แค่สวมวิญญาณคนเขียนมาเขียน coffee’s corner และ สวมวิญญาณหมา มาเขียน โลกใบเล็กของหอยโข่ง ก็เมื่อยแล้ว อิอิ
มีเพื่อนผู้หนึ่งบอกว่า บันทึกของยายกาแฟเป็นบันทึกไม่มี theme  เรื่องงาน เรื่องกาแฟ เรื่องขำ ๆ จนไปถึงเรื่องน่าตกอก ตกใจ และสลดก็ยังมี ยายกาแฟก็หัวเราะ ยอมรับว่าจริง แต่ทำไมต้องมีล่ะ  ไม่อยากให้มี แค่สวมวิญญาณคนเขียนมาเขียน coffee’s corner  และ สวมวิญญาณหมา มาเขียน โลกใบเล็กของหอยโข่ง ก็เมื่อยแล้ว  ไปแวะอ่านบทความสกัดความรู้ แวะเยี่ยมเยือน พันธมิตรชาว G2K บ้างก็หมดเวลาแล้ว การมี theme บางครั้งก็จืดชืด (สำหรับตัวเอง) ทุกวันนี้ยายกาแฟใช้ชีวิตแบบขาอยู่ในหลุมทรายดูด  ตัวอยู่ในกรอบ  แต่หัวอยู่นอกคอก มานาน ไม่อยากให้แม้แต่ความคิดยังจะให้มี Theme อิอิ ว่าแล้วก็อยากเขียนสัพเพเหระ สร้างบันทึกไม่มี Theme

  เมื่อวานนี้ผู้เขียนขับรถจากเชียงใหม่ ยาวเข้ามาที่ปางมะผ้า ก็เป็นอีกวันที่สบาย ๆ ฝนไม่ตก แดดก็ไม่แรง อากาศออกเย็น ๆ รถรามีเยอะขึ้นฤดูท่องเที่ยวก็แบบนี้ ตอนออกจากเชียงใหม่ก็ขับช้า ๆ สบาย ๆ เพราะอยากจิบกาแฟไปด้วย สุนทรีย์ดีแท้ ตลอดสองข้างทางจากแม่มาลัย ผ่านไปถึงป่าแป๋ สองข้างทางจะเห็นร่องรอยของอารยธรรม

  เค้ากำลังจะมีงานรื่นเริง บันเทิงใจกัน สองข้างทางจะประดับด้วย ไม้ไผ่ปัก ห่าง ๆ รักษาระยะ ประมาณเมตรกว่า ๆ มีขวดเล็ก ๆ แบบขวดลิโพถูก apply ให้เป็นตะเกียงน้ำมันก๊าด  สองข้างทางจริง ๆ เลยค่ะ  นึกไปถึงว่ามาถึงค่ำกว่านี้อีกนิด คงสวยมากมายเหมือนขับรถดิ่งเข้าหาถนนประดับไฟ คล้าย ๆคำพูด “Let the light lead me to heaven” 

  วัดไหนมีงานก็จะประดับประดาธงสวยงาม  ลูกเล็กเด็กแดงจะมายืน มาเล่นกันเป็นกลุ่ม ๆ เล่นกันบ้าง จุดประทัดบ้าง  บางบ้านก็จะเริ่มรวมพลเตรียมตั้งขบวนแห่ มีค้องกลอง ฉิ่งฉาบ เป็นที่น่าสนุกสนาน บางบ้านก็กำลังนั่งเย็บกระทง กันอยู่ ไม่มีแสงสี ไม่มี โปรโมท แต่เห็นร่องรอยความสุขและความกระตือรือร้น ฉาบเกือบทุกใบหน้าที่ผ่านมาให้เห็น บ้านไหนไกล้ขบวนก็จะออกมาชะเง้อชะแง้ รอคอยขบวน เห็นผู้ชายเอาเด็กน้อยขึ้นขี่คอ เดินไปร่วมขบวน หน้าพ่อก็ยิ้มแย้ม หน้าเด็กก็หัวเราะร่า เห็นเด็กน้อยเร่งแม่ยิก ๆ จะออกมาดูขบวน เห็นเห็นแล้วอยากลงไปมีส่วนร่วมด้วยเหลือเกิน ผู้เขียนขับรถผ่านช่วงนี้ไปอย่างช้า ๆ ว่าที่นี่เค้าทำอะไรกันบ้าง และที่สำคัญกลัวมีเด็กน้อย วิ่งออกมาที่ถนนด้วยความคะนอง  กลัวจะไปสร้างโศกนาฏกรรม ให้คืนวันแห่งความบันเทิงใจ   

ขับรถผ่านป่าเขาและเขตชุมชนเป็นพัก ๆ ช่วงไหนเป็นป่าเขาก็ขับรถฝ่าอากาศเย็นเยียบ ผู้เขียนไม่ยอมหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมทับอีกชั้น เพราะอยากรู้นัก จะเย็นได้ขนาดไหน 

   เขตบ้านเรือนก็ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวา  เขตป่าก็น่ารื่นรมย์ เมื่อขับผ่านช่วงป่าช่วงเย็น ๆ อาทิตย์ลงใกล้ไหล่เขา ภูเขาสลับซับซ้อนเริ่มเล่นแสงสี เข้ม และจาง ลดหลั่นกันไปตามระยะไกล ใกล้  แสงสีทองสาดไปทั่ว  สาดจนดอกหญ้าข้างทางกลายเป็นสีทองเต็มไปหมด แสงสีทองอบอุ่นของป่าเขายามนี้ดูอบอุ่นจนเหมือนจะละลายความเย็นเยียบได้จนหมดใจ   อยากสามารถเก็บภาพนี้ไว้ได้ดูอีก ในยามจำเป็นจริง ๆ    

   ผ่านไปถึงแม่แสะ ก็ให้รู้สึกหนาวเยียบ แวะดื่มกาแฟสดที่ร้านพี่ที่คุ้นเคย ทราบว่าเค้าขายกาแฟดอยช้าง เป็นอาราบิก้า 100 % หอมเข้มข้น แวะไปซื้อของร้านลุงแสน เจ้าของคำพูด รวมเป็นเงิน สองแสน รับมาหนึ่งล้าน ทอนไปแปดแสน  ขอให้คนซื้อรวยเป็นล้าน  ส่วนลุงจะขอรวยแค่แสน   แต่วันนี้ลุงไม่อยู่

    กาแฟหมดถ้วย ก็คืนความสดชื่นอีกครั้ง ล้อก็หมุนอีกครั้ง ครั้งนี้จะยาวไปถึงอำเภอปายโดยไม่มีบ้านคนอีก  อาทิตย์ใกล้ตกดิน ฟ้าและยอดเขาสีทองอบอุ่น แต่อากาศเย็นเยียบ ผู้เขียนลองยื่นแขนขวาออกนอกรถ ขนลุกพรึ่บลามมาถึงต้นคอและแขนซ้าย เย็นจริง ๆ   เมื่อใกล้ถึงทางเข้าห้วยน้ำดัง แสงแดดลอดผ่านเงาสนจนถนนดูคล้ายทางม้าลาย เหลือบดูยอดสน ดูคล้าย ๆ กับใบสนสีทอง

<div style="text-align: center">491c</div>

  เข้าใกล้ปายมากขึ้น อาทิตย์ก็ลับเหลี่ยมเขา มองมาถึงเมืองปายก็มืดพอดี เห็นความสว่างวาบเข้าหางตาเหลือบมอง ก็ใจวาบพระจันทร์ลูกโต เต็มดวงกว่าวันไหน ๆ ลอยขึ้นเหนือยอดเขาด้านทิศตะวันออก(สำหรับคืนนี้น่าจะเรียก ทิศพระจันทร์ออก) สีเหลืองอร่ามสวยงามจริง ความสว่างของแสงจันทร์ทำให้มืดช้าลง ยังเห็นหลืบเขาลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ คนเดินท่ามกลางแสงจันทร์ยังแทบจะมองหน้าได้ชัด  ร้าน coffee-in-love ปิดไปแล้ว ถ้ายังไม่ปิดกะไว้ว่าอยากไปนั่งจิบกาแฟชมจันทร์เสียหน่อย  น่าเสียดายจริง

</span><p>Tobe Continue</p>