ในช่วงเวลาที่ผ่านมาประมาณ กว่า ๒ เดือนผมใช้เวลาครุ่นคิดว่า 

ผมจะทำนาอย่างไรที่จะไม่ต้องลงทุนลงแรง แต่มีข้าวกิน 

หรือถ้าจะลงก็น้อยที่สุดที่ไม่มีทางขาดทุนแน่นอน และคนทั่วไปนำไปปฏิบัติได้ 

071111+004

นา ๑๐ พย ๕๐

ทำไมเกษตรกรทั่วไปต้องไถ 

·        เพราะต้องการกำจัดวัชพืช

·        จนเกิดผลในการทำลายดินอย่างรุนแรง ดินเสียโครงสร้าง แน่นทึบ เพียงไม่กี่วันหลังการไถ

·        และทำให้ รู้ว่าต้องไถ จึงจะร่วน (แบบชั่วคราว) 

ทำให้ต้องเตรียมการและลงทุนมาก และเป็นสาเหตุหนึ่งในการขาดทุน

·        ต้องมีไถ หรือรถไถไว้ตลอด ปีหนึ่งใช้ไม่กี่ครั้ง แต่ก็ต้องมี

·        ต้องใช้แรงงาน และน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวัน

·        ต้องใช้เวลามากในกระบวนการทำงาน

·        ต้องรอจังหวะฝน จังหวะน้ำ จังหวะดิน

·        ทำลายระบบธรรมชาติ จนเจ้าของนาต้องเข้าไปจัดการทุกเรื่อง ที่ต้องใช้ทุนมาก

·        โดยรวม การลงทุนดังกล่าวทำให้ต้นทุนสูงกว่าราคาข้าวที่จะขายได้ 

การไม่ไถ ทำให้ดินร่วนแบบถาวร โดยปล่อยให้สิ่งที่มีชีวิตในดิน บนดิน ในน้ำ ในอากาศ ทำหน้าที่แทนเราได้

 ทำไมเกษตรกรทั่วไปต้องดำนา

·        เพราะลดการแข่งขันของวัชพืช

·        ให้ข้าวเจริญสม่ำเสมอ สวยงาม 

ข้อนี้เป็นการทำตามความรู้สึก ที่แพงมาก ทั้งเวลา ค่าแรง และต้นทุนในการทำงาน ที่ต้อง

·        เตรียมแปลงกล้า

·        ดูแลแปลงกล้า

·        ไถดะ (ภาษาอีสาน-ไถฮุด)

·        ทิ้งให้หญ้าเน่าตาย

·        ไถแปร

·        ทิ้งให้ขี้ไถร่วน นิ่ม เละ

·        คราด ทำเทือก

·        ถอนกล้า

·        ขนกล้าไปปักดำ 

ทุ่มเททำในสิ่งที่ ไม่ต้องทำก็ได้  

เพราะโดยธรรมชาติข้าวที่โตห่างกันจะแตกกอมากถ้าถี่จะแตกกอน้อย เป็นปกติ อยู่แล้ว 

การหว่านจึงให้ผลไม่แตกต่างจากการดำ เพียงแต่ลดการแข่งขันของวัชพืชได้เท่านั้นก็พอแล้ว 

วนไปวนมาก็ติดอยู่เรื่องเดียว วัชพืช 

ดังนั้นผมจึงไม่ทำอะไร ตั้งใจลดการแข่งขันของวัชพืชเพียงอย่างเดียว 

·        ผมจึงใช้วิธี ทดน้ำแช่ให้วัชพืชอายุยืนตาย ในช่วงที่มีน้ำไหลบ่าผ่านแปลง

20070321_%e0%b8%99%e0%b8%b2_125

นา ต้นพฤษภาคม ๒๕๕๐

·        ปล่อยปลากินหญ้า (เฉาฮื้อ)

·        เดินถอน วัชพืชที่ยังตายไม่หมด

·        พอน้ำลดลง ก็หว่านข้าว ถั่ว งา

20070606_%e0%b8%99%e0%b8%b2_321+%28small%29

นา ๘ มิย ๕๐

·        จะมีหญ้าอายุสั้นขึ้นปนกับข้าว ถั่ว งา

Img_2502+%28small%29

นา ๒๒ กค ๕๐

·        พอหญ้าส่วนใหญ่เริ่มจะออกดอก (๒ เดือน หลังหว่านข้าว) ใช้เครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง ตัดหญ้า ปนถั่ว ปนข้าว ไปให้วัวกิน

Img_2510+%28small%29

 นา ๒๓ กค ๕๐

Img_2513+%28small%29

·        ปล่อยให้ข้าวแตกยอดใหม่ แต่หญ้าจะตายเป็นส่วนใหญ่·        ไม่ต้องทำอะไร รอเกี่ยวอย่างเดียว 

ถ้าเกี่ยวไม่เป็นจะทำอย่างไร

·        ต้องจ้างคนเกี่ยว

ถ้าไม่มีเงินจ้างล่ะ จะทำอย่างไร

·        ผมคิดอยู่นาน จนได้คำตอบเมื่อวานนี้ ว่า

·        ไปบอกให้คนที่ต้องซื้อข้าวบริโภค มาเกี่ยวแบ่งกัน

·        ถือว่า ผมก็ยังไม่ต้องลงทุนอะไร เช่นเดิม 

ใช้ข้าว เกี่ยวตัวเอง ขนตัวเอง สีตัวเอง เข้ากระสอบเอง และมาอยู่ที่บ้านผมเอง

 บางท่านคงจะงงนะครับ ก็ผมวางแผนให้

·        คนเกี่ยวข้าวลงทุนทั้งหมด และ

·        แบ่งข้าวให้ผมพอกินพอใช้ และได้ขยายที่ปลูกใหม่ และ

·        ผมได้ข้าวพอกินก็พอ (ปีหนึ่งผมจะต้องใช้ข้าว ประมาณ ๗๐๐ กก. ข้าวเปลือก หรือ ๓๕๐ กก. ข้าวสาร ก็พอ รวมแจกให้เพื่อน และญาติพี่น้องทานแล้วด้วย) 

ที่เหลือ ปล่อยให้ร่วง หรือทิ้งไว้ในนา ปีต่อไป จะได้ไม่ต้องหว่านอีก 

ที่เหลือก็ทำบุญ ทำทาน ให้กับคนไม่มีนา ไม่มีข้าวกิน

โดยให้เขามาเกี่ยวข้าวแบ่งกันนั่นแหละครับ 

ผมจึงถือว่า

ผมทำนา ไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน ไม่เกี่ยว สำเร็จแล้วครับ 

และ ทำให้ผมได้

·        ระบบนิเวศธรรมชาติ ที่ลุ่ม ที่หนองน้ำ ป่าบุ่งป่าทามที่ดีคืนมา

·        มีข้าวอินทรีย์ คุณภาพดี ไว้บริโภคเอง อย่างพอเพียง ไว้แจก

·        ทำบุญ ทำทาน ด้วยข้าวดีๆ กับคนที่ไม่มีนา ไม่มีข้าวดีดี บริโภค

·        มีพันธุ์ข้าวดีๆ ไว้ขยายพันธุ์ ไว้แจกให้กับพันธมิตร และเครือข่าย 

ปีนี้หลังจากตัดต้นข้าวเป็นตารางเมตรตรวจสอบผลผลิตแล้ว

071111+002

นา ๑๐ พย ๕๐

นายอนุวัฒน์ เจิมปรุ

นักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ ปีที่ ๒ มาเยี่ยมแปลงนา ก็เลยได้วัดผลผลิตข้าวด้วยตัวเอง

ได้จำนวนรวง ๑๓๗ รวง ต่อตารางเมตร

ฟางข้าวสด ๒.๓ กก. ต่อ ตารางเมตร

มีวัชพืชปน ๓๔ ต้นต่อตารางเมตร น้ำหนักสด  ๓๐๐ กรัมต่อตารางเมตร

 071111+003

การนับเมล็ดข้าวต่อรวง โดย นาย อนุวัฒน์ เจิมปรุ

ได้เฉลี่ยประมาณ ๑๕๐ เมล็ดต่อรวง และมีเมล็ดลีบเพียง ๑.๕% 

 คาดว่าจะได้ผลผลิต ประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ กก. ต่อไร่ (จากค่าเฉลี่ย ๖๗๕ กก/ไร่)

จากที่นาที่ทำจริงๆ ๓ ไร่กว่าๆ (ที่เหลือเป็นบ่อปลา คูนาปลูกกล้วย ไม้ผล ไม้ยืนต้น)

น่าจะได้ข้าวเปลือกทั้งหมดประมาณ ๒ ตันกว่าๆ ครับ

จะมีฟางเหลือผุพังอยู่ในนาประมาณ ๑๒ ตัน

และมีปุ๋ยคอกสำรองไว้แล้วประมาณ ๑๕ ตัน จากการเลี้ยงวัว ๑๐ ตัว ควาย ๖ ตัว 

ปีที่แล้ว ผมได้ข้าว ๒.๔ ตัน (ที่ใช้บริโภคในครัวเรือน แจก แบ่งให้ญาติไปทำพันธุ์ เลี้ยงไก่ ทีเหลือใช้เลี้ยงวัว)   โดยไม่ตัดข้าวไปให้วัวกิน  

ปีนี้ทดลองตัดต่ำบ้างสูงบ้าง เพื่อทดสอบการกำจัดวัชพืช นำหญ้าและข้าวที่ตัดไปให้วัวกิน และไม่ได้ใส่ปุ๋ยคอกเพิ่ม ผลผลิตเลยลดลงนิดหน่อยครับ 

ปีหน้าจะ

·        ใส่ปุ๋ยคอกที่มีทั้งหมด

·        ปล่อยให้ข้าวงอกเอง แต่จะหว่านถั่ว งา เติมลงไป หรือหว่านข้าวพร้อมถั่ว งา ในนาแปลงใหม่

·        ตัดหญ้าสูงกว่าปีนี้ (สัก ๔-๖ นิ้ว) ให้ข้าวแตกดีกว่าเดิม

·       และจะรอให้ข้าวมาเข้าบ้านเองเหมือนเดิมครับ 

มีใครสนใจทำตามบ้างครับ