หยิบนิทานที่สะสมเอาไว้สี่ห้าเรื่องมาฝากกันครับ... 

นิทานเรื่องที่หนึ่ง: สมบูรณ์พร้อม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีผู้เฒ่าแลดูอมทุกข์อายุเจ็ดสิบท่านหนึ่ง ท่านยังครองตนเป็นโสด และยังคงระเหเร่ร่อน แลดูเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง จนกระทั่งมีคนมาถามว่า ท่านผู้เฒ่าเป็นทุกข์เพราะเสาะหาอะไรอยู่หรือ? ผู้เฒ่าก็ตอบว่า เราเป็นทุกข์เพรายังเสาะหาหญิงที่สมบูรณ์พร้อม เพื่อจะตบแต่งนางเป็นภรรยา คนผู้นั้นจึงถามต่อว่า แล้วจนป่านนี้แล้วท่านยังไม่พบหญิงที่สมบูรณ์นางนั้นเลยหรือ? ผู้เฒ่าก็ตอบว่า เคยพบแล้วนางหนึ่ง นางเป็นหญิงสาวที่สมบูรณ์พร้อมนางหนึ่งทีเดียว คนผู้นั้นจึงถามต่อว่า แล้วทำไมท่านไม่ตบแต่งนางเล่า ผู้เฒ่าตอบแบบอับจนปัญญาว่า นางปฏิเสธเรา...เพราะนางเองยังค้นหาชายหนุ่มที่สมบูรณ์พร้อมคนหนึ่ง ซึ่งเราไม่ใช่ผู้นั้น

งดติลงเสียบ้าง...มองหาความสมบูรณ์แบบให้น้อยลงบ้าง...แล้วชีวิตจะทุกข์น้อยลง 

นิทานเรื่องที่สอง: เสาไม้

ช้างน้อยในวัยเยาว์ซุกซนขี้เล่น จึงโดนโซ่ล่ามไว้กับเสาไม้ เนื่องจากแรงของช้างน้อยในขณะนั้น ไม่ว่าช้างน้อยจะพยายามดึงโซ่อย่างไร ก็ไม่อาจจะดิ้นหลุดได้ ในที่สุดช้างน้อยจึงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวเมื่อโดนล่ามโซ่ไว้กับเสาไม้ ต่อมาช้างน้อยกลายเป็นช้างใหญ่ แข็งแรงทรงกำลังมหาศาล เคลื่อนย้ายสิ่งของได้มากมาย แต่ช้างใหญ่เมื่อถูกล่ามโซ่ไว้กับเสาไม้ก็ยังคงสงบเสงี่ยม ไม่พยายามดิ้นหลุดไปแต่ประการใด

เสาไม้เล็ก ๆ สามารถพันธนาการพลังซ่อนเร้นของของช้างใหญ่ได้เนื่องด้วยความทรงจำเมื่อเป็นช้างน้อย...คนก็เช่นกัน...ประสบการณ์ที่ก่อขึ้นในอดีตก็สามารถพันธนาการเราในปัจจุบันได้...              

นิทานเรื่องที่สาม: ยังมีวันพรุ่งนี้

กาลครั้งหนึ่งปรากฏว่ามีผู้คนตกนรกน้อยลง ยมบาลจึงเรียกบรรดาปีศาจใต้บังคับบัญชาว่าจะล่อลวงมนุษย์ให้ตกนรกด้วยวิธีใดดี ในที่ประชุมปีศาจหน้าวัวเสนอว่า เราก็ไปบอกมนุษย์ว่าลืมมโนธรรมเสียเถิด...สวรรค์หนะมันไม่มีจริงหรอก  ปีศาจหน้าม้าเสนอว่า เราก็ไปบอกมนุษย์ว่าทำใจปรารถนาเถิด นรกหนะมันไม่มีจริงหรอก... นอกจากนี้ข้อเสนอยังเสนอไปเรื่อย ๆ จากปีศาจตนอื่น ๆ แต่ข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่ถูกใจยมบาลและบรรดาปีศาจในที่ประชุมแห่งนั้น แต่ในที่สุดที่ประชุมก็ได้วิธีการนั้นจนได้...วิธีการนั้นก็คือ ...เราก็ไปบอกมนุษย์สิว่า...ยังมีวันพรุ่งนี้...

อย่ามัวแต่ประมาทว่า...ยังมีวันพรุ่งนี้... 

นิทานเรื่องที่สี่: หนองน้ำกับแม่น้ำ

กาลครั้งหนึ่งหนองน้ำเคยถามแม่น้ำว่า ฉันเห็นเธอไหลหลั่งไม่ขาดสาย วุ่นวายไม่รู้จบ เธอคงเหนื่อยใช่ไหม? ประเดี๋ยวบรรทุกเรือ บัดเดี๋ยวแบกรับแพยาว ไม่เหมือนฉันซึ่งมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ห่างไกลความโกลาหลวุ่นวาย นอนอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน เป็นผู้อยู่ว่างที่มีความสุขนักแม่น้ำจึงตอบว่า ธรรมชาติน้ำไหลจึงคงความสดใส ฉันกลายเป็นนทีที่กว้างใหญ่ไพศาล เพราะไม่ได้นอนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กระทำการงานอันใด

หากจมอยู่กับความสุขสบาย...ทอดอาลัยไร้การกระทำ...นับวันย่อมจะเชื่องช้าเฉื่อยชา เฉกเช่นหนองบึงสุดท้ายย่อมมีวันแห้งขอด...เพียงปฏิบัติมุ่งมั่น...ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง...ย่อมมีชีวิตชีวา... ดุจสายน้ำไหลหลั่งไม่ขาดสาย มหานทีเคลื่อนตัวไม่ขาดตอน...  

นิทานเรื่องที่ห้า: นาฬิกาหาย

เช้าวันหนึ่งมีผู้ตรวจการผู้หนึ่งไปตรวจการขนถ่ายสินค้าที่คลังสินค้าแห่งหนึ่ง เขาพลาดทำนาฬิกาข้อมือหายและหาอย่างไรก็ไม่พบ ความเรื่องนาฬิกาท่านผู้ตรวจการหายทราบไปถึงทุกคน ณ คลังสินค้าแห่งนั้น ทุกคนก็ช่วยท่านหากันจ้าละหวั่น หาทุกซอกทุกมุมแต่ก็ยังคว้าน้ำเหลวทั้งหมดได้ออกไปพักทานอาหารกลางวันด้วยความท้อแท้แต่เมื่อกลับมาจากพักทานอาหารกลางวันกลับพบเด็กน้อยคนหนึ่งยื่นนาฬิกาที่หายไปให้ท่านผู้ตรวจการ...ทุกคนจึงถามด้วยความแปลกใจว่า เจ้าหนู เธอหานาฬิกานี้พบได้อย่างไร?เด็กน้อยตอบไปว่าหนูไม่ได้ทำอะไรมาก เพียงแค่นอนลงบนพื้นนิ่ง ๆ ก็ได้ยินเสียงนาฬิกาเดินดังติ๊กต๊อก แล้วค่อยไปหาตามเสียงนั้น

ปัญหาวุ่นวาย...ใจต้องสงบ