ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและตามลำคลองต่างๆ โดยมี “หลวงพ่อโสธร” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว

      "ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง  

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุธเจ้านายสนทยา เข็มเฉลิม"

      ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทุกท่านรักษาสุขภาพด้วยครับ เพราะตอนนี้ผู้เขียนเองได้ป่วยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เมื่อวันฝนก็ตกอีก อะไรกันหนอประเทศไทย ช่างเหมือนกับการเมืองปัจจุบันเสียจริง

    ไม่ได้เขียนบล็อกมาเป็นเวลานานพอดู ไม่ใช่เหตุผลจำเป็นอะไรหรอกครับ บอกตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อมว่าขี้เกียจนี่แหละ แฮ่ ๆ อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร เวลาอยากเขียนจริง ๆ สมองมันหยุดทำงานซะงั้น เลยได้แต่แอบอ่านของคนอื่นเขาอย่างเดียว อิอิ

    วันนี้เลยตั้งใจว่าจะเขียนซะหน่อย ในฐานะที่เป็นคนแปดริ้วโดยกำเนิด ขอเขียนถึงประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองแล้วกันครับ

      ฉะเชิงเทรา หรือแปดริ้ว เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกซึ่งมีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงและตามลำคลองต่างๆ โดยมี “หลวงพ่อโสธร” เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ต่อมาเปลี่ยนมาขึ้นอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เรื่อยมา จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทราจึงมีฐานะเป็นเมืองๆ หนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เรียกว่า “จังหวัดฉะเชิงเทรา” คำว่า “ฉะเชิงเทรา” เป็นภาษาเขมร แปลว่า คลองลึก ส่วนชื่อ “แปดริ้ว” นั้น ได้มาจากคำบอกเล่าต่อกันมาว่า ในเมืองนี้มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม เมื่อนำมาตากทำเป็นปลาแห้งจะต้องแล่เนื้อปลาถึง 8 ริ้ว
ฉะเชิงเทรา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 82 กิโลเมตร มีพื้นที่ 5,351 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และกิ่งอำเภอคลองเขื่อน

       สำหรับใครที่สนใจอยากมาเที่ยวเชิญเลยครับ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ธรรมชาติร่มรื่น อาหารอร่อยครับ