แดดช่วงบ่ายกระจายเต็มท้องฟ้า

เหล่าเมฆาลอยฟ่องล่องไปไหน

ส่งสายตาไปเกี่ยวมาเก็บไว้

เพื่อเอาไปเป็นของฝากจากคนจร  

จากนัคราแห่งแสงสี ต้องจรลีไปนอนป่าเขา..ผมเอาบัตรประชาชนไปแสดงเอาตั๋วเครื่องบินที่ดอนเมือง พนักงานเขาจัดการให้เรียบร้อย แถมยังใจดีจัดที่นั่งติดหน้าต่างตามที่ขอ พอลูกชายโทนเอาหลานๆมาหา คุยไปคุยมา นึกได้ว่าทำไมเราไม่มีบัตรขึ้นเครื่อง ให้ก๊อฟไปติดต่อ คนออกบัตรก็งงเต๊กสิครับ เพราะในเครื่องคอมพิวเตอร์มันแสดงว่าให้ไปแล้ว กระเป๋าก็โหลดขึ้นเครื่องแล้ว สุดท้ายมาค้นดูในกระเป๋าธนบัตร เห็นบัตรขึ้นเครื่องซุกอยู่ ไปขอโทษขอโพยที่ทำเอาป่วน ถ้าเขาเตะก้นได้ ก็คงโดนไปหลายป๊าบแล้ว อิอิ !!

   

(แผ่นดินอีสานใต้ มีแม่น้ำมูลเลื้อยเป็นงูไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อุบลฯ) 

รีบจ้ำไปขึ้นเครื่อง ลืมแม้กระทั้งกอดลาลูกๆที่มาส่ง ..ราณี ครูสุ ก๊อฟและหลานๆ ..ฝากไว้ก่อนเถอะโรบิน!! เข้าไปในที่เครื่องก็จ้ำพรวดไปกลางลำมองหาที่นั่ง อ้าว! หมายเลขนี้อยู่ที่ไหนนะ ..แอร์โฮสเตสเห็นเก้ๆกังๆ ขอบอกว่าที่นั่งเราอยู่ชั้นธุรกิจ โธ่!! จะให้นั่งจุ้ยก็ไม่บอก อีตอนพนักงานเอาอาหารมาเสริฟก็หาชั้นวางอาหารไม่เจอ เขามาแนะนำว่าอยู่ใต้พนักวางแขน เปิดขึ้นดึงออกมาให้ยื่นข้างหน้า เฮ้อ! พนักงานต้อนรับ คงคิดว่าอีตานี่คงเป็นพวกสามล้อถูกหวยแน่ๆเลย อิอิ 

มีผู้ใหญ่เดินทางเที่ยวนี้หลายท่าน เช่น อาจารย์โสภณ สุภาพงษ์ ศ.อมร จันทร์สมบูรณ์  .จอมจิน จันทรสกุล ส่วน .กระหนก วงศ์ตระหง่าน กรรมการท่านอื่นจะมาถึงพรุ่งนี้เช้า ที่อุบลฯอากาศร้อนกว่ากรุงเทพฯนิดหน่อย ฝ่ายต้อนรับพานั่งรถไปตระเวนรอบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แล้วเดินทางต่อไป ยังทอแสงโขงเจียมรีสอร์ท ซึ่งแทรกตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยสงบริมฝั่งแม่น้ำมูล ใกล้ทางไหลออกไปบรรจบกับแม่น้ำโขง  

หลังที่ผ่านการเลี้ยงอาหารเย็น กรรมการหารือเรื่องที่จะประชุมพรุ่งนี้ ในโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำเป้าหมาย และแผนงานพัฒนามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (พ..2551-2560) มีประเด็นเบื้องต้นเรื่องปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ล่วงหน้า 10 ปี ผมคิดว่า..ถึงเราจะเค้นคิดคำสวยหรูดูดีอย่างไร ถ้าปฏิบัติไม่ได้มันก็ไอ้แค่นั้นแหละ จึงหยอดความเห็นพอเป็นขนมผสมน้ำยาว่า 

  • เรื่องจุดแข็ง-จุดอ่อน ในการพัฒนาเปลี่ยนมาเป็นการค้นหา จุดพอดี ดีไหม
  • เรื่องอ้างเสมอว่า นักศึกษาที่รับเข้ามามีต้นทุนความรู้ต่ำ..เลิกได้ไหม ในเมื่อเราจำเป็นต้องสอนลูกศิษย์หัวขี้เลื่อยเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ที่จะต้องหายุทธวิธีสอนเด็กเรียนอ่อนให้เรียนได้แข็งขันขึ้น ถ้าครูบาอาจารย์ช่วยกันค้นหาวิธีสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็จะเป็นทั้งวิสัยทัศน์และยุทธวิธีที่ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง
  • เลิกคุยเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการ มาคุยเรื่องการพัฒนาให้เด็กเป็นผู้เรียน อยากรู้ อยากเห็น อยากเรียนให้ได้ความรู้จริง แทนการเรียนเพื่อเอากระดาษดีไหม
  • ส่วนวิสัยทัศน์ น่าจะมองว่า มหาวิทยาลัยจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาคมภายในและสังคมภายนอกได้อย่างไร
  • ปัญหาเชิงนโยบาย ที่คณาจารย์ส่วนหนึ่งมองว่าน่าเบื่อ ไม่อยากคิดไม่สนใจ อยากให้มองว่า หวานเป็นลมขมเป็นยา เมื่ออาการโรคกำเริบมากๆ เรายังจะหลีกเลี่ยง ยาขม ได้จริงหรือ ..สภาพปัญหาของนักศึกษา ผู้ปกครอง และสังคมโดยรวมเปลี่ยนไป โจทย์ของมหาวิทยาลัยจะมาซอยเท้าอยู่กับที่ได้อย่างไร

ผมนึกเปรียบเทียบการประชุมในระบบ กับ การประชุมสไตล์เฮฮาศาสตร์ จะแตกต่างกันมาก ทั้งวิธีการ กระบวนการ และผลลัพธ์ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมไม่รู้วิธีที่จะอธิบายให้คณาอาจารย์เข้าใจเรื่องของเราได้อย่างไร?

อีกทั้งเกรงจะถูกตอกหน้าว่า.. 

จะรู้ไปทำไม???? !!...