หลังจากอิ่มอกอิ่มใจกับปูขนและลูกพลับแล้ว ก่อนแยกย้ายในคืนนั้น เราได้ขอให้โอก้าซังปลุกตอนตี 5 ครึ่ง และตัดสินใจว่าไม่ทานอาหารเช้า แต่โอก้าซังจะเตรียมโอเบนโตะให้เราไปทานบนรถ หลังจากจัดข้าวของเรียบร้อยจึงเข้าสู่นิทราด้วยผ้าห่มคนละ 2-3 ผืน...หนาวววววมากกกกค่ะ

โอเบนโตะที่โอก้าซังจัดให้พวกเราไปทานบนรถ  

เช้านั้นดิฉันลืมตาตื่นมาตอนที่โอก้าซังกำลังยืนตั้งท่าว่าจะปลุกดิฉันท่าไหนดี...หลังจากอาบน้ำเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เราก็ร่ำลาโอโต้ซังและกระโจนขึ้นรถที่โอก้าซังขับไปยังจุดนัดหมาย ระหว่างทางเราสังเกตเห็นว่าโอก้าซังเริ่มร้องไห้ 

เมื่อถึงจุดนัดหมายมีหลายบ้านมาส่งพวกเราและกำลังถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมกับคุยกันทั้งภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษามือ และภาษาใบ้ รอจนกระทั่งทุกบ้านมาครบ เราจึงถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน 

และแล้วนาทีที่ทุกคนไม่อยากให้มาถึงก็ถึงจนได้ การร่ำลาจริงๆจึงเกิดขึ้น ในช่วงนี้เอเป็นชั่วขณะที่ใจประสานใจ เกิดความประทับเข้าไปในใจ หยาดน้ำตาของทั้งสองฝ่ายจึงไหลริน โดยเฉพาะโอโต้ซังบ้านคุณส้ม ร้องไห้อย่างไม่อายใคร ทำเอาคุณส้มร้องตามจนหน้าแดงตาบวม ส่วนโอก้าซังบ้านดิฉันและพี่รัก ก็ร้องไห้ไม่ไห้น้อยหน้าใคร แต่โอก้าซังบ้านดิฉันก็ยังอดมีมุขไม่ได้ (ดูจากภาพนะค่ะ...) 

มีการมอบของที่ระลึกเล็กน้อย เป็นกระเป๋าของศูนย์ศิลปาชีพที่ อ.พรรณีซื้อที่สนามบินสุวรรณภูมิ โอก้าซังทั้งหลายบอกว่าจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช้.....จากนั้นโอก้าซังที่เป็นผู้จัดการก็มากล่าวแสดงความประทับใจ และดีใจที่ได้ต้อนรับพวกเรา และหวังว่าเราคงจะได้กลับมาเยี่ยมเยือนอีกสักครั้ง... 

จากนั้นเราก็ออกเดินทางโดยมีครอบครัวที่เราไปพักด้วยยืนโบกมือมืออำลาจนสุดสายตา....... 

 

เส้นทางต่อไป เรามุ่งหน้าไปยังเมื่อKumamoto ซึ่งในระหว่างทางจะผ่านภูเขาไฟที่ยังคุกรุน พ่นควันพิษอยู่ตลอดเวลา และเราก็จะไปชมปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ค่ะ...... โปรดติดตาม...อีกครั้ง...