ให้รองเท้าบอกใครต่อใครว่า เจ้าของฉัน เขาปราณีต เรียบร้อย ใส่ใจ แม้แต่การถอดรองเท้าเลยทีเดียว

  ในวันที่ไปวัดแห่งหนึ่ง ขณะนั่งปฏิบัติธรรม หลับตาฟังพระท่านสอน เมื่อได้เวลาเลิกปฏิบัติ ลืมตาขึ้นมาพบรองเท้าของตนเอง วางเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นแถว เป็นแนว รู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที ที่เมื่อก่อนหน้านี้ เราถอดรองเท้าไว้แบบไหนนะ จำไม่ได้ว่า วางคู่กันดีๆอยู่แล้ว หรือ ถอดสะบัด ไปคนละทิศละทาง แล้วนี่ใครกัน ยอมลดตัวลงมา ทำสิ่งที่คนมองว่า ทำของต่ำๆ เที่ยวหยิบรองเท้าของใคร ต่อใคร ไปวางเป็นระเบียบ ด้วยเจ้าของแทบจะไม่ได้ยินเสียงพวกเธอเลย ผู้เขียนรู้สึกทันที ถึงใจอันสูงส่งของพวกเขา การลดทิฎฐิ ทำในสิ่งที่คนรังเกียจ และแม้แต่เจ้าของ ก็ยังหาสนใจไม่ เมื่อถึงคราวต้องถอด ก็ทำอาการสะบัด ให้หลุดจากเท้า อย่างว่องไว ไม่ใยดี จะกลับมาหาคู่ให้ครบอีกครั้ง ก็เมื่อต้องถึงคราวสวมรองเท้า ป้องกันภัยนั่นแหละ

 ในวันนี้เป็นวันที่ไปวัดอีกแห่งหนึ่ง ผู้เขียนไปร่วมบวชสามเณรเพื่อทำความดีถวายพ่อหลวง ภาพที่เห็น คือที่ตีนบันไดขึ้นศาลา มีสิ่งที่ถูกทอดทิ้งระเกะระกะ นับร้อยข้าง จะว่าเป็นคู่ก็กระไรอยู่ เพราะเมื่อผู้เขียนไปยืนดูใกล้ๆ ปรากฏว่า ปะปนกัน ต่างสี ต่างแบบ มีทั้งหุ้มส้น ทั้งแตะ เป็นหนังชั้นดี และฟองน้ำ บางคู่รูปทรงทันสมัย แต่น่าเสียดาย ที่ถูกเหวี่ยงไปอยู่กันคนละมุม หมดราคาทันที

  นึกสงสารเด็กและคนแก่ หรือคนหนุ่มสาวก็เถอะ ถ้าลงบันไดมาอย่างรีบเร่ง เกิดเหยียบบนรองเท้า นาๆชนิด อาจทำให้ลื่นล้ม เกิดอุบัติเหตุได้ ยิ่งคนพลุกพล่านตลอดเวลา และไหนเจ้าของจะอารมณ์เสีย ที่หารองเท้าอีกข้างไม่เจออีกล่ะ อันตราย อันตราย ผู้เขียนสำนึก

  จึงลงมือค่อยๆ เก็บเรียงรองเท้าใหม่ ให้วางอยู่สองฟากบันไดแทนที่จะกองไว้ ด้านหน้าเกะกะ ทำไปแรกๆ ก็ยังไม่มีใครเข้าใจว่าผู้เขียนทำอะไร ก็ยังมีการถอดรองเท้าสะบัด ต่อหน้าต่อตาหลายคู่ เจ้าของก็ไม่หันกลับมาดูเสียด้วย ว่ารองเท้าเขา ได้รับการนำมาเรียงเป็นระเบียบทันทีเหมือนกัน

  ผู้เขียนกับเด็กๆ จะได้ร่วมงานกันเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน สักครู่ การเรียงรองเท้าก็เข้าไปอยู่ในสายตา เด็กๆ เข้ามาช่วยผู้เขียนเรียงกันยกใหญ่ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คงจะขำๆ กับการถอดรองเท้าของแต่ละคน ที่ถอดได้ใจจริงๆ ไม่นาน สองข้างทางขึ้น ก็เป็นที่จอดรองเท้าทรงสมัยหลายแบบ หลายสี สวยงาม เรายังตามขึ้นไปตามที่จอดกันบนบันไดอีก บอกกับเด็กๆว่า วางไม่เป็นระเบียบบนนี้ ยิ่งอันตราย ใครมาเหยียบตกบันไดแน่ๆ

   หลังจากเสร็จสิ้นล้างมือกันเรียบร้อย ผู้เขียนก็มาเฝ้าดูพฤติกรรมของคนขึ้น-ลงศาลา บางคนก็พอใจที่หารองเท้าง่ายขึ้น ครั้งต่อไปที่จะถอด ก็รู้สึกเกรงๆใจ แบบมองไปรอบๆ เพราะไม่รู้ใครเป็นคนเรียง แล้วก็ไปจอดรองเท้าต่อแถว เป็นระเบียบต่อไป คนมาใหม่ ก็มีสองแบบ ประเภทถอดสะบัด พลัดคู่ก็มี บางคนหัวไว ถอดวางเป็นระเบียบ สังเกตอีกอย่าง ถ้าเป็นเด็ก จะวางรองเท้าเป็นระเบียบเลย ตามตัวอย่างที่ทำให้ดู

   เด็กที่มาช่วยเรียงรองเท้า ยังสนุกไม่เลิก พอใครถอดไม่เรียบร้อย เขาก็จะเข้าไปเก็บวางใหม่ทันที

   วันนี้เขียนเรื่องการเรียงรองเท้า ที่ใครๆอาจรู้สึกว่า ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ เพราะเป็นการสร้างวัฒนธรรมยาก ต่างคน ต่างมา และการที่จะชักชวนให้ลงมือเรียงรองเท้ากัน ก็คงรู้สึก ตะขิด ตะขวงใจไม่อยากทำ....

 รองเท้าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ เป็นของต่ำสุด ที่ใช้กับอวัยวะต่ำสุดของคน เท่านั้นหรือ เราจึงพากันรังเกียจ ไม่อยากแตะต้อง หรือสนใจใยดี

   แล้วทำไม เราก็ยอมที่จะเสียเงินทองมากมายซื้อรองเท้าคู่ละหลายสตางค์ เพื่อมาห่อหุ้มอวัยวะที่เรากำหนดว่าต่ำสุด แล้วเราก็ลงทุนกับรองเท้าหนังชั้นดี รูปทรงสวยงามทันสมัย เพื่อเชิดหน้าชูตา ให้เราดูดีมีฐานะ  จะผิดมากไหม ถ้าเราจะถอดวางเขา อย่างทะนุถนอม ให้รองเท้าแต่ละคู่ เขาไม่รู้สึกน้อยใจ หรือไม่ต้องให้พวกเขาเรียกร้องความสนใจ จนมีคนอื่นไปช่วยจัดเรียง

  เมื่อคิดได้ว่า รองเท้านี้ มีคุณต่อเรา ไม่ใช่สิ่งต่ำต้อย การถอดรองเท้าครั้งต่อไป ผู้เขียนอยากจะขอเชิญชวน  ให้เจ้าของ หาที่เหมาะที่ควรให้ แก่รองเท้าของตน ให้รองเท้าบอกใครต่อใครว่า เจ้าของฉัน   เขาปราณีต เรียบร้อย ใส่ใจ แม้แต่การถอดรองเท้าเลยทีเดียว