ท่านมีวิธีจัดการความเครียดอย่างไร
ความเครียดส่วนหนึ่งมาจากความคิดของเราเอง คิดมาก วิตกกังวลสูง จะมีความเครียดมาก ถ้ารู้จักปรับความคิดใน่แง่มุมใหม่ ๆจะช่วยให้เครียดน้อยลง
ก่อนอื่นควรสังเกตตัวเองว่าคิดมากหรือไม่ หรือชอบคิดในทางหาทางออกไม่ได้ ไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร รู้สึกสับสนไปหมด ควรหยุดพักและปรับความคิดใหม่ ลองคิดในแง่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น รู้จักปล่อยวาง คิดอย่างมีเหตุผล ลองคิดดูว่าถ้าคนอื่นเขาเจอปัญหาแบบนี้เขาจะแก้ปัญหาอย่างไรลองศึกษาจากกรณีคนอื่น โดยการอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ หรือพูดคุยปรึกษาผู้มีประสบการณ์ อาจได้แนวคิดใหม่ ๆ พยายามคิดในแง่ดี หาเวลาพักผ่อนหย่อนใจ หรือทำอะไรที่ชอบเพื่อผ่อนคลาย และควรแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดทีละอย่างที่สามารถแก้ขได้ ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป
การจัดการกับความเครียดนั้นขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคนที่มีสาเหตุความเครียดแตกต่างกัน ในส่วนตัวดิหฉันใช้การผ่อนคลาย โดยการนั่งในท่าที่สบายทีสุด ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงในเก้าอี้ วางแขนขาอย่างสบาย หลับตาปล่อยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนผ่อนคลายมากที่สุด ประมาณ 20 นาที ส่วนในด้านการคิดพยามคิดในแง่ดี และพยายามแก้ปัญหา ไม่คิดมาก คิดในแง่ดี และกล้ายอมรับในปัญหา
ความเครียดนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่คิดวิตกกังวลมากเกินไป และปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที หรือการวิตกกังวลกับเรื่องที่ยังไม่เกิด ส่วนวิธีจัดการกับความเครียดนั้น จะใช้วิธีการจัดการกับความคิดของตัวเองก่อน พยายามจะคิดในแง่ดี และปลอบใจตัวเอง จัดการกับปัญหาทีละอย่าง ถ้ามีเวลาจะทำในสิ่งที่อยากทำ และชอบ เช่นเดินเล่น ออกกำลังกายในช่วงเวลาสั้นๆ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น อาจจะโทรศัพท์ไปหาคนที่เข้าใจเรา และพยามคิดว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้เสมอ
ส่วนใหญ่ปัญญาเรื่องความเครียดเกิดจากความวิตกกังวล การแก้จึงแก้ที่ความคิดของตนเสียก่อน พยายามคิดในแง่ที่ดี คุยโทรศัพท์กับคนที่เราอยากคุยด้วย จะได้ไม่หมกมุ่นอยู่กับตัวเองเกินไป หรือนอนพักผ่อน หรือไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ถ้าหากเครียดมากจะใช้การนั่งสมาธิ จะได้สงบสติอารมณ์
จัดการโดยวิธีการแก้ที่ต้นเหตุของความเครียด ว่าสาเหตุที่มีสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าสามารถแก้ได้หรือยอมรับกับสิ่งที่เกิดจะทำให้เรารู้สึกดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเครียดเพราะยังไม่ได้แก้ปัญหามากกว่า แต่ถถ้าปัญหานั้นไม่สามารถแก้ได้ทันทีจะพยามคิดในแง่ดี ปรับตัวให้พร้อมว่าเราต้องเผชิญกับมัน และต้องผ่านไปได้ด้วยดี การได้พูดคุยกับคนที่เราสนิทสามารถทำให้ลดความเครียดได้ในระดับหนึ่ง หรือสามารถทำให้หายเครียดได้เลยในบางครั้ง การทำงานอดิเรกทีชอบ ทานอาหารที่อยากทาน ไปในสถานที่ที่อยากไป แต่บางครั้งไม่สามารถทำในสิ่งเหล่านี้ได้ก็ต้องยอมรับกับปัญหาที่เกิดนั้น
# หัวข้อ
**ตัวหนา**
*ตัวเอียง*
[ลิงก์](url)

- รายการ
> อ้างอิง
ความเครียดส่วนหนึ่งมาจากความคิดของเราเอง คิดมาก วิตกกังวลสูง จะมีความเครียดมาก ถ้ารู้จักปรับความคิดใน่แง่มุมใหม่ ๆจะช่วยให้เครียดน้อยลง
ก่อนอื่นควรสังเกตตัวเองว่าคิดมากหรือไม่ หรือชอบคิดในทางหาทางออกไม่ได้ ไม่รู้ว่าปัญหาคืออะไร รู้สึกสับสนไปหมด ควรหยุดพักและปรับความคิดใหม่ ลองคิดในแง่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น รู้จักปล่อยวาง คิดอย่างมีเหตุผล ลองคิดดูว่าถ้าคนอื่นเขาเจอปัญหาแบบนี้เขาจะแก้ปัญหาอย่างไรลองศึกษาจากกรณีคนอื่น โดยการอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ หรือพูดคุยปรึกษาผู้มีประสบการณ์ อาจได้แนวคิดใหม่ ๆ พยายามคิดในแง่ดี หาเวลาพักผ่อนหย่อนใจ หรือทำอะไรที่ชอบเพื่อผ่อนคลาย และควรแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดทีละอย่างที่สามารถแก้ขได้ ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป
การจัดการกับความเครียดนั้นขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคนที่มีสาเหตุความเครียดแตกต่างกัน ในส่วนตัวดิหฉันใช้การผ่อนคลาย โดยการนั่งในท่าที่สบายทีสุด ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงในเก้าอี้ วางแขนขาอย่างสบาย หลับตาปล่อยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนผ่อนคลายมากที่สุด ประมาณ 20 นาที ส่วนในด้านการคิดพยามคิดในแง่ดี และพยายามแก้ปัญหา ไม่คิดมาก คิดในแง่ดี และกล้ายอมรับในปัญหา
ความเครียดนั้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่คิดวิตกกังวลมากเกินไป และปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที หรือการวิตกกังวลกับเรื่องที่ยังไม่เกิด ส่วนวิธีจัดการกับความเครียดนั้น จะใช้วิธีการจัดการกับความคิดของตัวเองก่อน พยายามจะคิดในแง่ดี และปลอบใจตัวเอง จัดการกับปัญหาทีละอย่าง ถ้ามีเวลาจะทำในสิ่งที่อยากทำ และชอบ เช่นเดินเล่น ออกกำลังกายในช่วงเวลาสั้นๆ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น อาจจะโทรศัพท์ไปหาคนที่เข้าใจเรา และพยามคิดว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้เสมอ
ส่วนใหญ่ปัญญาเรื่องความเครียดเกิดจากความวิตกกังวล การแก้จึงแก้ที่ความคิดของตนเสียก่อน พยายามคิดในแง่ที่ดี คุยโทรศัพท์กับคนที่เราอยากคุยด้วย จะได้ไม่หมกมุ่นอยู่กับตัวเองเกินไป หรือนอนพักผ่อน หรือไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ถ้าหากเครียดมากจะใช้การนั่งสมาธิ จะได้สงบสติอารมณ์
จัดการโดยวิธีการแก้ที่ต้นเหตุของความเครียด ว่าสาเหตุที่มีสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าสามารถแก้ได้หรือยอมรับกับสิ่งที่เกิดจะทำให้เรารู้สึกดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเครียดเพราะยังไม่ได้แก้ปัญหามากกว่า แต่ถถ้าปัญหานั้นไม่สามารถแก้ได้ทันทีจะพยามคิดในแง่ดี ปรับตัวให้พร้อมว่าเราต้องเผชิญกับมัน และต้องผ่านไปได้ด้วยดี การได้พูดคุยกับคนที่เราสนิทสามารถทำให้ลดความเครียดได้ในระดับหนึ่ง หรือสามารถทำให้หายเครียดได้เลยในบางครั้ง การทำงานอดิเรกทีชอบ ทานอาหารที่อยากทาน ไปในสถานที่ที่อยากไป แต่บางครั้งไม่สามารถทำในสิ่งเหล่านี้ได้ก็ต้องยอมรับกับปัญหาที่เกิดนั้น