(ต่อจาก ๑)
แปลกแต่ก็จริง จะว่าโม้ก็ไม่ว่ากันครับ ข้าวที่ทานวันนี้อร่อยกว่าเมื่อวานที่เรารับประทานในเมืองเยอะเลย เลยอดไม่ได้ที่จะต้องค่อย ๆ ทานไปเรื่อย ๆ รับรู้สิ่งเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ
พ่อใหญ่แม่ใหญ่ก็ยังขยันไม่เลิกครับ ทีวีที่ดูก็เป็นรายการข่าว และรายการเกี่ยวกับการเกษตร
ที่ญี่ปุ่นนี่เรื่องดินฟ้าอากาศน่าจะเป็นเรื่องที่พวกเขาสนใจมากทีเดียว โดยจะสังเกตได้ว่าที่มุมด้านบนของทีวีมีการรายงานสภาพอากาศ ณ ขณะนั้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสำหรับคนไทยเราที่ปี ๆ หนึ่งมีสองฤดูคือฤดูร้อน กับ ฤดูฝน ส่วนฤดูหนาวกลายเป็นฤดูร้อนเหมือนกันแต่ร้อนน้อยหน่อย การเห็นการเกาะติดสภาพอากาศแสดงออกอย่างนี้ออกจะแปลกสักหน่อย แต่พอทานข้าวไปเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าอุณหภูมิค่อย ๆ สูงขึ้นจริง ๆ ด้วย...จากเช้า ๆ ที่แรกเดินอากาศหนาวเย็นประมาณว่าพ่นควันออกปากได้ ตอนนี้ขึ้นมาอุ่นหน่อย ๆ ประมาณ ๑๙ ถึง ๒๐ องศาเซลเซียสเย็นกำลังสบายเสียแล้ว
ผมคิดว่าแม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นชาติหนึ่งที่สามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองจนสามารถอยู่เหนือธรรมชาติที่เผชิญ แต่เรื่องของการแปรเปลี่ยนดินฟ้าอากาศก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ญี่ปุ่นไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนหรือควบคุมได้ดังใจ การแก้ปัญหาวิธีหนึ่งที่ทำได้ก็คือเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงอย่างสงบและใกล้ชิด แล้วปรับตัวไปตามสภาวธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปนี้
ส่วนรายการเกษตรวันนี้ถึงดูไม่รู้เรื่องแต่ภาพที่เห็นก็น่าสนใจครับ...เขาไปไร่มันเทศกัน !?...
ไร่มันเทศที่เขาพาไปน่าจะเป็นไร่มันเทศที่อร่อยหรือชื่อดังแห่งหนึ่ง...เพราะจะเห็นได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำไปขึ้นโรงแรมหรู ๆ พร้อมกับป้ายชื่อคนปลูกเลยทีเดียว
ถึงดูรายละเอียดอธิบายว่ามันอร่อยยังไงไม่เป็นแต่ก็ประทับใจในการฝึกฝนพัฒนาตัวเองของเขาไม่ได้ อย่างมันเทศเนี่ยหนึ่งในเทคนิคที่เขาทำมันเทศให้อร่อยก่อนจะส่งออกจากไร่ก็คือ...มีห้องเก็บมันเทศอยู่ใต้ดินครับ !?...โอ้...ห้องเก็บมันเทศใต้ดิน...หลักการเหมือนห้องเก็บไวน์เลย...กล่าวคือเพื่อรักษาอุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะในการเก็บรักษารสชาติของมันเทศ
เห็นแบบนี้แล้วอดนึกถึง “อิทธิบาทสี่” ที่เคยเรียนที่โรงเรียนไม่ได้
“...ธรรมแห่งความสำเร็จ...อิทธิบาทสี่ประกอบไปด้วย
ฉันทะ: ความพอใจ ความภาคภูมิใจในสิ่งที่กระทำ
วิริยะ: ความเพียรพยายามมานะบากบั่นในสิ่งที่กระทำ
จิตตะ: ความเอาใจใส่ ฝักใฝ่ในสิ่งที่กระทำ
วิมังสา: ความพิจารณาใคร่ครวญในสิ่งที่กระทำ...”
ในขณะที่เราท่องปาว ๆ ตอนเด็ก ๆ ว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้สอบผ่าน แล้ววันนึงเราก็จะลืมไป...ที่นี่เขาดำเนินการไปด้วยใจโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีนักวิชาการหรือคัมภีร์ใดมาบอกมาสั่งสอนมาให้รู้
อาจเป็นเพราะสากลของธรรมชาติที่ขับเคลื่อนออกมาจากใจว่า...หากมิได้ขับเคลื่อนดังกล่าวแล้ว สิ่งที่กระทำออกมายังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะสร้างมันขึ้นมาได้ไม่
รับทราบดังนี้แล้วก็พลอยอดรู้สึกไม่ได้ว่าข้าวมื้อนี้มันอร่อยสุด ๆ โดยไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากมายอีก
อื้มม์...โออิชิ...อร่อยจังครับ...
ทานข้าวเสร็จเช้านี้เราก็มีโอกาสได้พบกับสองสาวสุด ๆในบ้านมาร่วมในวงด้วย...
คนนึงก็คือสาว(เหลือ)น้อยที่สุดก็คือคุณย่าที่เราพบเมื่อคืนนี้ และอีกคนก็คือสาวน้อยที่สุดของบ้านนี้ก็คือหลานสาวสุดปลื้มของพ่อใหญ่ที่กะจะมาให้พวกเราได้รู้จักกันเมื่อคืนก่อน
แต่เช้านี้แลดูคุณย่าจะปล่อยให้สาวน้อย PR ตัวจริงของบ้านเป็นคนเป็นคนดำเนินการแทนครับ โดยคุณย่าก็ดูแลอยู่อย่างห่าง ๆ
สาวอนงค์น้อยนางนี้มีอายุ ๗ ขวบครับมีชื่อว่าดีดีกะ หน้าเหมือนพ่อใหญ่มาก อย่างกับเคาะ block ออกมาเลย ประมาณว่าถ้าเดินออกไปข้างนอกสองคนตาหลาน แล้วบอกว่าเนี่ยลูกหลงก็น่าจะมีคนเชื่อได้เลยที่เดียวเชียวแล้วดีดีกะ PR ตัวจริงของบ้านก็ทำหน้าที่ซึ่งเธออาจจะไม่ได้คิดว่ามันเป็นน่าที่ก็เป็นได้อย่างดีมาก
เมื่อแรกเจอลุง ๆ ป้า ๆ ต่างแดนอย่างเราตอนแรกเธอก็เขินครับแอบวิ่งไปกอดคุณแม่ที พ่อใหญ่ที แม่ใหญ่ที กระทั่งคุณย่าซึ่งก็คือคุณทวดก็อดไปกอดไม่ได้ คงประมาณว่าขอตั้งตัวหน่อยนะคะ... (แต่หลานก็คงหารู้ไม่ว่าลุง ๆ ป้า ๆ เมื่อแรกเห็นก็ปลื้มหนูซะแล้วไม่ต้องทำอะไรก็ได้จ้า)เมื่อเธอตั้งตัวได้...เธอก็บุกลุยเดี่ยวเข้ามาเลยครับ โดยเข้ามาเล่นด้วย เล่นอะไรเดี๋ยวก็ว่าอีกก็แล้วกัน...
สู้เพื่อแม่เวอร์ชั่นญี่ปุ่น...มาแล้วจ้า...
จำไม่ได้แล้วว่าเล่นอะไรไปบ้าง คุยอะไรไปอย่างไรรู้แต่ว่าญาติมิตรสหายต่างแดนได้มาพบกันแล้ว...
แม้ว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่องโดยเฉพาะคู่พี่เปี๊ยกกับพี่นุชกับดีดีกะ...กลมกลืนกันเหมือนครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งไปเลย เหมือนเป็นครอบครัวพี่เปี๊ยกพี่นุชดีดีกะแล้วก็อาแปะข้างบ้านอย่างผมแวะมาเยี่ยม...
ใจที่บริสุทธิ์นี่มันทำให้เราเชื่อมต่อกันและกันง่ายอย่างนี้นี่เอง...
จำไม่ได้ว่าความบริสุทธิ์ใจแบบเด็ก ๆ นี้หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่รู้อีกทีความบริสุทธิ์ใจแบบนี้ของเราเหมือนถูกเก็บไว้ในกล่องอะไรสักอย่างในใจที่ซ้อนทับเป็นชั้น ๆ ไปเรื่อย ๆ ตามสมมติอะไรบางอย่างที่เราให้เป็นไป ซึ่งบางคนก็จำไม่ได้แล้วว่าเก็บไว้ที่ไหน...
อีกประมาณชั่วโมงเรามีนัดไปรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมกันต่อที่สำนักงานรวมของ Natsumachi เวลายังมีอยู่พอสมควร แถมเป็นเวลากลางวันที่เวลาถนัดของพ่อใหญ่ ชาวนาชั้นอ๋องเลยชวนพวกเราไปเดินดูเรือกสวนไร่นาของเขาสักหน่อย โดยพาไกด์สาวดีดีกะ PR ของบ้านไปกับพวกเราด้วย
ธรรมชาติกับเราก็เลยได้พบกันอีกครั้ง... (ดีจังเลย)
ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นมาอีกหน่อยแล้วไม่เย็นจนควันออกปากเหมือนเมื่อตอนแรก แต่แดดยังทออย่างอ่อน ๆ ไม่ต่างมากนักกับแดดที่ได้พบปะกันเมื่อตอนแรกช่วงเวลากลางวันนี่สมกับเวลาของชาวนาชั้นอ๋องอย่างพ่อใหญ่ครับ
พ่อใหญ่กับดีดีกะ ปู่และหลานสาวพาเดินนำพวกเราไปเยี่ยมชมผืนนาที่ท่านและแม่ใหญ่ได้นำความมุ่งมั่นรังสรรค์ขึ้นมาอย่างกระฉับกระเฉิงร่าเริง ไม่แลดูเหมือนชายในวัยหกสิบต้น ๆ เลย ปู่กับหลานเดินไปราวกับเด็กน้อยวัยเดียวกันที่พาเพื่อนใหม่มาเที่ยวชมถิ่นที่ตนเองคุ้นชินวิ่งเล่นเป็นเจ้าถิ่นมานับแรมปีอย่างภาคภูมิ
เดินไปพลางชี้ไปพลางว่าไร่นาที่กว้างใหญ่ซึ่งตอนนี้ได้เก็บเกี่ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้วนี้เป็นฝีมือของแม่ใหญ่และท่านช่วยกันพลิกฟื้นขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในผลผลิตที่ท่านได้ขึ้นมาก็คือข้าวเช้าที่พวกเราได้ทานนี่เอง
พ่อใหญ่ยังพาไปดูต้นกุ้ยช่ายในเรือนกระจกที่สร้างง่าย ๆ ด้วยโครงอลูมิเนียมแล้วคลุมด้วยพลาสติกใส เพื่อเป็นสวนผสมในนาของท่านด้วย เมื่อคืนที่เรามาถึงที่นี่ในห้องพักของเรามีรูปท่านกับแม่ใหญ่อยู่ในนั้นโพสท่านอย่างโก้ ๆ ในเรือนกระจกที่อุดมไปด้วยต้นกุ้ยช่ายแห่งนี้ลงในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นข่าวเกษตรกรท้องถิ่นตัวอย่างพอมาเห็นต้นกุ้ยช่ายสีเขียวสดงามงอกงามเต็มเรือนกระจกรับแดดอ่อน ๆ แลดูอารมณ์ดีแบบนี้...
ดูท่าภาพข่าวที่เราพบเห็นนี่คงไม่โม้เป็นแน่แท้...
เรือกสวนไร่นาที่อุดมสมบูรณ์ แต่น้ำยังใส ๆ อากาศยังสะอาด ๆ สดชื่น ๆ ปกคลุมด้วยท้องฟ้าใสกว้างใหญ่ ท่ามกลางป่าสนเขียวกว้าง อย่างสงบสุขสิ่งเหล่านี้ยืนยันได้ว่าเราได้อยู่กับชาวนาชั้นอ๋องอย่างแท้จริงเดินไปได้ไม่นานเท่าไหร่เราก็ต้องกลับไปที่บ้าน เพราะเรามีนัดหมายพบกับบ้านอื่น ๆ ในสายวันนี้เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
ก่อนจะกลับไปที่บ้านแวะเวียนไปสักการะเจดีย์หินเล็ก ๆ ไม่ห่างที่นาเท่าไหร่ ขอให้ความสงบสุขนี้อยู่กับที่นี่ไปตราบนานเท่านาน
แล้วเราก็กลับไปที่บ้านพ่อใหญ่ก็ส่งไม้ต่อให้แม่ใหญ่ที่เตรียมรถพร้อม พาเราไปยังที่นัดพบ ณ อาคารรวม Natsumachi Green Homestay เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
เป็นบ้านที่อบอุ่นนะคะ มีสาวน้อยหลายคนที่น่ารักทั้งนั้น
สาว สาว สาว ที่นี่น่ารักจริง ๆ ครับ
สาว(เหลือ)น้อยสุด 80 + ขวบ
สาว(เหลือ)น้อย 60+ ขวบ
สาวน้อย 7 ขวบ