(ปรึกษาหารือ..ขอกำลังใจ)

มีคนพูดไว้มาก เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย แต่การออกกำลังใจไม่ค่อยมีคนพูดถึง แต่วันพ่อแห่งชาติวันนี้.. ลูกหลานถือโอกาสระลึกถึงพ่อแม่ผู้อาวุโสกันอย่างทั่วถึง ระบบของเทคโนโลยี ช่วยให้ฝากบอกความในใจสะดวกสบายมากขึ้น ปรากฏการณ์นี้เอง ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในกระบวนการออกกำลังใจ ซึ่งมีอยู่หลายวิธีทั้งทางตรงและทางอ้อม : ยกตัวอย่างเช่น เจ้าลูกชายกามนิตหนุ่ม สายลม เจ๊องุ่น หนูน้ำผึ้ง และ เจ้าสิงห์โตลูกโทนของครูเสือ ได้รับการร้องขอให้ช่วยจัดค่ายภาษาอังกฤษที่โรงเรียนบ้านหนองแคน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 

  

   ( นั่งรอบัตรคิวไปเติมกำลังใจ  : นั่งรอบริการกำลังใจ )

: จุดเด่นของค่ายแห่งนี้ ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครู ผู้ปกครอง ผู้อาวุโสในชุมชน ผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่น หลวงพ่อที่วัด เครือข่ายคนแซ่เฮ  ได้มาร่วมกันถกปัญหาการเรียนการสอนเชิงกระบวนการตลอดเวลา 3-4 วัน 

    

(กำลังใจเติมได้หลายวิธี :ยืนเติม:นั่งเติม:นอนเติม) 

ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเริ่มต้นลงขันความคิดความรู้ การบริหารจัดการระบบการศึกษาอย่างอิสระ ที่พวกเราเรียกว่าการทำงานบนฐานความไม่พร้อมด้านปัจจัย แต่เรามีความพร้อมเพรียงทางจิตใจ ใช้พลังใจเป็นปัจจัยหลัก ลงขันความรู้ ความคิด ใส่ลงมาในการเชื่อมโยงความสามารถของคนหลายวัย เราพบว่าศักยภาพในชุมชนนั้นมีความสำคัญมาก ถ้าแกะความเข้าใจและความตั้งใจของคนภายในชุมชนมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ประเมินความรับผิดชอบไม่ผ่าน มันก็ต้องเดินหน้าลุ่มๆดอนๆ ทำให้ระบบการศึกษาป่วย 

..ป่วยเป็นอะไรครับ

..อ๋อ!!ป็นไข้ใจ และโรคตานขโมยระยะสุดท้าย

ถึงจะกินยากุมารอ้วนพีสักกี่ร้อยโหลก็บ่หาย 

ผมได้เรียนรู้จากค่ายแห่งนี้อย่างมาก แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ..เมื่อเราไม่คิดหลีกเลี่ยงความจริง เราจะเห็นปัญหาที่ซ่อนเร้น ลากเอาตัวปัญหาออกมาแฉกันจะๆ ..ทำกันอย่างนี้ มันจะไปเหลือรึครับ เมื่อดวงตาเห็นธรรม จะเริ่มตระหนักว่า ..ทำไมเราถึงต้องทำอย่างนี้ ถ้าทำจะเกิดอะไร ถ้าไม่ทำจะเป็นอย่างไร ถ้าจะทำจะแก้ไข ใครเป็นเจ้าภาพ ใครเป็นพระเอก ใครเป็นพระรอง  ถามว่า..เราคิดทำเรื่องนอกกรอบใช่ไหม เปล่าเลย เราทำในโจทย์เก่าๆนั่นแหละ เช่น  

  • ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
  • หลักสูตรท้องถิ่น
  • การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม
  • หลักการเศรษฐกิจพอเพียง
  • การมีส่วนร่วม บ้าน วัด โรงเรียน
  • ความเป็นเลิศทางวิชาการ
  • นวัตกรรมทางการศึกษา ฯลฯ

 

(ค่ายภาษาอังกฤษโรงเรียนบ้านหนองแคน ทำกิจกรรมปลูกต้นไม้วันพ่อ) 

ค่ายแห่งนี้ไม่ได้เก่งกาจพอที่จะไปทำนอกลู่นอกทาง เพียงแต่เขาฉุกคิด ช่วยกันขบคิดหาวิธีกันทำอย่างจริงจัง ไม่ได้ทำแบบลิงหลอกเจ้า เอาปัญหาลูกหลานทั้งระบบเป็นตัวตั้ง แล้วเอาศักยภาพแต่ละฝ่ายเป็นกุญแจคลี่คลายปัญหาใจ กิจกรรมทุกอย่างจัดแบบเชิงประจักษ์ ทำบุญตักบาตร ฟังหลวงพ่อเทศน์เป็นภาษาอังกฤษ ปลูกต้นไม้ วิ่งออกกำลังกาย ออกไปชมการสร้างเสริมอาชีพในชุมชน ร้อง รำ เล่น เขียนแผนภูมิความคิดความรู้ การนำเสนอบทเรียน การช่วยเหลือตนเองและพึ่งกันเอง ศึกษากติกาการอยู่ร่วมกัน ฯลฯ 

  

(วิทยากรมีแรงใจ แต่ขาดแรงกาย ต้องเติมพลังงาน) 

สิ่งเหล่านี้ตอบข้อเท็จจริงอะไรครับ 

การจัดการเรียนวิถีพุทธ การจ่อจิตจ่อใจในคุณธรรม ใช่ไหม?

การมีส่วนร่วมของ3สถาบันหลัก (บวร) ใช่ไหม?

การแสวงหาพันธมิตรภายนอกมาเป็นกำลังช่วยเหลือ ใช่ไหม?

การแชร์สื่ออุปกรณ์ การเรียนรู้ร่วมกัน ใช่ไหม?

การสอนวิชาพึ่งตนเอง และเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา ใช่ไหม?

การเตรียมองค์กรท้องถิ่น เผื่อว่าอนาคตจะมีการถ่ายโอน ใช่ไหม?

การเปิดห้องเรียนสู่โลกกว้าง ให้ทุกอย่างเป็นครู ใช่ไหม?

การสรรสร้างกระบวนการเชิงรุก เพื่อนำไปสู่การค้นพบนวัตกรรมความรู้ ใช่ไหม? 

..ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาเล่าว่า..

เมื่อเช้านี้ ลูกบ้านแต่งงานกับฝรั่ง ได้ค่าสินสอดเป็นล้านบาท

..การสอนลูกหลานเราให้รู้ภาษาอังกฤษ จึงมีความสำคัญยิ่ง

..ต่อไปเด็กผู้ชาย เขาก็อาจจะไปจีบสาวๆฝรั่งได้

..เราก็จะขายได้ขายดี ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ฮ่า ๆๆๆ !!!