“จัดการ...ความรู้สึกตัว (Mental Model)”

  [อ่าน : 2 ปรับกระบวนทัศน์ พัฒนาการเรียนรู้]

     งานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 4  ที่ สคส. เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่  29  พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม  2550
ณ  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม  อิมแพ็ค  เมืองทองธานี ได้รับความสนใจจาก KM เก่า และ KM ใหม่ค่อนข้างมากเช่นเดิม

     กิจกรรมที่จัดในปี 2550 แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 

       ส่วนที่ 1  วันที่  29  พฤศจิกายน  2550 

     ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์  "การจัดการความรู้" ถูกจัดในลักษณะของการบรรยายพิเศษเพื่อเสริมหนุนความรู้และสรุปบทเรียนเพื่อต่อยอดการจัดการความรู้ให้กับผู้สนใจ โดยมีชื่อเรื่องว่า  รู้จัก  รู้หลัก  แล้วจะรัก KM  (โดย : ดร. ประพนธ์  ผาสุขยืด) มีเนื้อหาสาระ ได้แก่ 
1)  KM คืออะไร? (What?)  2)  ทำไมต้องทำ KM? (Why?)  และ 3)  ทำ (ใช้) KM ทำอย่างไร? (How?) 

         

     ผลที่เกิดขึ้นก็คือ  การจัดการความรู้ คือ  เครื่องมือผ่อนแรงในการทำงาน  สร้างพลัง  สร้างความสัมพันธ์  สร้างนวัตกรรม  และดึงศักยภาพของคนออกมาเป็นสิ่งใหม่ ๆ  นอกจากนี้การจัดการความรู้ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารคน งาน  และความรู้ 

     ส่วนความสำเร็จของการจัดการความรู้ นั้นมาจาก  1)  เริ่มจากเรื่องที่เราสนใจ  2)  ใช้ “หัวใจนักปราชญ์”  3)  ตระหนักรู้ “สิ่งที่กำกับอยู่
ในใจ”  ฉะนั้นจึงต้อง “เปิดใจและสัมพันธ์กัน”  โดยเฉพาะต้อง “จัดการ...ความรู้สึกตัว (Mental Model)” ให้ได้ก่อน

     การจัดกิจกรรมแบ่งกลุ่มย่อยให้กับผู้เข้าร่วมมี  2  โจทย์ คือ  ให้เล่าความภาคภูมิใจในชีวิตการทำงานของตน ได้แก่  1)  การบริหารหรือบริการที่ทำให้ “ผู้รับบริการเกิดความประทับใจ”  และ  2)  ภาวะผู้นำที่ใช้แล้วทำให้ “งานได้ผล คนเป็นสุข” ที่แต่ละกลุ่มเลือก กลุ่มละ 1 โจทย์ เพื่อแลกเปลี่ยนกัน  โดยมี Facilitator ทำหน้าที่ดูแลกลุ่ม  หลังจากนั้นก็มาจับฉลากเพื่อนำเสนอผล ซึ่งปรากฏว่า  การนำเสนอของ 6 กลุ่มเป็นเรื่องของ  การบริหารหรือบริการที่ทำให้ “ผู้รับบริการเกิดความประทับใจ” นั้นสรุปได้ว่า  1)  มีน้ำใจ  2)  มีการยืดหยุ่น  3)  มีเครือข่าย  4)  มีแรงจูงใจ  5)  มีความเข้าใจ  6)  มีวิธีการเข้าถึง  7)  ทำให้เขา (ผู้รับบริการ) ชื่นใจ  8)  มีความจริงใจ  9)  มีการใส่ใจเหมือนญาติมิตร  และ 10)  มีความทุ่มเท/ใจรัก

         

         

     กรณีตัวอย่าง  การสรุปผลการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการบริหารหรือบริการที่ทำให้ “ผู้รับบริการเกิดความประทับใจ” ของกลุ่มที่ 11 ที่เป็นความภาคภูมิใจนั้นมาจาก..... 
       1.  สามารถแก้ปัญหาของผู้รับบริการ/ลูกค้า ได้บรรลุผลสำเร็จ
       2.  มีความรู้ ที่นำไปให้เขาแล้วเขาทำได้ผล คือ  มีอาชีพและมีรายได้
       3.  มีความเข้าใจ ที่มาจากการได้ดูแลรักษาจนเขาหายป่วย เขาเกิดความศรัทธา
       4.  ได้แนะนำการเรียนรู้ที่ถูกต้องให้กับผู้เรียน
       5.  ได้จัดให้ทุกคนได้มาแก้ปัญหาร่วมกัน จนทำให้เกิดความประทับใจ
       6.  ได้เชื่อมโยงประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนรักษาคนไข้หาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเลิกเหล้ากลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข
       7.  หาความต้องการของลูกค้า แล้วนำมากำหนดรูปแบบและวิธีการให้บริการที่ทำให้เกิดความพึงพอใจและมีความสุขจากการทำประกันชีวิต
       8.  มีการสร้างความสนใจกับผู้เรียนโดยใช้ “เทคนิคการซ่อนคะแนน”
       9.  สอนให้แม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำได้ดีขึ้น/ห้องน้ำไม่เปียก
       10.  ดูแลคนไข้ให้มีสุขภาพดีขึ้นและใช้ฟันได้ดีขึ้น

         

     ซึ่งสรุปได้ว่า ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ก็คือ  1)  ทำงานโดยหาความต้องการของผู้รับบริการก่อน  2)  ความมุ่งมั่นของแต่ละคนที่ต้องการช่วยเหลือผู้รับบริการ  3)  สร้างความเป็นกันเองกับผู้รับบริการ  และ  4)  ติดตามงานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ส่วนข้อสังเกตจากการทำหน้าที่เป็น Facilitator  ที่ได้สังเกตพฤติกรรมกลุ่มในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (จำนวน 16 คน) ก็คือ 
         1)  คนเล่า ๆ แบบกระซิบ และคนฟังก็ขยับตัว ขยับตา และขยับหูตาม
         2)  เวลาคนเล่า ๆ แบบใส่อารมณ์ และมี Action เช่น  ยกมือประกอบการอธิบาย 
ทำเสียงสูงต่ำตามอารมณ์  และแสดงสีหน้าประกอบ  คนฟังก็จะแสดงสีหน้าตามไปด้วย  เช่น  ยิ้ม  ขมวดคิ้ว  และพยักหน้า  เป็นต้น
         3)  การเล่าเริ่มแรกจะเกี่ยงกันเล่าและสลับกัน แต่พอเล่าไปได้ 2-3 คน กลุ่มก็บอกว่า “ให้เวียนกันเลย เพราะ
ทุกคนต้องเล่ากันอยู่แล้ว”
         4)  การทำหน้าที่ของ “คุณบันทึก” นั้น พอคนเล่า ๆ จบก็จะสรุปประเด็นเนื้อหาให้ผู้เล่าและกลุ่มฟัง ซึ่งถ้าเห็น
ชอบก็จะมีการพยักหน้า “รับรองการสรุป...ถูกต้อง”  และให้คนต่อไปเล่าต่อได้

         

         

     ในการนำเสนอของ Facilitator  ที่ได้รับการจับฉลากเป็นตัวแทนเพื่อสะท้อนการดำเนินงานของกลุ่ม จำนวน  4  กลุ่มนั้นสรุปได้ว่า  การทำหน้าที่ที่ปฏิบัติของคุณอำนวย “Facilitator” คือ  1)  ใจเย็น  2)  ช่วยสร้างบรรยากาศกลุ่มให้ราบรื่น  3)  สร้างการยอมรับในกลุ่ม  และ  4)  ทำให้เกิดผู้นำธรรมชาติในกลุ่ม.