วันที่ 9 พฤศจิกายน 2550
วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ของสัปดาห์สุดท้ายในการใช้ชีวิตนักเรียนที่สิงคโปร์ นี่ยังเหลืออีก 3 วันเท่านั้นเอง วันอังคารนี้ก็จะได้ฤกษ์ขึ้นเครื่องกลับแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จิ๋มได้ไปเลื่อนตั๋วกลับให้ผมจากเดิมที่เครื่องจะออกเวลา 4 ทุ่ม ร่นเข้ามาเป็น 17.25 น.แทน ทั้งนี้ทังนั้นก็เป็นเพราะว่าเธอไม่อยากให้ผมเดินทางตอนกลางคืน กลัวว่ากัปตันจะมองถนนบนท้องฟ้าไม่เห็น ..ฮา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้ช่วงเช้าผมกับพี่พิชัย round กับอาร์เธอ เฮงฟุกมาไม่ทันเช่นเคย เฮงฟุกบอกผมเสมอว่า เขาไม่อยาก round กับอาร์เธอ เพราะเขามักจะมาสายเสมอ แต่นั่นแหละ คำสั่งของครูที่เน้นว่า คนไข้ต้องได้รับการ round เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เขาจึงไม่รู้เรื่องราวในสายมากเท่าผมนัก หน้าที่การรายงานครูทุกเช้าจึงต้องตกแก่ผม และในอนาคตก็เป็นของพี่พิชัยต่อไป แต่จะว่าไปแล้ว เมื่อเดือนก่อนที่ผม round กับลุปน่าและเฮงฟุก ก็ไม่มีใครอยากรายงานครูซักคน กลัวกันไปหมด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เลิกจากการ round ผมให้พี่พิชัยเข้าห้องผ่าตัด เพราะว่าเราจะว่างพร้อมกัน ผมอยากจะนั่งทำงานที่ภาควิชา รอการติดต่อมาจากน้องมะนาว นักสถิติของคณะ ระหว่างนี้ก็ต้องลงไปที่คลินิกเป็นระยะๆ เนื่องจากป้าซินเทียร์ตามผมให้ลงไปดูผลแลปในกระดาษ อีกแล้ว ดีนะที่ครั้งนี้ไม่มีการสั่งยาด้วย หนาวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงอดีต ฮ่า ฮ่า และงานอีกอย่างที่ป้าซินเทียให้ผมช่วยก็คือ ลงนัดผ่าตัดให้คนไข้ครูลี ทั้งนี้เพราะว่าเมื่อ 2 วันก่อน ท่านเลิกเย็นมาก ไม่สามารถลงนัดผ่าตัดได้ เลยยกยอดมาวันนี้แทน และผมก็เจอปัญหาใหม่อีก นั่นก็คือ ทางห้องผ่าตัดแจ้งผมว่า ในวันที่ 23 เดือนนี้นั้น ครูลีมีคนไข้ผ่าตัดใหญ่แล้ว 5 ราย ผ่าตัดเล็ก 2 ราย และผ่าตัดแบบไม่นอนโรงพยาบาล หรือที่เรียกว่า day surgery อีกจำนวน 3 ราย ผมจำเป็นต้องเพิ่มลงใน day surgery อีก 2 ราย ซึ่งเป็นเพียงการขูดมดลูกและส่องกล้องโพรงมดลูก อีก 1 รายต้องค้างไว้ก่อน เพื่อขึ้นไปถามครูอีกทีว่าเลื่อนได้หรือไม่ ระหว่างนี้ก็ให้ป้าซินเทียร์ขอแฟ้มประวัติมาโดยด่วนเพื่อที่จะดูรายละเอียดในบันทึก เพราะท่านอาร์ลีนแปะไว้เฉพาะสติ๊กเกอร์ ไม่มีรายละเอียดอื่นๆเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> และก็เจอเข้าจนได้ เพราะว่าคนไข้รายนี้เป็นคนแก่ จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลก่อนผ่าตัด 1 วันเพื่อให้หมอดมยามาตรวจประเมินร่างกาย และที่สำคัญที่เธอลืมอีกจนได้ก็คือ คนไข้คนนี้มีแพทย์เจ้าของไข้ชื่อคุณหมอติง เห็นแล้วผมก็ฉุนกึ๊ก ว่าทำไมจึงไม่เขียนลงในสติ๊กเกอร์ให้เรียบร้อย หากผมลงนัดผ่าตัดให้โดยไม่แจ้งชื่อเจ้าของไข้ไปด้วยแล้วนั้น เขารู้ขึ้นมาก็จะโกรธกันอีก นี่เป็นเรื่องที่ครูหาญเข้มงวดมาก ผมล่ะเซ็ง ว่าไงครูลีไม่เคยยอมให้เธอลงนัดผ่าตัดให้เลย เพราะเคยลืมนัดผ่า วันจริงๆคนไข้มา เล่นเอาครูและเจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดงงเป็นไก่ตาแตกมาแล้ว คนไข้ก็โกรธโวยวายเลยเชียว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เที่ยงครึ๋งปั๊บ ผมก็ถึงห้องผ่าตัด เห็นพี่พิชัย วิเชฐจากกัมพูชา และเหวียนจากเวียดนามนั่งคุยกัน ก็เลยงงว่าทำไมไม่เข้าช่วยในห้อง เขาบอกว่า ตอนนี้ครูลีกำลังผ่าตัดส่องกล้องอยู่ คนไข้บอกว่าไม่ให้หมอผู้ชายเข้าไป เราเลยสบาย แต่เมื่อผมแอบโผล่หน้าเข้าไปดู ก็เห็นคนงานผู้ชายและหมอดมยาผู้ที่เป็นตุ๊ดเดินกันขวักไขว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ไม่นานนักอาร์ลีนก็โทรเข้ามา บอกว่าเข้ามาในห้องผ่าตัดไม่ได้ เพราะเธอยังอยู่คุยกับนักวิจัยเรื่องงานวิจัยของเธอที่นอกโรงพยาบาล ผมจึงถือโอกาสนี้ถามว่า ได้โทรศัพท์แจ้งคุณหมอติงเรื่องการนัดผ่าตัดหรือยัง คำตอบก็คือยัง ผมเลยตำหนิไปเล็กน้อย ไม่กล้าว่าแรงมากนัก เดี๋ยวเธอไข้ขึ้นอีก ยิ่งช่วงนี้ไซนัสเปราะบางเสียด้วย จากนั้นก็โทรศัพท์ลงนัดผ่าตัดคนสุดท้ายให้ครูลี ก็เป็นอันว่าในวันที่ 23 นั้น ครูลีมีคนไข้ผ่าตัดถึง 13 คน พระเจ้า! แค่ 5 คนยังเลิกทุ่มครึ่ง แล้วในสัปดาห์นั้น เฮงฟุกไปเป็นทหาร คงเหลือไว้ก็แต่ลุปน่า พี่พิชัยและอาร์ลีน ผมนี่ไม่อยากจะจินตนาการเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> บ่ายวันนี้ผมไม่ได้ช่วยผ่าตัดเลยครับ เพราะว่าเหลือคนไข้เพียงรายเดียวก็เป็นเพียงการผ่าตัดเล็กๆ ครูให้ผมออกมาก่อน เหลือแต่พี่พิชัยก็เพียงพอแล้ว ส่วนผมก็ยังติดต่อน้องมะนาวไม่ได้ นั่งอยู่ในสำนักงานพักหนึ่งอาร์เธอก็เข้ามา บอกผมว่าจะมา round กันวันอาทิตย์ ผมก็บอกว่าไม่เอาแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว วันอาทิตย์ก็มีเขา พี่พิชัยและเฮงฟุก เขาบอกว่าเฮงฟุกอยู่เวรคืนนี้เหมือนลุปน่าจึงจะขอ round ต่อตอนเช้าวันเสาร์เลย และลุปน่าก็กลัวว่าเพื่อนจากฟิลิปปินส์จะไม่มา round เขาจึงเหลือพี่พิชัยคนเดียว ส่วนแคโรไลน์นั้นก็ไม่รู้จะมามั้ย เขาบอกว่ามาเถอะ จะได้สอนพี่พิชัยไง ผมล่ะเซ็ง และนั่งเซ็งต่อไปจนกระทั่ง 3 โมงพี่พิชัยออกมา เราจึงกลับบ้านกัน ช่วงเวลานี้ผมจึงเข้าอินเตอร์เน็ต ติดต่อมะนาวได้ปุ๊บ เน็ตก็ล่ม ผมนี่หัวใจแทบวายตาย เลยต้องโทรไปหาถึงหาดใหญ่เลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ สัญญาณอินเตอร์เน็ตหายบ่อย ผมกำลังสงสัยว่า ที่แอบๆเล่นอยู่นี้ น่าจะเป็นสัญญาณของเท็ด เจ้าของบ้าน และเดือนนี้เป็นเดือนแรกที่เขาเริ่มทำงาน สังเกตว่าเมื่อเขาไปทำงาน สัญญาณก็ดับ ผมเลยแทบคลั่งด้วยประการฉะนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> นอนเล่นจนกระทั่ง 4 โมงครึ่ง เห็นรายการทวีที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร ท้องเลยร้องดังโครก (เสียงดังยังกะชักโครกเลยแฮะ) เลยจิ้มโทรศัพท์ไปหาหมออ้วนที่อยู่ NUH ว่าจะพาน้องไปกิน steamboat ที่ Marina Bay กัน น้องก็ใจง่ายเหลือทน รับปากทันที ผมกับพี่พิชัยเลยแต่งหล่อแล้วออกไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อ 3 เดือนก่อน ก่อนที่พี่โต้งจะกลับ ก็พาผมมากินที่นี่ เราต้องออกจากสถานีรถไฟฟ้า แล้วเดินไปที่ป้ายรถเมล์ด้านหน้า ไม่มีทางหลง เพราะมีป้ายเดียว รอขึ้นรถสาย 400 ซึ่งจะวิ่งเป็นเส้นทางวงกลม แบบว่ายังไงก็ถึงและไม่หลงทาง ตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบ 6 โมง คนเพียบ ส่วนมากเป็นเด็กๆวัยรุ่น มากันเป็นกลุ่มๆ และมีจุดหมายที่เดียวกันกับเรา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมเลือกร้านที่ใกล้ป้ายรถเมล์ จ่ายเงินไปหัวละ 13 เหรียญ มื้อนี้ผมเลี้ยงเพราะว่าจะกลับแล้ว บอกพี่พิชัยว่า หากอยากจะจ่าย ก็ค่อยพาผมกับอ้วนไปกินน้ำเมาในวันอื่นแทน..ฮา และจะเป็นประเพณีต่อไป ใครที่กำลังจะกลับ ก็ต้องพาเพื่อนๆไปเลี้ยงส่งตัวเอง เหมือนอย่างที่พี่โต้งและเท้งทำมาเป็นแบบอย่าง ฮ่า ฮ่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>อาหารวันนี้ก็เหมือนเดิม เรา 3 คนมีสิทธิ์ได้กินกุ้งและปูเป็นๆ 1 จาน แต่ไม่มีใครกล้าไปเอา เพราะว่ามันยังไม่ตาย ปูก็ยังไม่ตาย สรุปว่าอดกินปูและกุ้งเป็นๆ ได้กินแต่กุ้งแช่แข็ง ปลาหมึก (อันนี้อร่อยมาก ขอบอก) ใช้เวลาชั่วโมงเศษก็เลิกรา เรานัดกับอ้วนไว้ว่า พรุ่งนี้จะไปหาของกินกันอีก น้องบอกว่าพรุ่งนี้และอีก 4 วันข้างหน้า จะมีงานประชุมของกลุ่มแพทย์ผ่าตัดลำไส้ใหญ่และทวารหนักที่นี่ เป็น international symposium มีหมอไทยมาด้วย และอ้วนต้องไปกินเลี้ยงด้วยกัน (boss สั่ง) แต่บอกว่าเลิกงานเลี้ยงแล้วจะติดต่อหาผมกับพี่พิชัย เนื่องจากยังไงก็จะมากินด้วยกันให้ได้ งานนี้ผมเลยเบาใจ เพราะคาดว่ายังไงเสีย พี่พิชัยคงได้เพื่อนเที่ยวแล้วเป็นแน่แท้
เรียน อจ. ธนพันธ์
อจ. มีคนไข้คลอดลูกแล้วติดไหล่ที่สิงคโปร์ เพ็ญอ่านเจอนะค่ะ แล้วเขาจะรักษาเด็กได้อย่างไรค่ะ ให้เด็กหายจากแขนพลิกนะค่ะ
ขอโทษทีครับ ใช่ pk ลูกศิษย์ผมรึเปล่า
เรื่องติดไหล่นี่ ชาตินี้ไม่มีใครอยากเจอครับ
คราวนี้อาการแขนตกจะรุนแรงแค่ไหน ก็ขึ้นกับว่า ติดแน่นแค่ไหน ถูกยึกยื้อมากแค่ไหน ติดนานมั้ย ออกด้วยวิธีอะไร และดวงเราดีแค่ไหนด้วยครับ
ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาหรือเรารักษาต่างกันไหม แค่น่าจะคล้ายๆกันนะครับ คือ รอ กายภาพบำบัด
และเตรียมรับหมายศาล (ล้อเล่น)
ชีวิตผมเคยเจอติดไหล่ 3 ราย (ก๊อกๆ)
1. เด็กตายในท้องนานแล้ว แม่เป็นเบาหวาน ลูกตัวบะเริ่ม ท้องที่ 5 เอาไม่ออกครับ เด็กเริ่มเปื่อยด้วย สุดท้ายก็ออก แต่ผมน่วม
2. อีกรายเจอตอนอยู่นครศรีฯ รายนี้เจอพยาบาลเก่ง กดหัวหน่าวแม่ทีเดียว หลุดดังพลั๊วะ เด็กรอด แขนไม่ตก Erb palsy
3. รายสุดท้าย ไม่ติดไหล่ แต่รู้สึกว่าออกยากยังไงชอบกล เด็กหนัก 3900 กรัม รู้สึกว่าดังก๊อก หมอเด็กรายงานมาทีหลังว่า กระดูไหปลาร้าเด็กหัก ว่าแล้วก็เสียวสันหลังวาบ เพราะถ้ากระดูกไหปลาร้าเด็กไม่หัก รับรอง ไหล่ติดแน่นอนครับ โชคดีจริงๆครับ ไม่พิการ ตอนนี้เด็กโตแล้ว น่ารักมาก เจอกันทุกทีต้องพูดกับพ่อแม่เค้าทุกทีว่า เธอโชคดีจัง
เย้!!! อาจารย์จะได้กลับเมืองไทยแล้ว.....
๏ สร่างหนาวคราวฝัน
กาลผ่านเพียงผ่านแล้ว............ผ่านไป
ในจิตยังมั่นใน......................รักนั้น
ฝันฝากหากยาวไกล.................คงอยู่ เสมอเฮย
รำรึกตรึกเสมอครั้น.................คู่เจ้าความหนาว
หนาวนี้นี่เหน็บหนาว...............คราวฝัน
หนาวรักยิ่งจาปัลย์..................ไขว่คว้า
เหว่ว้าทุกคราจันทร์.................มืดดับ ลงเฮย
อยากกอดยิ่งเหว่ว้า..................ยิ่งร้าวหทัยสนอง
กอดใดไหนอุ่นได้...................บรรเทา
โอบจิตจิตยิ่งเหงา...................จะดับแล้ว
กอดพี่ที่แนบเงา......................ในจิต
โอบอุ่นคงกล้าแกล้ว..................จิตนี้สร่างหนาว
10/11/50
เอามาฝากค่ะ โคลงไปป่าวก็ไม่รู้ค่ะ...
สวัสดีครับพี่แดง
จริงๆแล้วสุดท้ายคือวันอังคารนู่นครับพี่ แต่ผมต้องไปเดินเรื่องเอกสารก่อนกลับ
จันทร์นี้ก็ต้องนำเสนองานวิจัย
กำลังลุ้นว่า จันทร์บ่ายจะถูกเรียกลงไปช่วยตรวจไหม
ครูไม่อยู่หลายวัน คนไข้มืดฟ้ามัวดินแน่ๆ
สวัสดีครับกอบกุล ช่างฝัน
ชอบแต่งกลอนต้องไปอ่าน ที่นี่ อาจารย์สอนและเขียนดีมากเชียว
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับครูอ้อย
อ่านตามไปเรื่อยๆ เลยได้รู้ว่าท่านอายุอานามเท่าไหร่แล้ว ฮ่า ฮ่า
ช่วงนี้ผมก็ใช้ net ไม่ได้เลยครับ อกจะแตกตาย
นึกถึงครูอ้อย แล้วก็นึกไปถึงเมื่อเกือบ 6 เดือนก่อน ครูอ้อยอ่านบันทึกผมเป็นคนแรกๆ เล่นเอาผมหายเหงาไปได้พักนึงเลย
จะกลับบ้านแล้วววววว
อ๊ะ... จะกลับแล้ววว
เดี๋ยวหนูจะทำเป็นบังเอิญไปเจอ ... แก้คิดถึงนะคะ อาจารย์ธนพันธ์ที่รัก
สวัสดีลูสิเฟอที่เคารพ
จะไปบังเอิญเจอเมื่อไหร่ จะได้บังเอิญหลบไปทางอื่น..ฮา..ล้อเล่นนนน
อ๊ะอยู่ด้วย อาจารย์มี MSN มั้ยคะ หนูอยากจะโม้แหละ แต่โม้ใน blog สะดวกเลย
อยู่สิครับ
ว่าแต่ว่าทำไงล่ะ ในเมื่อผมไม่รู้ address หนูเลยนี่นา
ของผมก็ e-mail เลยครับ
รบกวน อาจารย์ add [email protected] ค่ะ
เรียนเสร็จเนี๊ยะต้องหอบงานกลับมาทำต่อที่บ้านอีกหรือเปล่าครับ หรือจบแล้วจบเลย (สงสัย ปกติสำหรับผมเรียนเสร็จต้องตามด้วยเคลียร์งานส่งตามหลัง)
สวัสดีครับท่านกุ้งกาแฟไทย
เรื่องเปิด blog ใหม่น่ะเปิดแน่ แต่การเขียนคงน้อยกว่าเดิมลงมาก เพราะกว่าจะเริ่มเขียนก็ต้องรอให้ลูกหลับก่อน ซึ่งจากประสบการณ์ของผมนั้น เรามักจะหลับไปพร้อมๆกันครับ ครอกกกก.....
ว่าแต่ว่าจะตั้งชื่อใหม่ว่าอะไรล่ะครับ
ช่างซ่อมช่วงล่าง น่าเข้าไปอ่านมั้ย?
พี่ไมโตะคุงครับ
ก็เรื่องกินมันสำคัญกับสุขภาพเรามากนี่ครับ ที่สำคัญนี่น้ำหนักผมลดลงมาอยู่ที่ 60 กิโลเต็มนาน 5 เดือนแล้วครับ (ชั่งครั้งล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน)
นี่ถ้าผมอยู่ญี่ปุ่นแบบพี่ล่ะก็ รับรองว่าเมาสาเกทุกคืนแน่ๆ ฮ่าฮ่า เอิ๊กส์.....