ต่อจากตอนที่แล้ว...หลังจากผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆกลับไปจนหมด เหลือแต่พวกเรา 11 ชีวิต ที่ถูกเรียกว่า Facilitator นั่งมองตากันด้วยสายตาบ้องแบ๊ว แล้วก็ตกลงกันว่า "เราจะกลับบ้านไปพักผ่อนกันดีกว่า แล้วพรุ่งนี้เก้าโมงเช้าเจอกัน" ก็มันทั้งล้า ทั้งหิวข้าว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ
ตอนเช้ามารวมกันเราก็ประกาศว่าจะต้องพาทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมกับเราออกมาจากห้องประชุมสี่เหลี่ยมสีขาวนั้นให้ได้ แล้วความคิดก็หลั่งไหลพรั่งพรูกันออกมาใครมีเครื่องมือ มีเกม มีไอเดียอะไรก็ใส่กันออกมา เราเอาหมด และแล้วทุกอย่างก็ออกมาเป็นแบบนี้
- ตอนเช้าเป็นการออกกำลังกายด้วย "ชี่กง" ประมาณ 15 นาที แล้วก็แนะนำให้รู้จักอาจารย์พิเศษ ซึ่งก็หมายถึงทุกๆคนที่มาอยู่ด้วยกันในวันนั้น (อันนี้เป็นเทคนิคที่ทำให้พวกเราเหล่า Fa รู้สึกอึดอัดน้อยลง เพราะเราโยนภาระการเป็นผู้ให้ความรู้ให้กับทุกๆคนที่มาเข้าร่วม) :D
2. ทำ WalkRally + World Cafe' เราแบ่งออกเป็น 5 ฐาน แต่ละฐานก็จะมีคำถามเชยๆ เกี่ยวกับ L.O. ไว้ให้ทุกคนแชร์กัน เช่น รู้สึกอย่างไรกับ L.O., เราเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเองได้อย่างไร, อุปสรรคการเรียนรู้ของเราคืออะไร ฯลฯ ก็แค่ต้องการให้ทุกคนได้ Review เกี่ยวกับการเรียนรู้ของตัวเอง และบรรยากาศในองค์กร
3.ในแต่ละฐานเราเตรียมเกม ฮา ฮาไว้ให้เล่น เพื่อคัดเลือกคนให้อยู่ซ้ำชั้น คอยอธิบายเรื่องราวที่กลุ่มก่อนหน้านี้ได้คิดกันไว้ให้เพื่อนๆกลุ่มใหม่ฟัง (คนซ้ำชั้นมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ส่วนใหญ่จะเป็นพวก manager เราจึงสรุปว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความคล่องตัวของคนจะลดลง) ตัวอย่างเกมของเราก็ง่ายๆค่ะ เอาแบบไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เพราะเตรียมไม่ทัน
- เกมต่อเพลง : เล่นง่าย แต่จบยาก แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพทางการดนตรีของหลายๆคน อิ อิ
- เกมฝนตก-ฟ้าร้อง-ฟ้าผ่า เคยเล่นป่ะ ที่ฝนตกให้เอานิ้วจิ้มลงไปบนมือเพื่อน ฟ้าร้องให้เอานิ้ววน พอได้ยินว่าฟ้าผ่าให้กำนิ้วเพื่อนใครโดนกำก็อยู่ต่อ เกมนี้คนที่ไม่ผ่านมักเป็นคนสูงอายุ :D
- เกมวาดรูปใบ้คำ เรามีบัตรคำให้ แต่ละคนจะต้องเวียนกันไปวาดรูปและทายคำ ถ้าทายถูกได้ 1 แต้ม แต้มน้อยสุดอยู่ต่อ แต่ว่า...เราวางกับดักไว้คือมีบัตรคำที่เขียนด้วยสีแดง เป็นคำยากพิเศษ เช่น คุณสมเกียรติ คุณจำลอง คุณธีรวิทย์ ...ที่กล่าวมาเป็นชื่อเจ้านายที่รักของพวกเราเอง คำเหล่านี้ใครทายถูกเอาไปเลย 5 แต้ม
- เกมต่อคำภาษาอังกฤษ เช่น flower ดอกไม้ - ตาย dead เป็นต้น มีคนนึงคิดไรไม่ออกเลยต่อว่า Dome - ธรรมศาสตร์ เลยแพ้ฟาวล์ไป...ตอนเลิกสารภาพว่ากลับไปคิดต่อว่าถ้ามีโอกาสแก้ตัวจะต่อว่า comb - หวี แทน :D
- เต้นลีลาศ อันนี้ก็ฮา ยิ่งบางคนที่เราไม่คิดว่าจะเต้นได้ ก็ยึกยักไปกับเค้าได้ด้วย :D
4.พอเวียนกันครบก็ขึ้นไปนั่งล้อมวงใหญ่แชร์กันอีกที ตอนสรุปเราก็เล่นแบบเอาตัวรอดคือโยนไมค์ให้เจ้านาย (คุณสมเกียรติ) ช่วยสรุปให้ ก็...แบบว่า สรุปไม่เป็นนี่นา
5.ตกบ่ายเรามีวิทยากรพิเศษ คือพนักงานจากฟาร์มไก่พ่อแม่พันธ์และครอบครัว มาคุยเรื่องการใช้ไหมขัดฟันให้เราฟัง กลุ่มที่มาเนี่ยลูกๆของเค้าชนะเลิศการประกวดหนูน้อยฟันสวยในฟาร์มนะคะ พวกเราทำ Storytelling กันค่ะ แบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ แล้วล้อมวงคุยกับพวกพี่ๆจากฟาร์ม แล้วก็เวียนกลุ่มกันไปเรื่อยๆ แล้วก็จบด้วยการล้อมวงใหญ่อีกที เป็นกิจกรรมง่ายๆที่ทำแล้วได้ใจมาก ยิ่งตอนแชร์วงใหญ่แล้วพี่ๆวิทยากรพิเศษของเราบอกเล่าความรู้สึกว่า "ตอนแรกรู้สึกกลัว ไม่รู้จะเอาอะไรมาคุยกับพวกหัวหน้า แต่ตอนนี้ภูมิใจมากที่ได้สอน ได้ให้ความรู้เรื่องการแปรงฟัน และการใช้ไหมขัดฟันกับหัวหน้า" บทเรียนนี้พิสูจน์แล้วว่า วุฒิการศึกษา หรือตำแหน่ง ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าใครมีความรู้มากกว่าใคร :D เราได้ฟังแล้วโดนใจเรามาก นี่แหละประโยคที่พี่เค้าพูดนี่แหละ ที่เราต้องการ
6.ช่วงสุดท้ายแล้ว โล่งอกจริงๆ เราให้เล่นเกมส์ "จิ๊กซอว์ใบ้" เกมนี้ได้มาจากคุณสุริยา หนึ่งในแก๊งของเรา เป็นเกมต่อจิ๊กซอว์โดยให้แบ่งกลุ่มละ 5 คน แจกซองใส่จิ๊กซอว์คนละถุง กติกาคือต่อจิ๊กซอว์ให้ได้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส 5 รูป โดยที่แต่ละคนห้ามสื่อสารกัน ไม่ว่าทางใด จะส่งสายตาก็ไม่ได้นะ เดี๋ยว Fa เอานิ้วจิ้มให้ตาบอดเลย แต่ก็มีหลายคนพยายามฝ่าฝืน ตอนเลิกยังมาบอกว่าหมั่นไส้ Fa ที่คอยข่มขู่คุมคามไม่ให้คุยกัน :D แล้วก็ห้ามต่อให้เพื่อน แน่นอนว่าซองของแต่ละคนที่ได้ไปมันไม่สามารถต่อเป็นจัตุรัสได้ จนกว่าจะเอามาแชร์กัน เราจึงมีกติกาว่าเรายื่นให้เพื่อนได้ แต่ก็ห้ามเอามาวางกองเป็นส่วนกลางนะ
จะบอกให้ว่า พวกเราไม่รู้เหมือนกันว่าเล่นเกมนี้แล้วจะได้อะไร???ขึ้นมา เพราะเมื่อวานนี้เพิ่งออกไปซื้อกระดาษแข็งสีที่ตลาดมานั่งตัดจิ๊กซอว์แล้วก็จัดใส่ซอง ยังไม่ได้ลองเล่นกันเลย แต่ผลปรากฎว่าทุกคนแชร์กันได้เยอะมาก เจ๋งๆทั้งนั้น ว่าเล่นเกมนี้แล้วได้เรียนรู้อะไร จะยกตัวอย่างให้ดู เช่น
- รู้จักการแบ่งปัน ของบางอย่างอยู่ที่เราอาจไม่มีคุณค่าอะไร แต่ถ้าเราหยิบยื่นให้เพื่อนมันอาจเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากสำหรับเค้า
- ในการทำงานเราต้องหมั่นเอาใจใส่ดูแลเพื่อนรอบข้าง ว่าเค้าต้องการอะไร ขาดอะไร
- เรื่องของการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ ฯลฯ
แล้ว Fa อย่างเราก็สรุปว่า "สิ่งที่ทุกคนพูดมาดีมากเลยค่ะ เราคงไม่ต้องสรุปอะไรให้ฟังอีกแล้ว" ฮ่า ฮ่า มุกหากินของ Fa ที่ไม่มีทักษะการเชื่อมโยงและสรุปประเด็น แล้วก็จบลงด้วยความสุข อิ่มเอมใจของใครหลายๆคน บางคนบอกว่าไม่ได้หัวเราะขนาดนี้มานานแล้ว บางคนบอกว่าเอาอีก เอาอีก แต่พวกเราบอกว่า "พอก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว" ฮ่า ฮ่า ขอเวลาไปฝึกวิชาก่อน ปีหน้าคงได้เจอกันเต็มๆใน Learning Camp ของเรา
ตอนนี้พวกเราอาจเป็นได้แค่ Ha-cilitator แต่เรารู้ว่าวันหนึ่งเราจะเป็น Facilitator ที่ดีได้ เพราะเราทำด้วยใจค่ะ
ขอขอบคุณความบังเอิญทั้งหลายที่ทำให้พวกเราได้มีโอกาสลองเป็น Facilitator กับเค้าซักที และทำให้เราได้รู้ว่าเรายังขาดทักษะที่สำคัญอีกมากมาย และก็ทำให้รู้ว่างานนี้มันมีความสุขใจมากแค่ไหน ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทำให้มีอาชีพนี้ :D ฝากขอโทษเจ้านายด้วยที่ตอนแรกทำหน้าหงิกหน้างอใส่ :D