แล้วอย่างนี้การศึกษารากเหง้าชุมชนจะเป็นอย่างไร ?? การสร้างความสำนึกให้ภาคภูมิใจในรากเหง้าจะเป็นอย่างไร ??

หลายวันก่อนได้อ่านหนังสือ "ก่อเกิด : คู่มือศึกษารากเหง้าชุมชน" ที่ทางโครงการเรียนรู้รากเหง้า เท่าทันสังคม จัดทำขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้เยาวชนสืบค้น และเข้าใจรากเหง้าของตนเอง เพื่อยืนหยัดท่ามกลางกระแสสังคมโลกาภิวัฒน์ในปัจจุบันได้อย่างภาคภูมิใจ

เป็นหนังสือที่ดีมาก ไม่เฉพาะสำหรับเยาวชน แต่คนเริ่มต้นทำงานชุมชนอย่างเรา ซึ่งเข้าใจแนวคิดเหล่านี้ทางทฤษฎีอยู่ แต่ไม่รู้จะนำมาเริ่มปฏิบัติอย่างไร ก็ได้รับประโยชน์มาก เพราะมีคำแนะนำ วิธีปฏิบัติและเครื่องมือต่างๆ ที่เข้าใจง่าย จึงตั้งใจอ่านรวดเดียวจบใน ๒ วัน

ต้องขอบคุณ อ.ปัท อีกครั้งนะคะ สำหรับหนังสือดีๆ ที่ อ.แนะนำอีกแล้ว

แต่พออ่านจบแล้ว ก็เริ่มมีคำถามกับบริบทของชุมชนในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ จึงอยากเขียนบันทึกนี้เพื่อหาคนช่วยคิดช่วยแนะนำด้วยค่ะ !!

เพราะการสืบค้นรากเหง้าชุมชนที่หลายๆ ชุมชนทำกันประสบผลสำเร็จ หรือที่ในหนังสือนี้แนะนำนั้น ส่วนใหญ่เป็นลักษณะชุมชนที่มีรากเหง้า มีประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยเฉพาะมีความรู้สึกร่วมเป็นชุมชนเดียวกัน

แต่บริบทของพื้นที่นี้ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ใช่ปกาเกอะญอที่ตั้งรกรากบนแผ่นดินไทยมานาน ดังตัวอย่างที่หนังสือนี้แบ่งปันไว้ แต่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพเคลื่อนย้ายมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน บางชุมชนก็ ๒๐-๓๐ ปี บางชุมชนก็ ๑๐ กว่าปี

แต่ที่สำคัญ คือสมาชิกในชุมชนต่างทะยอยกันเข้ามาอาศัยเพิ่มเติมในชุมชนในเวลาต่างๆ กัน ส่วนใหญ่ผู้เริ่มก่อตั้งรุ่นแรกมีไม่มากนัก และค่อยๆ มาสมทบ โดยเป็นเครือญาติกันบ้าง ไม่ใช่บ้าง จำนวนไม่น้อยเพิ่งมาตั้งถิ่นฐานไม่ถึง ๑๐ ปี หรือแม้แต่เพิ่งเข้ามาปีนี้ หรือไม่กี่เดือนก็ยังมี...

แล้วอย่างนี้การศึกษารากเหง้าชุมชนจะเป็นอย่างไร ??  การสร้างความสำนึกให้ภาคภูมิใจในรากเหง้าจะเป็นอย่างไร ??