปลูกข้าว เพื่อมากั้นน้ำให้ข้าว ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนกว่า กว่าข้าวจะเริ่มตั้งท้อง และออกรวง ก็ต้องคอยดูแลเรื่องน้ำ และปุ๋ยตลอด พอถึงหน้าเก็บเกี่ยว ถ้าโชคดีก็จะได้ผลผลิตที่น่าชื่นใจพอให้หายเหนื่อย คุณพ่อเคยพูดกับฉันว่า ลูกเอ๋ยต่อให้เราทำนาเหนื่อยแค่ไหน ก็จงภูมิใจเถอะที่เราได้ชื่อว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ถึงเราจะเหนื่อย แต่เราก็ยังโชคดีกว่าคนอื่น ๆ ที่เค้าไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน ดิฉันจะถูกสอนให้รู้บุญคุณข้าวเสมอมาค่ะ เวลาทานข้าวก็ต้องไม่ให้มีข้าวหล่นตามพื้น และไม่เคยมีข้าวเหลือทิ้งเลยค่ะ บางครั้งดิฉันก็จะสังเกตุเห็นบางคนที่ทำคล้าย ๆ กับคุณสายลม ดิฉันก็คิดว่าไม่แปลกนะ แต่ก็ไม่ได้ทำตาม เพราะทุกคนสามารถคิด และแสดงออกกันคนละแบบ สำหรับฉันมัอยู่ในสายเลือดแล้วค่ะ
ข้าวทุกจาน.... อาหารทุกอย่าง.....
.....
เสียงนี้แว่วดังอย่างไม่รู้จบ ทั้งจากวิถีค่ายของนิสิตและวิถีบ้านของคนปลูกข้าว...
.......
อยู่ดีมีแฮง เด้อ บักหล่า
คิดฮอดแป๋ตาย