บทความน่าสนใจ  "ใต้ร่มพระบารมี" โดย รศ.กมลทิพย์  กสิภาร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 

ใต้ร่มพระบารมี                  

รศ. กมลทิพย์  กสิภาร์                

ดิฉันเกิดในแผ่นดินสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่ 9  ทรงครองราชย์  ดิฉันได้รับเสด็จครั้งแรกเมื่ออายุ 4 ขวบ  ปี พ.ศ. 2498   สถานีทดลองข้าวพิมาย  จังหวัดนครราชสีมา        เมื่อศึกษาสูงขึ้นได้เรียนรู้ปฐมบรมราชโองการ ให้ไว้ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม  พ.ศ. 2493  ในพิธีบรมราชาภิเษกใจความว่า  เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม  พระองค์ได้ปกครองแผ่นดินจนเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติจนทุกวันนี้ ดิฉันได้ย้อนดูตนเองที่เกิดเป็นคนไทย และตั้งคำถามกับตัวเองว่า  จะทำอย่างไรให้เป็นคนดี  มีคุณค่าต่อสังคมท้องถิ่น  ดิฉันได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัว  ครูอาจารย์  เพื่อประกอบอาชีพในสถานศึกษาที่มีความหมายว่า  คนของพระราชา    ซึ่ง พรบ. ได้กำหนดหน้าที่ 4 ประการ  ดิฉันจึงตั้งจุดมุ่งหมายในการประกอบอาชีพตามหน้าที่ที่กำหนด  ได้แก่        การสอน  ดิฉันไม่ได้คิดว่า  การสอนนักศึกษาจะเป็นเพียงชั่วโมงสอนตามกำหนดในตาราง    แต่เป็นการสร้างคนให้มีคุณภาพ  ครูจึงมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่  ต้องใช้หลากหลายวิธีสอนให้นักศึกษาเป็นคนช่างคิด   และคิดอย่างเป็นระบบ  หาเหตุผล  รู้จักสังเกต  สร้างสรรค์  และทำงานร่วมกันได้  การสอนจึงต้องประกอบด้วยการสร้างจิตวิทยาศาสตร์  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ปฏิบัติการทดลองเพื่อให้ได้องค์ความรู้  การเรียนมีทั้งในห้องเรียนและภาคสนามซึ่งเป็นการบูรณาการของศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ ขณะเดียวกันครูต้องหมั่นหาความรู้เสมอ   ดังนั้นการสืบค้นภูมิปัญญา   การวิจัยเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดเวลา   การวิจัย     มีทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม   ซึ่งดิฉันให้ความสนใจเรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ     จึงทำงานวิจัยด้านนี้  เช่น  การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของผักพื้นบ้านภาคอีสาน   การศึกษา พรรณไม้ที่เป็นชื่อภูมินามในเขตอำเภอเมือง   จังหวัดนครราชสีมา    การสร้างชุดการศึกษาภูมิปัญญา    ด้านอาหารและสมุนไพร  พรรณไม้ในสถาบัน  เป็นต้น  หลังจากนั้นก็ได้ทำเป็นเอกสาร  หนังสือที่จะเผยแพร่องค์ความรู้  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เช่น  นำผลงานไปเสนอในเวทีการประชุม  The International Botanical  Congress  ครั้งที่ 17 ที่กรุงเวียนนา  ประเทศออสเตรีย  นอกจากงานดังกล่าวแล้วดิฉันยังทำงานด้านทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขานุการ  รองผู้อำนวยการ  และผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม     ได้ศึกษาวิจัยและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมโคราชเสมอมา      มีส่วนในการเขียนเรื่องของวัฒนธรรมในหนังสือของดีโคราชทั้ง 5 เล่ม  รวมทั้งงานหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและศิลปกรรม ซึ่งตรงกับความสนใจด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจัดกิจกรรมทั้งบรรยายความรู้และการอบรมให้แก่เยาวชน  ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและศิลปกรรม  การบริการวิชาการสู่ชุมชน  นอกจากจะจัดให้มีการอบรม  เป็นวิทยากรด้านวิทยาศาสตร์  วัฒนธรรม   ภูมิปัญญา  และสิ่งแวดล้อมแล้ว  ดิฉันยังได้นำความรู้การบริการวิชาการ   โดยเป็นกิจกรรม   การเรียนการสอนให้กับนักศึกษาที่เรียน  เช่น  วิชาวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต  จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์สู่ชุมชนท้องถิ่นของตน เพื่อเรียนรู้ท้องถิ่นพร้อมกับการให้ความรู้แก่ชุมชนของตัวเองด้วย   วิชาชีวิตกับสิ่งแวดล้อม       จัดกิจกรรมให้นักศึกษา เรียนรู้สิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนรวมทั้งการดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม งานเหล่านี้ไม่ต้องรอให้โอกาสมาถึงแต่สร้างโอกาสให้เกิดขึ้นได้เสมอ

                เหนือสิ่งอื่นใดที่เป็นมงคลชีวิต  ดิฉันได้ทำงานสนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี   จัดทำพิพิธภัณฑ์พืชที่ศูนย์วิทยาศาสตร์   และยังได้แต่งหนังสือเพื่อเข้าร่วมเฉลิมพระชนมพรรษา  80  พรรษา   จำนวน  2  เล่ม  คือ ชีววิทยาพืชท้องถิ่นและอนุกรมวิธาน  ดังนั้นดิฉันจึงถือว่าเป็นโชคดีของชีวิตที่เกิดมาใต้ร่มพระบารมี       เป็นคนของพระราชา   อยู่ในแผ่นดินที่สงบสุข    มีศาสนาพุทธเป็นหลักชัยนำชีวิต