ผมนึกถึงชุมชนเมืองที่ต่างมาจากคนละที่ละทาง อยู่ร่วมกันด้วยระเบียบทางสังคมที่มีกรอบกฏหมายเป็นหลัก ซึ่งที่จริงทุกคนมีกรอบจริยธรรมส่วนบุคคลหรือความเป็นคนที่มาจากการหล่อหลอมของสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมกำกับในระดับใดระดับหนึ่ง
มีทั้งระเบียบในการอยู่ร่วมกันคือศีลเพื่อให้การอยู่ร่วมกันเป็นปกติสุข สำนึกร่วมในต้นตระกูล(ผี)เดียวกันย่อมทำให้ผู้คนเกี่ยวพันกัน
ลึกลงไปของมิติที่ผูกพันคนรุ่นนี้ รุ่นก่อนและรุ่นหลังต่อไปคือ อุดมการณ์ทางศาสนา
ถ้าของพุทธก็คือ นิพพาน เป็นเป้าหมายสุดท้ายของชีวิตที่จะส่งทอดการแสวงหาจากคนรุ่นนี้สู่คนรุ่นต่อๆไป
ระเบียบทางสังคมเป็นการวางสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเดินทางสู่เป้าหมายของปัจเจกบุคคล
ตอนนี้อุดมการณ์เหล่านี้ลดน้อยถอยลงหรือเลือนหายไป อุดมการณ์ใหม่คือการมีชีวิตอยู่เพื่อความสุข(ของตนเอง) ทำให้ความเห็นแก่ตัวมีมากขึ้น ต้องลำบากร่วมกันมากขึ้น
การสร้างกองทุนชุมชนเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน(ทุนทางสังคม) ถ้าพอมีทุนนี้อยู่ก็ทำได้ง่ายและอาจเป็นแรงหนุนเสริมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น หรือหากจัดการไม่ดีก็อาจทำให้อ่อนแอลงได้ เกิดการทะเลาะกันเรื่องเงินมากขึ้น แนวทางออมบุญวันละ1บาทเป็นแนวทางที่ดีมาก แนวทางหนึ่ง เพื่อให้สมาชิกคิดถึงการลดผลประโยชน์ส่วนตน(รายจ่าย)ลงวันละ1บาทเพื่อบริจาคให้กับชุมชนสังคม นำมาจัดตั้งเป็นกองบุญขึ้น กองบุญนี้ใช้กับสมาชิกและผู้ยากลำบากที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้แม้แต่การลดรายจ่ายวันละ1บาท
พลังของการลดความเห็นแก่ตัวด้วยตัวเงินเพียงวันละ1บาทเพื่อประโยชน์ของชุมชน เมื่อทำร่วมกันก็อาจเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน เป็นการสร้างพลังเกาะเกี่ยวของคนที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกัน เป็นพลังความรู้จากขุมปัญญาทางศาสนาในพลังของความเอื้ออาทรที่สร้างปาฏิหาริย์ให้เห็นทั้งส่วนบุคคลและชุมชน