การใช้ภาษาสั้นๆ อาจทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังได้

วันนี้ขณะเดินๆ เพื่อจัดอุปกรณ์การทดลองไปให้นักเรียนชุมนุมนักเคมีรุ่นเยาว์…ปรากฏว่ามีหนุ่มน้อย (นร.ที่ครูไม่เคยสอนมาก่อน) เดินตรงมาหาเราพร้อมบอกว่า "ครูครับ โรงเรียนเรามีโซเดียมมั่ยครับ" ตนเองก็ตอบไปว่า "มีค่ะ"  เจ้าหนุ่มน้อยก็ถามต่อว่า "ผมขอได้มั่ยครู" ก็ต้องสอบถามต่อกันว่า "เอาไปทำอะไรค่ะ"  เขาก็รีบให้ข้อมูลเลยว่า "ผมทำโครงงานวิทยาศาสตร์ครับ...เมื่อวันเสาร์ก็ทำไปแล้ว.....แต่ผมใช้หมดแล้ว อยากได้โซเดียมไปทดลองอีกสักครั้ง"  เราได้ฟังก็ตกใจ…นร.ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กับโลหะโซเดียม…และทำที่บ้าน  เลยรีบถามกลับไปว่า "ลูกทดลองเมื่อวันเสาร์ ลูกทำอย่างไร…โซเดียมอันตรายนะ…ทราบข้อมูลหรือเปล่า"  เขามองหน้าเราแบบงง "อันตรายยังไงครับ"  เราก็บอกว่า "โซเดียมทำปฏิกิริยากับน้ำรุนแรงนะถึงขั้นระเบิดเลยนะ…แล้วการทดลองของลูกใช้น้ำหรือเปล่า"  คราวนี้เขาก็เล่าว่า เขาทำโครงการโดยใช้โซเดียมทำปฏิกิริยากับน้ำมัน เพื่อทำสบู่….คราวนี้ครูตาสว่างเลย…."โอเค….ลูกอยากได้โซเดียมไฮดรอกไซด์…สารที่ลูกต้องใช้เขาเรียกโซเดียมไฮดรอกไซด์ ถ้าบอกครูว่าใช้ โซเดียมนี้..เรื่องใหญ่เลยนะค่ะ" ตนเองก็เลยแนะนำให้เขาไปปรึกษาครูที่สอนวิชาโครงงานเพื่อทำบันทึกขอสารเคมีจากห้องปฏิบัติการของโรงเรียนไป….จริงๆ แล้วอยากให้ครูสอน และที่ปรึกษาโครงงานเขาได้รับทราบว่า นักเรียนกำลังทำอะไร จะได้เน้นย้ำในจุดที่ควร และไม่ควร….เพราะสารเคมีมีประโยชน์อนันต์ แต่ก็มีโทษมหันต์ขึ้นกับวิธีการใช้นะค่ะ….ส่วนเจ้าหนุ่มน้อยเราก็แนะนำไปว่า ลูกต้องพยายามเรียกชื่อสารให้ถูกนะค่ะ..ไม่ใช่นั่นอยากได้สารอีกชนิดแต่อาจได้กลับไปอีกชนิด หรืออาจเจอกระบวนการซักฟอกแบบครูว่าจะได้สารเคมีไป….เจ้าหนุ่มก็รีบรับคำ "ครับๆ"