ครั้งแรกและครั้งเดียวจริง ๆ

 

 

                  <h3>              วันนี้เราตื่นเช้ามากกว่าปกติ...ถ้าพูดเป็นภาษาปักษ์ใต้ก็จะว่า" วันนี้ตื่นแต่หัวรุ่ง "เพราะมีเสียงรถวิ่งผ่านหน้าบ้าน...มากกว่าทุกวัน...ใช่แล้ววันนี้เป็นวันเสาร์...ตลาดโคกโพธิ์บ้านเราจะเป็นตลาดนัด...ทั้งรถทั้งคนลุยเสียเหม็ด(เต็มไปหมด)...จะมีแม่ค้าแม่ขายและลูกค้าลูกขาย..มาจับจ่ายซื้อของและขายของกันนัวเนียไปหมดตลอดความยาวของตลาด... </h3><h3>                         เรามีลูกค้าตั้งแต่เจ็ดโมง...แม่ไปตลาดนัดเพื่อซื้อกล้วย ฟักทอง เผือก ไข่ มะพร้าวมัน...มาเตรียมไว้สำหรับทำขนม...ส่วนพ่อก็ออกไปกินน้ำชาร้านขาประจำ...น้อง ๆยังไม่ตื่น......</h3><h3>                          ทำงานเสร็จรอลูกค้ามารับ...ก็เลยเข้าครัวไปหุงข้าว...อุ่นกับข้าว...ทำกับข้าวเพิ่ม..จากนั้นก็เข้าไปปลุกน้องให้ตื่นได้แล้ว...ปล่อยนอนยาวเพราะเห็นว่าเป็นวันหยุด...</h3><h3>                          แม่กับพ่อกลับมาจากตลาดแล้ว ก็พอดีน้อง ๆ อาบน้ำเสร็จเราก็ตั้งวงกินข้าวกันตรงลานหลังบ้าน...</h3><h3>                          กินกันเสร็จ...ก็แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่...ใครล้างจานล้าง ใครกวาดขยะกวาดใครซักเสื้อผ้าซัก ใครทำขนมทำส่วนที่ยังช่วยเหลืออะไรไม่ได้ก็ไปเล่นที่หน้าบ้าน...</h3><h3>                         พอดีมีลูกค้ามาเราเลยไปรับงานเพื่อลูกค้าได้ไปตลาดนัดซื้อของก่อนแล้วกลับมารับ...ถ้าไม่เสร็จก็จะมารับวันอื่น...วันเสาร์งานเยอะหน่อย</h3><h3>                         นั่งทำงานจน ๑๑โมง...ขณะนั่งก้มหน้าดูงานอยู่นั้น...ได้ยินเสียงหวูดรถไฟดังสนั่น...เสียงแหลมเล็กยาว..............เหมือนช้างร้องด้วยความโกรธ...ได้ยินชัดเจนมากเพราะบ้านผมตั้งขนานริมทางรถไฟ...</h3><h3>                        เราเงยหน้าขึ้นดูทางรถไฟ...ตรงที่มีถนนไปน้ำตกทรายขาวตัดผ่าน....ก็ได้เห็นภาพที่ไม่มีวันลืมแน่ ๆ ภาพรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วพร้อมเปิดหวูดเสียงดังสนั่นลั่นไปทั้งตลาด กำลังวิ่งชนท้ายรถกระบะโดยสารที่มีผู้โดยสารยืนห้อยท้ายกระบะอย่างแรงและเร็วเสียงดังสนั่น...แล้วรถไฟก็ผ่านไปเข้าสถานีรถไฟโคกโพธิ์ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ ๑๐๐ เมตร</h3><h3>                        เราเรียกแม่ดังลั่น..."แม่รถไฟชนคน"</h3><h3>                     แล้วรีบวิ่งไปที่ถนนเพื่อจะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ....แต่...แต่ภาพที่เห็นรถอยู่ในลักษณะตะแคงมีผู้หญิงนอนซ้อนระเกะระกะอยู่ในกระบะรถที่ไม่เสียหายมากนักยกเว้นฝากระบะท้ายที่เปิดให้ผู้โดยสารยืนเกาะหลังคา...ทุกคนอายุมากแล้วนอนนิ่งสนิท ส่วนข้าง ๆ รถมีคนนอนคว่ำอยู่หลายคนทั้งหญิงชาย...จากนั้นก็มีคนเข้ามาช่วยหลายคนแต่พยายามหาคนที่บาดเจ็บไม่มีสักคน...ทุกคนตายหมดเพราะแรงกระแทกอย่างแรงของรถไฟ...สิบกว่าศพครับสำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้</h3><h3>                  จากนั้นเจ้าหน้าที่รถไฟก็วิ่งมาจากสถานีรถไฟก็วิ่งมาถึง พร้อมกับบอกว่ามีคนติดหัวรถจักรไปหนึ่งคนตายแล้วด้วย...</h3><h3>                 เราจึงวิ่งไปดู...และได้เห็นภาพคนแก่ผอมสูงนุ่งกางเกงขายาวสวมเสื้อแขนสั้น...นอนนิ่งอยู่ตอนหน้าของหัวรถจักร....เราอุทานด้วยความฉงนว่า...ตาจัน... </h3><h3>                 จะไม่ให้ฉงนได้ไง...เพราะตาจันที่เราเคยเห็นเคยรู้จักตั้งแต่เรายังเด็ก...ไม่เคยเห็นใส่กางเกง ใส่เสื้อ ที่เห็นทุกครั้งจะนุ่งผ้าโสร่ง ไม่ใส่เสื้อ หาบสินค้าเดินมาจากหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไป 7 กิโลเมตร มาขายที่ตลาดนัด ขายเสร็จก็จะเดินกลับบ้านไม่เคยขึ้นรถโดยสารกลับบ้าน...</h3><h3>            อนิจจา...ตาจัน...ครั้งแรกและครั้งเดียวจริง ๆ ครับ.....................</h3><h3>                                    สวัสดีครับ</h3>  <p> </p>