เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ผมได้จัดทำโครงการประชุมโต๊ะกลม เพื่อกำหนดทิศทางของคณะศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาขึ้นครับ ทั้งนี้ก็เนื่องจากดำริของท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา ที่ต้องการให้การดำเนินการจัดตั้งคณะศึกษาศาสตร์มีความชัดเจนและได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการในระดับอุดมศึกษาทุกสถาบันรอบข้าง แต่บังเอิญงบน้อยครับ เลยเชิญได้ไม่กี่ท่าน และมาได้จริงก็เพียงสามท่านกับอีกหนึ่งความเห็นที่แฟกซ์มาให้
บรรยกาศเป็นไปด้วยมิตรภาพครับ ความเห็นที่ได้เป็นการถ่ายทอดจากประสบการณ์ที่มากมายของผู้ทรงคุณวุฒิที่มาประชุม หลากหลายและแตกต่างประสบการณ์ครับ แต่ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอภาพของศึกษาศาสตร์ของสถาบันตนเองเท่านั้นครับ แต่ยังนำเสนอภาพของศึกษาศาสตร์ที่ มอย.ควรจะเป็นด้วย ทั้งนี้เนื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านก็รู้จัก มอย.ดี (บางท่านดีกว่าอาจารย์ของเราเองเสียอีก ฮาฮาฮา)

ต้องขอบคุณท่านอ.สุนทร ปิยะวสันต์ครับที่มาเป็นแชร์แมนให้ในครั้งนี้ ส่วนผมทำหน้าที่เป็นเลขาที่ประชุมครับ ตอนนี้รายงานการประชุมเสร็จแล้วครับ แต่ขออนุญาตไม่เปิดเผยผ่านเว็บนะครับ เพราะต้องนำเสนอที่ประชุมคณบดี แต่ขอนำข้อคิดเห็นเด็ดๆ มาคุยกัน

- ผู้ทรงคุณวุฒิผูกโจทย์ของศึกษาศาสตร์ของเราไว้ว่า การบูรณาการอิสลามในทุกมิติ เพราะทุกท่านเชื่อว่า สถาบันเราคือสถาบันเดียวในปัจจุบันที่จะสามารถนำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้
- เราจะต้องสร้างหลักสูตรทั้งที่เป็นศึกษาศาสตร์เพื่อท้องถิ่น และหลักสูตรศึกษาศาสตร์ที่เป็นนานาชาติ ทั้งนี้โดยศักยภาพเบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายต่างประเทศที่เรามี และการดำเนินการในหลักสูตรนานาชาติของคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จน่าพอใจ
- ต้องสร้างบัณฑิตที่ครอบคลุมสามมิติ หนึ่ง เข้มข้นในเนื้อหาวิชา มีทักษะการเป็นครู และมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูในอิสลาม
- คำชมสำคัญ คือ ความสำเร็จในการเปิดหลักสูตรป.บัณฑิต ที่มีนักศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับคำชมในคุณภาพจากโรงเรียนต่างๆ ซึ่งมีการยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า ในขณะที่สถาบันอื่นๆ รอบข้าง มีหลักสูตรเหมือนเรา แต่นักศึกษาลดลง ทั้งๆ ที่มีทุนเรียนฟรี แถมการประชาสัมพันธ์มากกว่าของมอย.
- ศึกษาศาสตร์ไม่ควรเปิดสาขาวิชาที่ซ้ำซ้อนกับสถาบันที่มีอยู่แล้ว แต่เน้นสาขาวิชาขาดแคลน และที่มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะทางภาษา
- ใช้การบริหารหลักสูตรร่วมกับคณะอื่นๆ ที่มีในมหาวิทยาลัย โดยในศึกษาศาสตร์มีเฉพาะสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสอนเท่านั้น
งานนี้ผมทำผิดพลาดสำคัญไปเรื่องหนึ่งครับ คือ ลืมเชิญท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษาเข้าร่วม มานึกได้ตอนจะเปิดงานแล้ว เนื่องจากท่านเดินผ่านหน้าห้องประชุม แต่ท่านก็น่ารักครับ เข้ามาร่วมฟังการประชุมระยะหนึ่ง เนื่องจากท่านมีอีกประชุมหนึ่งพร้อมๆ กัน (นิสัยขี้ลืมของผม หลังๆ นี้อาการหนักครับ)

สุดท้ายก็ขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมทุกท่านครับ ที่ร่วมสร้างมิติใหม่ของการบริหารงานวิชาการของมหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์อาจเป็นคณะแรกที่มีการจัดประชุมระดมความคิดเห็น สร้างทิศทางที่ชัดเจน ก่อนการตั้งคณะ แต่งานนี้ท่านอ.สุนทรเปรยว่า จะต้องจัดประชุมอย่างนี้อีกหลายครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมทุกมิติ อ.เกษตรชัย เสนอว่า คราวหน้าต้องไปรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการทางศึกษาศาสตร์ในส่วนกลางบ้าง สำหรับผม ขออนุญาตดูงบประมาณก่อนครับ มีให้ทำหรือเปล่า ถ้ามีให้ทำละก้อ ถึงไหนถึงกันครับ
สลามและดุอา
จริงๆ ผมก็ควรนั่งในห้องประชุมด้วยในวันนั้น แต่ด้วยเหตุจำเป็นต้องไปหาดใหญ่เลยไม่ได้เข้า ขอโทษอาจารย์ด้วยนะคับ
ผมขอเสนอความเห็นตรงนี้นิดหนึ่ง
เมื่อวานพอดีได้ดูรายการทางทีไอทีวีรายการหนึ่ง เขาเอาฝรั่งหัวใจไทยสองคน คือ ทอดด์ ทองดี กับโจนัส แอนเดอร์สัน มาพูดเกี่ยวกับในหลวงของเรา
ตอนหนึ่ง พิธีกรถาม ทอดด์ ว่ามีพระบรมราโชวาทอะไรบ้างที่ประทับใจที่สุด คุณทอดด์ ตอบว่า เมื่อก่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤติทางเศรษฐกิจ พระองค์ท่านได้กล่าวว่า (คุณทอดด์ขอโทษจำบทไม่ได้แต่จำความหมายได้) ว่า คนไทยไม่ควรลืมความเป็นชาวนา คุณทอดดก็อธิบายต่อว่า ก่อนที่จะแข่งขันเราควรรู้ก่อนว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มีอะไรดี ถ้าไปแข่งขันในสิ่งที่ไม่ใช่เป็นตัวของตัวเอง ถ้าแพ้จะหาว่า ไม่แฟร์
เช่นกัน การเปิดคณะหรือสาขาวิชาของเรา เราควรจะมองว่า เราคือใคร มีอะไรดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอะไรที่เรามีสถาบันอื่นไม่มี และเมื่อตัดสินใจทำในสิ่งนั้นแล้วตั้งทำให้เป็นรูปธรรมให้ได้ ไม่อยากให้เป็นอย่างบางคณะหรือบางสาขาวิชา ที่ประกาศว่าจะสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ที่วางอยู่บนพื้นฐานอิสลาม สุดท้ายจบไปแม้แต่ อัซการ์นะบาวี ก็ไม่รู้จัก
เรียนอาจารย์ที่เคารพ ผมสนใจเรื่องนี้มากเลย เพราะจะช่วยให้สังคมไทยได้คิดว่า สิ่งที่คุณคิดจากส่วนกลางนำมาให้เขาน่ะ มันไม่ใช่จุดดีของสังคมไทย ทั้งๆที่เราอยู่บนความต่างและหลากหลาย เพราะเขาอยู่ในวิถีธรรมชาติ
มันเป็นความคิดตะวันตกที่เรียนๆกัน รังแต่ที่จะทำให้ทุกๆคนเหมือนกัน เราลืมรากเหง้าของเราไม่ได้ เช่นวิถีชีวิตชาวนา วิถีสวนยาง วิถีเกษตร ที่ครูบาสุทธินันท์บอกว่าการศึกษาไทยมีแต่เรียนวิชาทิ้งถิ่น เรียนแล้วทิ้งบ้าน ทิ้งชุมชน เข้าไปอยู่ในโรงงานกันหมด
วิถีชีวิตคนภาคใต้อย่างที่ มอย.จะขายเห็นด้วยอย่างยิ่ง ขายความต่างมิใช่ความเหมือน จุดแข็งภาคใต้เป็นคนที่อยู่กับธรรมชาติ มิใช่วิถีโรงงาน ภาคใต้ต้องอยู่กับศาสนาและวิถีเกษตร สวนยาง ผลไม้ ประมงแบบวิถีไทย ผมอ่านหนังสือเขาบอกว่าปอเนาะเมืองไทยไม่เหมือนใครในโลก แม้แต่รัฐมนตรีมาเลเซีย ยังอยากมาศึกษาแล้วใช้ชีวิตในไทยหลังหมดภาระ เพราะสิ่งนี้ อยากให้สามจังหวัดภาคใต้เป็นนานาชาติในด้านการศึกษาศาสนา และวิถีมุสลิมครับ
อัลฮัมดุลิลละฮฺมากๆครับถ้าหากมหาวิทยาลัยของเราจะเปิดศึกษาศาสตร์ รู้สึกภูมิใจกับคนทำงานกับมหาวิทยาลัยกับการขับเคลื่อนความหลากหลายทางสังคมที่ไม่ใช่ความแตกต่างและความแตกแยกบนพื้นฐานของอิสลาม ถ้าเยาวชนคือกำลังของประเทศชาติผมมองว่าผู้สอนก็เป็นส่วนสำคัญ(สำคัญอย่างยิ่ง)ที่จำเป็นจะช่วยสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ ขอเป็นกำลังใจแด่คนทำงาน ขอทำการบ้านพลางๆอยู่ห่างๆ เพื่อร่วมสร้าง "อุทยานแห่งการเรียนรู้ สู่การสร้างสังคมคุณธรรม" ด้วยความหวังและดุอาอฺ
ขอบคุณครับ
ขจิต ฝอยทอง
ผมพิมพ์ผิดอีกแล้วหรือนี่ (คราวนี้ผิดแบบตั้งใจครับ เพราะจำผิดจริง นึกว่าใช้ น หนู ฮิฮิ)
อาจารย์
Ibm ครูปอเนาะ
ครับ อาจารย์ไม่เข้าประชุม บรรยากาศเหงาไปนิดหนึ่งครับ คราวหน้าอย่าลืมเข้าประชุมนะครับ ขาดประชุมบ่อย ระวังจะโดนดี ฮาฮาฮา
ขอบคุณ
ลุงเอก
มาเยี่ยม คุณจารุวัจน์
กัลยาณมิตรที่มีเหมือนก่อนดวงอาทิตย์จะโผล่ขึ้นมาก็เห็นแสงสีทองส่องฟ้ากว้างมาก่อนนะครับ...
ขอบคุณครับอาจารย์
ข้อเสนอแนะของอาจารย์ได้แง่คิดครับ "ก่อนดวงอาทิตย์จะโผล่ขึ้นมาก็จะเห็นแสงสีทองส่องฟ้ากว้างก่อน" จริงดังท่านปราชญ์ได้กล่าวครับ
งั้นผมก้อขอช่วยเต็มที่ครับอาจารย์….ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณอยู่บ้างครับ อิ อิ อิ…
ขอบคุณ
อดุลย์คือคนหนึ่งที่จะลืมขอบคุณไม่ได้ในงานนี้ เพราะเป็นกำลังหลักเลย ที่สำคัญเคลียร์งบให้เรียบร้อยด้วยนะครับ ฮาฮาฮา