วันที่ ๑๕ - ๑๖ ต.ค ๕๐ กลุ่มครูช่วงชั้นที่ ๑ มาเข้าอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเรียนรู้ "วิถีแห่งบัวบาน" น้องๆมาถึงโรงเรียนกันตั้งแต่เช้า แต่เป็นเช้าของวันปิดภาคเรียน โรงเรียนจึงดูเงียบเหงากว่าที่เคยเป็น
ปกติแล้วช่วงปิดกลางภาคอย่างนี้จะเป็นช่วงเวลาที่คุณครูเก็บเวลาไว้ทำประเมินผล และเตรียมแผนการสอน แต่เมื่อต้องจัดงาตามลำดับความสำคัญแล้ว กลุ่มแกนนำทั้งหลายต่างก็เห็นพ้องกันว่า การใช้เวลาไปในการสร้างครูให้สามารถสร้างภาวะพร้อมเรียนรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนของตน น่าจะให้ผลที่คุ้มค่ากว่า เพราะเป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการพัฒนาทั้งผู้สอน และผู้เรียนไปพร้อมกัน
ยิ่งไปกว่านั้นกิจกรรมนี้ยังเป็นการระดมสรรพกำลังจากทุกช่วงชั้นเข้ามาช่วยเหลือกัน นำความรู้ปฏิบัติ นำประสบการณ์ดีๆที่ได้รับออกมาแบ่งปัน ทำให้รุ่นพี่ได้มาทำหน้าที่ "ครูของครู" และเป็นเวทีที่จะได้รู้จักน้องในแง่มุมที่ลึกซึ้ง กว้างขวางกว่าการรู้จักกันในหน้างานประจำ
กิจกรรมของช่วงชั้นที่ ๑-๔ ออกแบบให้แตกต่างไปจากกิจกรรมของครูช่วงชั้นอนุบาลตรงที่ไม่มีขั้นนำของวันแรก แต่เข้าสู่ตัวกิจกรรมการร้องเพลง The River เลย และเพิ่มรายละเอียดของการร้องเพลง และการเคลื่อนไหวประกอบเพลงให้มากขึ้น
และเมื่อจบกิจกรรม brain gym แล้วก็มีการเพิ่มกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้ ให้ทุกคนได้อยู่กับตัวเอง พร้อมกับอยู่กับผู้อื่นอย่างผ่อนคลาย เช่น กิจกรรมปั้นดิน กิจกรรมจัดดอกไม้ และกิจกรรมวาดภาพหมึกจีน ทั้งหมดนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องสื่อสารโดยไม่ส่งเสียง และต้องใช้ใจสัมผัสใจ หลักคิดคือการผลัดกันเข้าไปทำงานคนละครั้ง แต่ต้องประสานให้เป็นเอกภาพ
กิจกรรมนี้ต้องการให้ทุกคนต้องอยู่ในภาวะไร้อัตตา หรือมีอัตตาในการทำงานให้น้อยที่สุด และฝึกการยอมรับ การเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจในผู้อื่นผ่านการทำงานร่วมกันนั่นเอง
การ AAR เมื่อจบวันคุณครูสะท้อนว่า
- กิจกรรมต่างๆที่ผ่านมาทำให้ได้รู้ว่า ทุกคนเป็นผู้นำได้ เป็นผู้ตามได้ และทำให้เกิดความเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วว่า เมื่อเด็กทำอะไรไม่ได้เขารู้สึกอย่างไร
- ระหว่างที่ทำกิจกรรมก็คิดถึงเด็กอยู่ตลอดเวลาว่าจะนำไปใช้กับพวกเขาอย่างไร
- วันนี้เป็นอีกวันที่มาทำงานแล้วได้เจอคนทั้งช่วงชั้น แต่รู้สึกปลอดภัย ระหว่างที่ทำกิจกรรมก็เตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าเราพร้อมเรียนรู้แล้วหรือยัง แม้บางขณะจะทำผิดทำพลาดไปบ้าง แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัย และให้กำลังใจกัน รู้สึกมีความสุข อยากให้ทุกวันเป็นอย่างนี้ และภูมิใจแทนพี่ๆ ที่มาทำกิจกรรมที่สามารถพาให้เรารู้สึกอย่างนี้ ได้เรียนรู้อย่างนี้ได้
- กิจกรรมดีๆ อย่างนี้ควรมีอีก เพราะทำให้ได้เรียนรู้มากมาย
ประเด็นสำคัญที่กลุ่ม "ครูของครู" ต้องการให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีประสบการณ์ตรงก็คือ
- การพบกับศิลปะของการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียน
- การพบกับศิลปะของการสร้างเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้
- การสร้างให้ผู้เรียนพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
- การสร้างบทเรียนจากง่าย ไปสู่ยาก และการพบกับความสำเร็จไปทีละลำดับขั้น
- การทำตนเองให้เรียนรู้จากงานที่อยู่ตรงหน้าอยู่เสมอ
- การใช้ชีวิตให้เป็นการเรียนรู้ ทั้งจากการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในตนเอง และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนอื่นๆ
เป็นที่น่ายินดีว่าในการจัดกิจกรรมให้กับครูช่วงชั้นที่ ๒-๓-๔ ที่มีขึ้นในวันถัดมา คือวันที่ ๑๗-๑๘ ต.ค. ๕๐ ก็ให้ผลที่ดีเช่นเดียวกัน
ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างครูทั้งสองกลุ่มก็คือ ในการจัดกิจกรรมให้กับครูช่วงชั้นที่ ๑ กลุ่มผู้จัดต้องพยายามนำผู้เข้าร่วมเข้าสู่ความนิ่ง แต่ในกลุ่มครูช่วงชั้นที่ ๒-๓-๔ ต้องพยายามนำผู้เข้าร่วมให้สะท้อนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ด้วยการพูดออกมาจากใจหรือจากฐานของความรู้สึก มากกว่าการพูดจากฐานความรู้
อย่างนี้จะเรียกว่า "เด็กเป็นอย่างที่ครูเป็น มากกว่าเป็นอย่างที่ครูสอน" หรือจะเรียกว่า "ครูเลือกวัยของเด็กที่จะสอน ได้เหมาะกับบุคลิกภาพของตน" ก็เห็นจะได้กระมัง