นักศึกษาต่างประเทศแข่งขันพูดสุนทรพจน์ภาษาไทย เพื่อเทิดพระเกียรติ"ในหลวง" เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ นักศึกษาชาวต่างประเทศที่มาศึกษาภาษาไทยในมหาวิทยาลัยของไทยได้มาร่วมการแข่งขันพูดสุนทรพจน์ภาษาไทย เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา เนื่องในงานราชภัฏเชียงใหม่ ร้อยดวงใจ เทิดไท้ ๘๐ พรรษามหาราชัน และเป็นที่น่าแปลกใจ น่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่งที่นักศึกษาต่างประเทศเหล่านี้ แสดงออกซึ่งความสามารถในการใช้ถ้อยคำภาษาดีมากอย่างน่าทึ่ง นั่นเป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากการฝึกฝนการใช้ภาษาไทยภายใต้การอบรมสั่งสอนของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั้นๆ แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากความรู้สึกนึกคิดที่มาจากจิตสำนึกของเขาเอง ที่ได้มาพบเห็นความรักระหว่าง "ในหลวง" กับ "ประชาชนคนไทย" ผมขอรายงานผลการแข่งขันให้ท่านทั้งหลายได้ทราบดังนี้ครับ กลุ่มที่ ๑ กลุ่มนักศึกษาต่างประเทศที่เรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอก รางวัลชนะเลิศ Ms.PAN YANYAN (เวฬุวรรณ) ม.ราชภัฏนครสวรรค์ วิทยาลัยการอาชีพและเทคโนโลยีหนานหนิง ประเทศจีน อายุ ๒๒ ปี รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑ Ms.HUANG SHEN JIAO (ธารทวี) ม.มหาสารคาม จาก Guangxi Min Zu Zhong Deng Zhuan Ye Xue Xiao ประเทศจีน อายุ ๒๐ ปี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ Ms.GAN YUYUAN (จินดาหรา) ม.ราชภัฏเชียงใหม่ จาก มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ประเทศจีน อายุ ๒๐ ปี รางวัลชมเชย Ms. MA NA (พัชรินทร์) ม.ราชภัฏลำปาง จาก Kunming Tourism School ประเทศจีน อายุ ๒๑ ปี กลุ่มที่ ๒ กลุ่มนักศึกษาต่างประเทศที่เรียนวิชาเอกอื่นๆ รางวัลชนะเลิศ Ms. JIN XIYUE (ไอริสา) ม.ราชภัฏเชียงใหม่ จาก มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ประเทศจีน อายุ ๒๐ ปี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ Mr. MAI YONGJIA (วิศรุต) ม.มหาสารคาม จาก Guangxi University for Nationlities ประเทศจีน อายุ ๒๑ ปี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ Ms. XIA YA (กัลยา) ม.ราชภัฏลำปาง จาก Yunan Normal University ประเทศจีน อายุ ๒๒ ปี รางวัลชมเชย Mr. XUPEI YUAN (กตัญญู) ม.ราชภัฏนครสวรรค์ จาก วิทยาลัยการอาชีพและเทคโนโลยีหนานหนิง ประเทศจีน อายุ ๒๑ ปี นักศึกษาต่างประเทศจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รับรางวัล ชนะเลิศ (ในกลุ่มวิชาเอกอื่นๆ ) จาก อาจารย์พิชัย กรรณกุลสุนทร คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ฯ ผู้ควบคุมทีมจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ๑.อาจารย์สุกัญญา คงสูน ทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ๒.อาจารย์ดุษฎี กองสมบัติ ทีมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ๓.อาจารย์ปิยาภรณ์ มังกรไพบูลย์ ทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ทีมนักศึกษาต่างประเทศจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คุมทีมโดย อาจารย์ดุษฎี กองสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย นักศึกษาทั้งสองคนคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ ในกลุ่มวิชาเอกอื่นๆ (ชาย) และในกลุ่มวิชาเอกภาษาไทย(หญิง) รายชื่อคณะกรรมการตัดสิน ๑ อาจารย์กรเพชร เพชรรุ่ง หัวหน้าสาขาวิชาภาษาไทย ประธานกรรมการตัดสิน ๒.อาจารย์ศิวภรณ์ หอมสุวรรณ ข้าราชการบำนาญ/ผู้เช่ยวชาญการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ (๑๖ ปี) กรรมการ ๓.ผศ.วาสนา ทองรองแก้ว ข้าราชการบำนาญ/ผู้เชี่ยวชาญการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ (๑๖ ปี) กรรมการ ๔.ผศ.เรณู อรรฐาเมศร์ ข้าราชการบำนาญ/ผู้เชี่ยวชาญการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ (๑๓ ปี) กรรมการ ๕.ผศ.กรรณิการ์ พันชนะ อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย /ผู้เชี่ยวชาญการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ (๑๓ปี) กรรมการ (หมายเหตุ กรรมการทั้ง ๕ ท่าน ได้เคยเดินทางไปสอนภาษาไทยแก่นักศึกษาวิชาเอกภาษาไทยระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ที่ มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง ประเทศจีน มาแล้วคนละหลายครั้ง ) การแข่งขันนั้นแบ่งออกเป็นสองรอบ รอบแรกเป็นการพูดเตรียมตัวมาก่อน ในหัวข้อ "คนไทยกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในความรู้สึกของข้าพเจ้า" ใช้เวลาพูดคนละ ๗-๑๐ นาที นักศึกษาแต่ละกลุ่มต่างเตรียมตัวพูดมาดีมาก ได้แสดงความสามารถอย่างใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่นักศึกษาต่างประเทศเหล่านี้สามารถพูดภาษาไทยด้วยถ้อยคำที่ประณีต และสะท้อนความรู้สึกได้ดี สามารถเลือกคำราชาศัพท์ได้ดี แม้สำเนียงพูดอาจจะไม่เทียบเท่าคนไทยแต่ก็ใกล้เคียงมาก โดยเฉพาะขอชื่นชม Ms.HUANG SHEN JIAO (ธารทวี) จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นั้นพูดชัดมากจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน สำหรับเนื้อหาที่นักศึกษาต่างประเทศนำมาพูดนั้น จะเน้นไปในเรื่องพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกระทำตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ โครงการพระราชดำริกว่าสองพันโครงการที่ทรงมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนชาวไทย พระองค์พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข จึงทำให้คนไทยรู้สึกจงรักภักดี นักศึกษาต่างประเทศใช้คำว่า “รักในหลวงสุดจิตสุดใจ” ซึ่งทำให้นักศึกษาต่างประเทศปลื้มใจและรู้สึกไม่ต่างไปจากคนไทย เพราะได้เห็นความรักความผูกพันระหว่างในหลวงกับประชาชนทั้งเห็นกับตัวเองและผ่านทางสื่อ เช่น การสวมใส่เสื้อสีเหลือง กิจกรรมต่างๆ ที่ประชาชนจัดทำขึ้นถวายในหลวง ทำให้เขาได้ร่วมกิจกรรมและเป็นส่วนหนึ่งของการถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวงไปด้วย นักศึกษาต่างประเทศได้แสดงความรู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ได้จัดกิจกรรมการแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาไทยสำหรับนักศึกษาต่างประเทศในครั้งนี้ เพราะพวกเขาได้มีโอกาสแสดงความรู้สึกและเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเพื่อถวายแด่ในหลวง แม้พวกเขาจะไม่มีกษัตริย์มานานแล้ว แต่ก็ได้รู้สึกถึงความสำคัญของกษัตริย์จากคนไทย มาถึงในรอบชิงชนะเลิศ กรรมการได้คัดนักศึกษาแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ ๒ คน เข้าชิงชนะเลิศในการพูดแบบฉับพลัน คนละ ๓-๕ นาที โดยจะให้เตรียมตัวพูด ๑๕ นาทีในห้องเก็บตัว ไม่สามารถให้ใครมาช่วยเหลือได้ หัวข้อในการพูดแบบฉับพลันคือ “ข้าพเจ้าเรียนรู้อะไรบ้างจากเมืองไทย” หัวข้อนี้ค่อนข้างกว้าง นักศึกษาจะต้องรู้จักกำหนดประเด็นสำคัญและพูดโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังเห็นคล้อยตามเพราะฉะนั้นหัวข้อนี้จึงสำคัญมาก เพราะสามารถวัดความรู้ความสามารถในการใช้ถ้อยคำภาษาไทย และความคิด การลำดับความเพื่อสื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ตลอดจนปฏิภาณไหวพริบในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ต้องขอชมเชยนักศึกษาที่เข้ารอบชิงชนะเลิศที่สามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ประเด็นเนื้อหาที่นักศึกษายกมากล่าวคือ ประเด็นในเรื่องศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี แต่มีคนหนึ่งที่ต้องชมเชยเป็นพิเศษ นั่นคือ Ms. JIN XIYUE (ไอริสา) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ (เจ้าภาพ) ที่ยกประเด็นได้ชัดเจนและมีน้ำหนักมาก นั่นคือประเด็นการเรียนรู้เรื่อง “ความรัก” โดยแตกประเด็นย่อยว่า ความรักชาติ ความรักต่อในหลวง ความรักระหว่างคนชาติเดียวกันในฐานะพี่น้อง และความรักต่อบุคคลอื่นอย่างชาวต่างชาติในฐานะพี่น้องร่วมโลก และมีการยกตัวอย่างให้เห็นอย่างชัดเจนดี แสดงความรู้สึกของตนออกมาให้ผู้ฟังเชื่อและคล้อยตาม แต่เป็นที่น่าเสียดายสำหรับ Ms.HUANG SHEN JIAO (ธารทวี) จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งรอบแรกนั้นพูดดีและเสียงภาษาไทยชัดเจนมากต้องมาพลิกแพ้ Ms.PAN YANYAN (เวฬุวรรณ) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เพราะไม่สามารถแสดงเนื้อหาการพูดแบบฉับพลันได้อย่างลื่นไหล มีการสะดุดหยุดคิด ประเด็นเนื้อหายังอ่อนไปเล็กน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นักศึกษาต่างประเทศที่ถือว่ามีความสามารถในการใช้ภาษาไทยได้ต้อง “ใช้ให้เป็นอัตโนมัติ” ซึ่งเกิดจากการประมวลความคิดและถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทยได้ดี อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาไทยสำหรับนักศึกษาต่างประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศก็ว่าได้ และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง เพราะเป็นเวทีที่ช่วยกระตุ้นและยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยให้แก่ชาวต่างประเทศให้สูงขึ้น น่าเสียดายที่การสื่อสารชักชวนไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ช้าไปสักนิดหนึ่ง ทำให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งทราบข่าวสารช้าไป และบางแห่งเตรียมการไม่ทัน ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าจะดำเนินกิจกรรมนี้อีกแน่นอนเพราะเห็นว่า นักศึกษาต่างประเทศที่มาเรียนภาษาไทยในประเทศไทยมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม กัมพูชา ถ้าได้มาร่วมแข่งขันทักษะการใช้ภาษาไทยก็จะช่วยทำให้การสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศแข็งแกร่งและได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น
สวัสดีครับอาจารย์
ผมติดตามมาตั้งแต่อาจารย์ประกาศว่าจะมีการประกวดการพูดสุนทรพจน์ภาษาไทยเพื่อเทอดพระเกียรติของนักศึกษาต่างประเทศ เลยอยากรู้ผลครับ
ผมเคยรู้จักล่ามคนหนึ่งซึ่งจบจากหมาวิทยาลัยปักกิ่ง สาขาวิชาเอกภาษาไทย พูดภาษาไทยชัดมาก ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นคนจีนก็จะนึกว่าเป็นคนไทยเพราะหน้าตาก็คล้าย การใช้ภาษาก็ดี ถูกคัดเลือกให้มาเป็นล่ามแปลตอนอัยการสูงสุดไทยได้รับการเชิญจากอัยการสูงสุดจีนให้ไปศึกษาระบบงานอัยการตามเส้นทางสายไหม ได้ความรู้ว่ามหาวิทยาลัยในประเทศจีนมีการสอนภาษาต่างๆเยอะมาก และสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ ประเทศมหาอำนาจก็ต้องเป็นแบบนี้
สวัสดีค่ะอาจารย์กรเพชร
หนูเดินทางกลับมาถึงมหาสารคามโดยสวัสดิภาพแล้วค่ะ เป็นการเดินทางที่เหนื่อยแต่ก็คุ้มค่าที่ได้เดินทางไปค่ะ ขอบพระคุณอาจารย์มาก ๆ ค่ะ (เช่นเดียวกับนิสิตจีนค่ะ) ที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ขึ้นมา ทำให้นิสิตต่างชาติได้มีเวทีแสดงความสามารถ หากมีงานหน้าอีก หนูรับรองว่าจะไม่พลาดแน่นอนค่ะ
แล้วพบกันใหม่ค่ะอาจารย์
ยินดีกับนิสิตนักศึกษาทุกท่านนะคะ
โดยเฉพาะกับนิสิตของมหาวิทยาลัยมหาสารคามค่ะ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๑
Ms.HUANG SHEN JIAO (ธารทวี) ม.มหาสารคาม
จาก Guangxi Min Zu Zhong Deng Zhuan Ye Xue Xiao ประเทศจีน
อายุ ๒๐ ปี
และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑
Mr. MAI YONGJIA (วิศรุต) ม.มหาสารคาม
จาก Guangxi University for Nationlities ประเทศจีน
อายุ ๒๑ ปี
ขอบพระคุณอาจารย์ดุษฎี กองสมบัติ ผู้ดูแลด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะพี่กรเพชร
ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุกท่านด้วยนะคะ กิจกรรมนี้น่าประทับใจจริงๆค่ะ
การพูดสุนทรพจน์ให้รื่นไหลน่าฟังและมีพลังจับใจนั้นมิใช่ง่ายเลย ในเอกภาษาไทยเองก็มีเด็กๆน้อยคนที่จะมีพรสวรรค์ในการสื่อสารด้วยภาษาที่ทรงพลังอย่างนี้ ....ประทับใจในความสามารถของนักศึกษาจริงๆ และรู้สึกทึ่งอาจารย์ผู้สอนด้วยค่ะ
สวัสดีครับ
มหาวิทยาลัยในประเทศจีนที่สอนภาษาต่างประเทศอย่างเดียวและมีชื่อเสียงที่สุดในขณะนี้ คือ มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง (BFSU) หรือ เป่ยว่าย ซึ่งสอนภาษาต่างประเทศถึง 40 ภาษาทั่วโลก ภาษาไทยเป็นหนึ่งภาษาในจำนวนนั้น อยู่ในคณะภาษาอาเซีย-อัฟริกัน มีโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์กับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ในช่วงกลางเดือนมกราคมศกหน้า นักศึกษาวิชาเอกภาษาไทยของ BFSU ช้นปีที่ 4 จำนวน 23 คนจะเดินทางมาศึกษาอบรมภาษาไทยและสืบค้นข้อมูลเพื่อทำปริญญานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 1 เดือน วิธีการเรียนการสอนแบบที่จีนทำอยู่คือวิธีที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เก่งภาษาถึงแก่น ก็สะท้อนถึงการสอนภาษาต่างประเทศในบ้านเราที่ยังเดินมะงุมมะงาหราอยู่ โดยเฉพาะการสอนภาษาอังกฤษนั้น ค่อนข้างจะล้มเหลวเพราะเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษมากแต่กลับใช้ภาษาอังกฤษไม่ดีเลย ผิดกับประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม เขาเรียนภาษาไทยเพียง 1-2 ปี แต่ ใช้ภาษาไทยได้ดีมากทีเดียว
สวัสดีครับอาจารย์ดุษฎี
ขอบคุณมากครับที่พานิสิตมาแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาไทย ต้องขอชมเชยมากว่านิสิตพูดได้ดีมาก หากพัฒนาไปอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นคนที่ใช้ภาษาไทยได้ดีต่อไป ผมจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษที่จะให้เป็นเวทีของนักศึกษาต่างชาติ ในครั้งหน้าหวังว่าอาจารย์จะได้เดินทางนำนิสิตมาร่วมกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่อีก ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ
ถ้าเราให้เด็กเอกภาษาไทยไปฟังการพูดสุนทรพจน์ของนักศึกษาต่างประเทศ ก็จะทำให้นักศึกษาไทยรู้จักตระหนักในการพูดภาษาไทยให้ดีขึ้น เพราะกิจกรรมการแข่งขันแบบนี้ในประเทศไทยมีน้อยมาก พี่ก็อยากเชิญชวนไว้แต่เนิ่นๆ ว่า พี่จะจัดแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาไทยให้บ่อยขึ้นเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะการพูดภาษาไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
ขอขอบพระคุณสาขาวิขาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ได้จัดกิจกรรมที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์เช่นนี้ค่ะ และที่สำคัญขอขอบพระคุณอาจารย์กรเพชร เพชรรุ่ง ที่ให้การต้อนรับนักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี ถ้ามีกิจกรรมดีๆ อย่างนี้อีก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ขอมีส่วนร่วมอีกนะคะ
เรียน อ.สุกัญญา คงสุน
ผมก็ขอขอบคุณอาจารย์มากครับ ที่นำทีมนักศึกษาจีนเข้ามาแข่งขันสร้างความครึกครื้นขึ้นมาก ยินดีครับที่จะจัดกิจกรรมในลักษณะเช่นนี้อีกในโอกาสต่อไป เพื่อช่วยกันพัฒนาการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นครับ