กลับลงมาที่กิโลเมตรที่ 42   แต่เพื่อนราณีก็ต้องผิดหวังเพราะมองไม่เห็นทะเลหมอกเลย    เนื่องจากอากาศปิด    และต้องผิดหวังซ้ำสองคือ บริเวณนี้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน  ที่ระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจะระดับน้ำทะเล  มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร  อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์จัดเป็นเส้นทางเดินเท้าที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติได้เข้ามาใช้ประโยชน์    ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าอากาศปิดก็หมดสิทธิ์เข้าไปเดิน....

          แต่เจ้าหน้าที่ก็มาพาชมธรรมชาติบริเวณใกล้ๆ เพราะเห็นสีหน้าผิดหวังของเรา….   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                  ไลเคน  ซึ่งจะเกาะอยู่ตามกิ่งก้านของต้นกุหลาบพันปี   ทราบว่ากำลังทำวิจัยอยู่ว่าสามารถจะเป็นยาต้านมะเร็งได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            ส้มกุ้งหรือหนามไข่ปู      ลักษณะคล้ายลาสเบอรี่มีรสเปรี้ยว  ลองชิมแล้วอร่อยดีค่ะ</p>             ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะเห็นความตั้งใจซักถามของเราเลยบอกว่า เอ้า ! งั้นผมจะพาเดินไปถึงป่าเมฆละกัน          ว๊าว!!...เหมือนสวรรค์โปรดจริงๆเลย  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          </p> <div style="text-align: center"></div> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">             ป่าเมฆ...เป็นธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดของดอยอินทนนท์   เป็นป่าดิบเขาที่จะพบได้ที่ความสูงมากกว่าสองพันเมตรจากระดับน้ำทะเลเท่านั้น    สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นและมีความชื้นสูงตลอดปี  พื้นที่จะมีเมฆหมอกปกคลุมเกือบตลอดเวลา   บางท่านจึงเรียกป่าชนิดนี้ว่าป่าเมฆ  ตามต้นไม้ต่างๆ จึงมีพืชที่ชอบความชื้นจำพวกมอส  เฟิร์น ไลเคน และกล้วยไม้ป่า ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น</p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            ทำไม่รู้ไม่ชี้...เดินเลยมาได้อีกนิดจุดที่สองสายน้ำสายใยชีวิต....ป่าดิบเขาที่รายล้อมเราอยู่มีส่วนสำคัญในการซึมซับและปลดปล่อยน้ำสู่ลำห้วย  ลำธาร   สังเกตดีๆจะพบว่าพื้นป่ามีซากพืชปกคลุมค่อนข้างหนาแน่น  เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น  การสลายตัวของซากพืชจึงเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้สิ่งที่ปกคลุมหน้าดินเปรียบเสมือนฟองน้ำที่มีรูพรุน  เกิดผลดีต่อการดูดซับและเก็บกักน้ำไว้ในดิน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <div style="text-align: center"></div>             นอกจากนั้นบรรดามอส  เฟิร์น  ที่ขึ้นตามลำต้นและกิ่งก้านของต้นไม้ยังทำหน้าที่ดูดซับความชื้นที่มากับเมฆหมอกและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำลงสู่ดินอีกด้วย  น้ำที่ไหลสู่ดินนี้เองจะค่อยๆถูกปลดปล่อยลงสู่ลำธารตลอดปี   น้ำที่ใสสะอาดเกิดจากป่าบริเวณต้นน้ำยังคงอยู่ในสภาพดี  ไม่ถูกบุกรุก   ทำลาย  และไม่ถูกปนเปื้อนด้วยสารเคมีจากกิจกรรมของมนุษย์  เราจะยังคงมีน้ำใสสะอาดเช่นนี้ในแหล่งต้นน้ำอื่นๆได้หรือไม่  ขึ้นอยู่กับการกระทำของมนุษย์เองว่าจะช่วยกันรักษาหรือเลือกที่จะทำลายป่าต้นน้ำลำธารนี้               ขณะกำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติ  เจ้าหน้าที่ก็ชวนกลับ...คราวนี้ลูกหว้าจะทำอย่างไรต่อไปติดตามได้ในวันพรุ่งนี้ค่ะ