เมื่อวานนี้บังเอิญเห็นบล็อกพ่อครูบา ว่าจะมาขึ้นเวทีที่เมืองทอง เรื่องการศึกษาไทย กะจะไปให้กำลังใจพ่อครูบา เดินเข้าห้องประเด็น"บัณฑิตในฝัน" บรรยากาศเฉกเช่นเคยเข้าไปฟัง UKM ที่ผ่านมามิมีผิด
เข้าห้องไปทำไมบรรยากาศมันผิดสังเกตุ อีกห้าห้องเขาคนแน่น แต่ห้องนี้โหรงเหรง ฟังจนจบจึงรู้ว่า ที่คนเขาไม่เข้ามา เพราะเขารู้ว่าความคิดยังไม่ขึ้นจากหล่ม แถมจมลงไปอีกถนัดใจ ในรายการนี้มีพ่อครูบาที่ว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้าน หนึ่งอธิการ อดีต สกอ. ภาคอุตสาหกรรม และนักศึกษาอีกหนึ่งคน
เห็นพ่อครูบา ฟังเขาพูดแล้วนั่งหงอยๆผิดสังเกตุ หันไปมาเจอน้องหนิงเลยได้แลกเปลี่ยน การฟังเริ่มจากตัวนักศึกษา นำมาเปิดประเด็นก่อน เขาก็จะพูดแต่เรื่องแหล่งอบายมุขรอบมหาวิทยาลัย อาคารต่างๆ ฟังแล้วดูจะสู้เด็กที่เม็กดำไม่ค่อยได้
ฟังตัวแทนอุตสาหกรรมไทยยิ่งร้ายหนักใหญ่ จะเอาแต่แข่งขันตะบันมันแต่ต่างชาติ ไม่รู้ว่าเกิดในท้องถิ่นใด หนักเข้าจะตั้งมหาวิทยาลัยอัตตลักษณ์อุตสาหกรรมไทย ที่จะเปิดสอนเอง เรียนเอง สร้างเอง รับเอง แล้วเอาไว้ทำงานเอง (มันน่าไปสร้างประเทศเองอยู่ซะเลยถ้าไม่อยากยุ่งกับชาวบ้าน) ทั้งๆที่ล้วนแต่เอาทุนทางธรรมชาติของประเทศไปใช้ทั้งสิ้น ไม่เคยเหลียวแลสัมคมไทยส่วนใหญ่ในชนบท แถมกำหนดมาตราฐานคน มาตราฐานคิด ตามฝรั่งทั้งหมด
สวัสดีครับคุณลุงเอก
ขอบคุณครับ
ท่านเอกครับ
บางครั้ง ผมก็ชอบฟังเพลงนี้มากๆ ครับ
อย่ายอมแพ้
อ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์
...หาก วันนี้ เรา ล้มลง
ยังคง ลุกขึ้น ได้ใหม่
ยังคงมีหนทาง ถ้ายังมียิ้ม สดใส
ก้าวไป อย่าหวั่นไหวหวาดกลัว
พร้อมทนทุกข์หมองหม่น
ผจญ ความมืดหมองมัว
ไม่กลัว จะฝันถึง วันใหม่
หากวันใดอ่อนแอ
ท้อแท้ อย่าหวั่นไหว
ขอให้ใจ ไม่สิ้นหวัง
ปัญหา แม้จะหนัก
ก็คง ไม่เกินกำลัง อย่าหยุดยั้ง ก้าวไป
ขอ อย่า ยอม แพ้
อย่าอ่อนแอ แม้จะร้องไห้
จงลุกขึ้น สู้ไป
จุดหมาย ไม่ไกล เกินจริง
หากวันใดอ่อนแอ
ท้อแท้ อย่าหวั่นไหว
ขอให้ใจ ไม่สิ้นหวัง
ปัญหา แม้จะหนัก
ก็คง ไม่เกินกำลัง
อย่าหยุดยั้ง ก้าว ไป
ขอ อย่า ยอม แพ้
อย่าอ่อนแอ แม้จะร้องไห้
จงลุกขึ้น สู้ไป
จุดหมาย ไม่ไกล เกินจริง
ขอ อย่า ยอม แพ้
อย่าอ่อนแอ แม้จะร้องไห้
จงลุกขึ้น สู้ไป
จุดหมาย ไม่ไกล เกินจริง... <p>ขณะที่พิมพ์นี้ กำลังฟังเพลงนี้อยู่ครับ</p><p>คนในยุโรปหลายประเทศ ใช้การศึกษานอกระบบ นอกรูปแบบหาความรู้ให้ตัวเองครับ</p><p>ด้วยความปรารถนาดี</p>
ลุงเอกครับ
มุมมองจากต่างประเทศ ประเทศไทยเป็นแหล่งขุมทรัพย์มหาศาลทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรบุคคล ที่สามารถเนรมิต ประเทศไทยมีจุดแข็งที่ความเป็น สังคม และส่วนรวมอยู่มากกว่าประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ แต่สิ่งใดที่ทำให้การรวมตัว หรือการอยู่กันเป็นสังคม ถึงได้ไม่พัฒนา หรืออาจเป็นเพราะว่า ท่านหัวเรือที่จะนำพาประเทศชาติในด้านทรัพยากรบุคคล ไม่ได้ให้ความสำคัญของบุคคลเพื่อจะสร้างเงิน แต่เป็นการนำเงินมาซื้อตัวบุคคล ซึ่งเงินซื้อทรัพยากรธรรมชาติได้ แต่ไม่สามารถซื้อความรู้ของปัจเจกบุคคลได้ และหากจะให้ประเทศชาติพัฒนา จะต้องสร้างรากฐานของทรัพยากรบุคคลให้สามารถดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ประเทศชาติก็จะพัฒนา แต่หากว่านำเงินมาซื้อความรู้ เมื่อเงินหมด ความรู้ก็ไม่พัฒนาเหมือนฐานไม่ดี ใดเลยจะทำให้ยอดดีได้ พอจะมีวิธีอีกบ้างไหมที่จะปูฐานปูชนียบุคคลระดับรากหญ้าเพื่อให้อนาคตของประเทศไทยได้ก้าวไปสู่สังคมที่ไม่ใช่เพียงแต่ “สังคมบูชาเงิน” อย่างเช่นทุกวันนี้
</ul>
สวัสดีค่ะลุงเอก
ยังมีคนมีอุดมการณ์จริงอยู่หลายคน พวกเราจงช่วยกัน เป็นกำลังใจให้พวกท่าน อย่าให้ว้าเหว่ ต่อไป ถึงอย่างไร เราก็ทอดทิ้งบ้านเมืองเราไม่ลง อยู่ดีค่ะ
สวัสดีค่ะลุงเอก
วันที่พ่อครูบาเข้าร่วมประชุม ก่อนขึ้นเวทีก็ถามบรรยากาศท่านก็ดูไม่ค่อยสนุก หลังจากลงจากเวทีมาแล้วท่านก็ดูเหนื่อยๆ บอกว่าแย่...แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด ... เพิ่งมาอ่านของลุงเอก..เข้าใจเลยค่ะ
เพราะเวลาที่เขาจะหาบัณฑิตที่พึงประสงค์ เขาก็จะเน้นไปแต่ที่ผู้ใช้บัณฑิต ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรม...ไปๆมาๆ กลายเป็นว่ามหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตเพื่อนายทุน...ยังเคยถามผู้บริหารค่ะว่าแล้วบัณฑิตเพื่อชุมชนละค่ะ? ...
ในส่วนของบัณฑิตเอง ก็มองว่าเมื่อเป็นบัณฑิตก็จะมุ่งทำงานที่มั่นคง มีเงินเดือน เป็นเจ้าคนนายคน ... หากกลับไปสู่ชนบท พ่อแม่ก็ไม่อยากให้กลับเพราะเกรงว่าคนอื่นจะว่าอุตส่าห์สงเรียนสูงๆ กลับมาอยู่ชนบทเหมือนเดิม...ซะงั้นค่ะ
เรื่องนี้คงต้องมองหลายมุม ช่วยกันสร้างค่านิยมใหม่....คิดว่าน่าจะช่วยได้บ้ามั้ยค่ะ
พ่อครูบาบอกว่าชอบสอนแต่วิชาทิ้งถิ่น แต่ได้พบครูคนนี้แล้วมีความสุขจริงๆ ลองอ่านดูนะครับ อ.แป๋วhttp://gotoknow.org/blog/ekk-km/148990?page=1
ถ้าหากการศึกษามีเรื่องของเศรษฐกิจเข้าเกี่ยวข้อง คงไม่ต้องถามว่าอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร และที่สำคัญหากเราย้อนมองสภาพที่เป็นอยู่จริงในชุมชนท้องถิ่นแล้วนำปัญหามาบูรณาการในบทเรียนน่าจะมีประโยชนืมากกว่าที่จะสอนตามกระดาษกี่สมัยๆๆก็ไม่เคยเปลี่ยน ยกตัวอย่างเช่น สภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อยู่กันหลากหลายวัฒนธรรม เราจะสอนวิธีการพูดจาอย่างไรให้เกิดความสมานฉันท์ วึ่งนำไปสอดแทรกในเรื่องของทักษะการพูด หรือการปกครองเป็นต้น คืออยากจะบอกว่า สิ่งที่เป็นท้องถิ่นและชุมชนมีอะไรให้เราได้ศึกษามากกว่าตำราบางเล่ม(บางเล่มนะครับ)ด้วยความเคารพ
มาเป็นกำลังใจให้อีกคนครับพี่เอก พ่อครูบา และท่าน อื่น ๆ ที่มีความตั้งใจ ความมุ่งหวังให้ลูก หลานเรามีความรู้ เป็นคนดี คนเก่งที่ช่วยเหลือตนเองและสังคมได้ และที่สำคัญที่สุด มีความสุขกับการดำเนินชีวิตครับ
การศึกษาอาจจะมองต่างมุมก็จริงคะ แต่ความจริงที่มีความเห็นตรงกันคือพัฒนาเด็ก ๆ ไม่ใช่หรอ เพื่อที่จะให้อนาคตของชาติไปพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประเทศได้เจริญ ไม่ใช่หรอกหรือ แล้วกับการที่แต่ละคนมองต่างมุมไม่มันผิดหรอกคะ มันขึ้นอยู่แค่ว่า การศึกษามุ่งหวังให้อะไรแก่ผู้ศึกษามากกว่า ขออย่าให้พ่อครูบาจงอย่าท้อ จงสู้กับอุดมการณ์ต่อไปนะคะ ขอร่วมให้กำลังใจอีกแรง
ลุงเอกขา
หนิงก็ชอบเพลงเดียวกับท่านพลเดช วรฉัตร เลยค่ะ