สัปดาห์นี้งานหลักคือ การทดสอบพิเศษที่ต้องทำทันที คือการทดสอบ Lactic และ Ammonia ซึ่งได้ทำไปวันละราย 2 ราย และอีกงานนอกจากช่วยลงทะเบียนช่วงเช้าก็คือการทำหน้าที่แทนคนอื่นที่ขาด ซึ่งงานนี้ส่วนใหญ่จะมาแบบกระทันหัน เช่นวันจันทร์ก็ทำอิเล็คโตรไลท์แทนพี่ปนัดดาซึ่งป่วย วันนี้ช่วง 11 โมงก็ทำหน้าที่ verify ผลที่ออกแทนพี่วรรณีซึ่งไปหาหมอ
มาย้อนคิดถึงการทำงานที่แทนทั้ง 2 จุดนี้แล้ว ทำให้รู้สึกตัวเองว่า มีอาการ "ตายด้าน" กับการทำงานเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยกลัวและไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง
อาการนี้ก็คือ ทำหน้าที่ไปโดยอัตโนมัติโดยไม่ได้คิดว่า ผลที่ออกมานั้นเป็นของคนไข้ คิดถึงแต่ sample เท่านั้น ตรวจเพื่อให้ได้ค่าออกมาแล้วก็ออกผลไป
การมาทำงานแทนทำให้รู้ตัวว่าเกิดอาการนี้ ต่างจากเวลาที่รับหน้าที่ณ.จุดนั้นๆตามปกติ เพราะเวลารับหน้าที่ตรงจุดไหน ก็จะตั้งสติ ตั้งใจเอาไว้ ก่อนที่จะลงมือทำงาน ทำให้มักจะพิจารณาผลของแต่ละรายเหมือนเป็นของญาติพี่น้องของเรา พอมาทำแทนปรากฎว่าออกผลได้อย่างรวดเร็วกว่ามาก เพราะเพียงแต่ตรวจสอบให้เลขแล็บตรงกัน ชื่อคนไข้ตรงกัน ผลสอดคล้องกัน ก็ลงโค้ดชื่อตัวเองออกผลไป ปึ๊บ ปึ๊บ ปึ๊บเลย สนุกกับการทำอย่างรวดเร็ว มากกว่ามีความสุขกับการออกผลให้คนไข้ได้รับเร็วและถูกต้อง....คิดแล้ว...น่ากลัวค่ะ
อ่านเรื่องราวของหนังสือ Today's Students, Tomorrow's Doctors แล้ว นึกถึงที่ว่าที่คุณหมอใหม่ท่านหนึ่งเขียนถึง การที่เขาเห็นอาจารย์แพทย์ทำการรักษา "นิ่วในถุงน้ำดี" "ตับอักเสบ" "เนื้องอกในสมอง" โดยที่มองข้าม "คนที่เป็นเจ้าของอวัยวะที่เป็นโรค" นั้นๆ ลืมวัตถุประสงค์หลักของการเป็นแพทย์ เนื่องจากทำงานมานานและเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ เสียจน "ตายด้าน" ไปเสียจากความคิดที่จะทำเพื่อบำบัดทุกข์ของผู้ป่วย
งานอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทำจนเป็นประจำได้อย่างอัตโนมัติ ก็มีสิทธิที่จะกลืนกิน "จิตวิญญาณ" ของเราไปได้เช่นกัน หากเราไม่ตั้งสติ ตั้งใจเอาไว้ให้ดีๆเสมอๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในช่วงนี้ ทำให้รู้สึกอยากเขียนบันทึกความคิดนี้เอาไว้ค่ะ งานทุกงานที่ทำ หากเราลืม "จิตวิญญาณ" ที่เป็นหลักของงานนั้นๆ ผลงานอาจไม่ต่างกัน แต่ผลต่อจิตใจของคนทำนั้น ต่างกันมากมายค่ะ