รองนายกด้านเศรษฐกิจ หวั่นรัฐบาลเดินทางผิด ชี้เสี่ยงเกินไปถ้าใช้อสังหาฯ กระตุ้น ศก. โดยเฉพาะโครงการจัดหาบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย เหตุมีความไม่แน่นอนเรื่องายได้ เผยประเทศพัฒนาแล้วยังมีปัญหา แต่เห็นด้วย        ถ้าจะตั้งเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส ทีดีอาร์ไอ สับเละ ทำแบบไม่รอบครอบ         ขาดนโยบายแก้ปมคนยากจนในชุมชนเมือง นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "นโยบายสินเชื่อของรัฐกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย" ว่า ที่ผ่านมาหลาย ๆ โครงการของรัฐบาลต่าง ๆ พบว่ายังไม่มีรัฐบาลใดทำแผนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยลักษณะภาพรวมทั้งหมดแต่เป็นการนำ   ภาคอสังหาริมทรัพย์มาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลควรนำเรื่องมาตรการอสังหาฯ มาใช้แก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และพัฒนาคุณภาพชีวิตมากกว่า ส่วนเรื่องเศรษฐกิจมีมาตรการการเงินการคลังควบคุมอยู่แล้ว "การที่รัฐบาลเอาเรื่องอสังหาฯ กระตุ้นเศรษฐกิจมันผิดฝาผิดตัวหรือเปล่า ประชาชนรายได้น้อยจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นหรือไม่" นายโฆสิตกล่าว ทั้งนี้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยเป็นปัญหาเรื้องรังมานาน เนื่องจากประชาชนมีข้อจำกัดทางด้านรายได้ที่ยังต่ำอยู่มาก ทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งการหาทางออกเรื่องนี้จะต้องพิจารณาโครงสร้างในหลายมิติ เช่น ด้านสังคม การจ้างงาน อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้านรายได้ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี  "แก้ปัญหาเรื่องนี้ยากมาก ประเทศที่พัฒนาสูงกว่าเราก็ยังเป็นปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะประเทศอย่างเราที่ยังไม่มีความสม่ำเสมอด้านรายได้ทำให้การจัดหาที่อยู่อาศัย ผ่านการกระจายสินเชื่อเป็นไปได้ยาก" นายโฆสิต กล่าว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาในช่วงรัฐบาลต่าง ๆ มีความคิดริเริ่มเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในหลายโครงการ ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาว่าโครงการไหนสามารถดำเนินการต่อไปได้ และโครงการใดที่จะต้องนำกลับมาทบทวน เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทรที่จะต้องนำมาแก้ไข เพราะโครงการดังกล่าวไม่ได้รับผลตอบสนองอย่างแท้จริง รวมทั้งเห็นว่าข้อเสนอมิติเดียวที่ต้องการให้รัฐบาลลดภาษี ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งการแก้ไขให้ครบวงจรจะต้องเข้าใจสภาพ ผู้มีรายได้น้อย การศึกษาลักษณะอาชีพ อายุ เพื่อกำหนดวิธีการแก้ไข นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาความยากจนแบบองค์รวมสำหรับคนในเขตเมือง ซึ่งการแก้ปัญหาจะต้องมีวิธีคิดที่ชัดเจน สามารถตอบคำถามได้ว่าแนวทางที่ดำเนินการอยู่ถูกต้องแล้วหรือไม่ และมีอะไรยืนยันว่าดำเนินการมาถูกต้อง เช่นโครงการสร้างที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย ที่จะต้องตอบให้ได้ว่าสร้างมาอย่างเหมาะสม หรือเกินความต้องการของประชาชน และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นหรือไม่   ทั้งนี้จากผลการศึกษาสำรวจอัตราการมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองของประชาชนในปี 2549 พบว่าประชาชนในเขตชนบท

89% มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเอง  ขณะที่ประชาชนในเขตเมือง มีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองคิดเป็น 55%     

เช่าบ้าน
24% และไม่มีบ้านและที่ดินแต่รุกล้ำที่สาธารณะคิดเป็นกว่า 10% ซึ่งเป็นการอยู่อาศัยใกล้แหล่งทำงาน            ในลักษณะชุมชนแออัดหรือสลัม เป็นปัญหาของเขตเมือง นางรัศมี ไชยนันทร์ รองผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องขับเคลื่อน 7 ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย 1.ขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยให้เป็นวาระแห่งชาติ 2.รัฐบาลต้องพัฒนาที่ดินและลงทุนด้านสาธารณูปโภคที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย 3.รัฐบาลจะต้องส่งเสริมการสร้างระบบการเงินและระบบสินเชื่อที่เอื้อต่อการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกระดับรายได้ 4.สร้างขีดความสามารถและการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน      
ในการพัฒนาและบริหารจัดการที่อยู่อาศัย
5.สร้างองค์ความรู้เรื่องที่อยู่อาศัยแก่ทุกภาคส่วนในสังคม 6.ยกระดับคุณภาพชีวิตที่อยู่อาศัย และ 7.สร้างมาตรฐานคุณภาพที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีมาตรการเร่งด่วนคือการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติเพื่อกำหนดแนวทางที่อยู่อาศัยในอนาคต
แนวหน้า