เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ให้รถแท็กซี่มารับให้ไปส่งที่สนามบินดอนเมือง
ระหว่างทางได้คุยกับคนขับรถ เข้าเล่าเรื่องให้ฟังน่าสนใจ
สิ่งแรกเลย คนขับรถบ่นว่าลูกค้าเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จากสองศูนย์ทำให้คนขับรถดังกล่าวไปแล้วไม่สามารถรับลูกค้าได้ เพราะมีแท็กซี่ศูนย์อื่นรออยู่แล้ว ก็เลยบ่นว่าลูกค้าไม่น่าทำแบบ นี้ ก็ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลว่า ตนเองเคยใช้บริการรถแท็กซี่แล้วไม่มาตามนัด และไม่แจ้งทำให้เสียงานสีการ ซึ่งลูกค้าคนดังกล่าวอาจมีประสบการณ์แบบนี้ก็ได้ ก็เลยต้องเรียนรถจากทั้งสองศูนย์
ปัญหาจึงกลับมาว่าคนไทยเรายังมีปัญหาเรื่องของความซื่อสัตย์ และตรงต่อเวลา ทั้งศูนย์ให้บริการ คนขับรถแท็กซี่ และผู้โดยสาร ซึ่งผลดังกล่าวส่งผลเสียโดยทั่วหน้า
เรื่องที่สองที่แท็กซีเล่าให้ฟัง เรื่องของบริการรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ประดับรถมากขึ้น เช่น มีระบบจ่ายค่าบริการแบบเครดิต (แต่ระบบนี้คนขับรถบอกว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกว่าจะได้เงินต้องสิ้นเดือนไปแล้ว และเงินบางส่วนก็จะถูกตัดไปเป็นค่าผ่อนชำระเลย) ส่วนอีกระบบก็คือ GPS ซึ่งศูนย์น่าจะนำมาช้วยรถแท็กซี่และคนเรียกรถได้ เพราะเมื่อมีการเรียนกใช้บริการรถ ทางศูนย์น่าจะทราบว่ารถแท็กซี่คันใดอยู่ใกล้ ก็ควรให้ไปรับลูกค้า คนขับรถบอกว่าในความเป็นจริงไม่เป็นแบบนั้น ทั่งนี้เพราะดูตามพื้นที่แล้ว เหมือนใกล้ แต่เส้นทางการขับรถอาจต้องอ้อม ทำให้ไปถึงช้าก็ได้ ซึ่งคนขับบอกว่าระบบนี้เหมาะสำหรับการติดตามรถหาย แต่ยังไม่สามารถนำใช้ในการส่งรถไปให้ผู้โดยสารได้ แต่ก็มีองค์กรหลายองค์กรที่ใช้บริการรถแท็กซี่ให้กับพนักงานเวลาต้องไปทำงานนอกสถานที่ ซึ่งองค์กรดังกล่าวต้องการทราบว่าพนักงานดังกล่าวไปที่ใดบ้าง (ถือเป็นความก้าวหน้าหรือนวตกรรมแบบใหม่ในการทำงาน)
เรื่องที่สาม แท๊กซี่เอื้ออาทร คงไม่ได้มาพูดถึงระบบ แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้จากแท็กซี่ดังกล่าวก็คือ การจองรถแท็กซี่เอื้ออาทร ต้องมีผู้ค้ำประกัน ก็คยกับแท็กซี่ว่า การทำงานของแท็กซี่เอง รายงานที่ได้ต่อวันไม่เพียงพอในการค้ำประกันหรือ ต้องมีคนอื่นมาค่ำอีกรอบ หรือ ถ้าไม่มีญาติพี่น้อง ทรัพย์สินอื่นจะทำอย่างไร แท็กซี่คนดังกล่าวบอกว่า ก็ครู อาจารย์ที่เคยสอนหนังสือมา ตัวเองก็ถามไปต่อว่า ถ้าครูไม่ยอมละ เพราะบ่อยครั้งที่ค้ำประกันแล้วหนี้ก็มาก แท็กซี่บอกว่าก็จ่ายค่าดำเนินการเบื้องต้นให้ครูไปประมาณหมื่นบาท ส่วนใหญ่ครูกลุ่มนี้ก็มักจะค้ำประกันให้ มาถึงตรงนี้บวกกับข้อมูลบางอย่างของการเลือกตั้ง ทำให้ถึงบางอ้อว่าวัฒนธรรมของเราเป็นแบบนี้เอง
มนุษย์ยังไม่มีทุนทางสังคมส่วนตัวเพียงพอ (โดยไม่อาศัยทุนทางสังคมภายนอก) ที่จะทำให้เชื่อว่ามนุษย์คนนี้มีความสามารถเพียงพอที่จะยอมรับได้
ทำอย่างไร จึงสามารถเชื่อถือทุนทางมนุษย์ที่ได้สะสมมา เช่น การศึกษา และอาชีพบางอย่าง ให้ความมั่นใจในมนุษย์มากขึ้นแทนต้องใช้หลักฐานอื่นประกอบ หลักฐานอื่นอาจเป็นเพียงข้อมูลแต่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในการกระทำได้หรือไม่ (ทราบว่าเป็นไปไม่ได้ แต่น่าจะมีวิธี และน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง)
เรียน ท่านอาจารย์ ดร.ชุ
ทุนมนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญ เรียนรู้จากแท๊กซี่ ก็ได้ประโยชน์ ครับ