
เรื่องของงูสวัด
นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
งูสวัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส(Chickenpox) เมื่อเชื้อตัวนี้ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใสแล้วก็จะเข้าไปจำศีลอยู่ที่ปมประสาทของไขสันหลังแต่เมื่อไรก็ตามที่ภูมิคุ้มกันร่างกายของเราอ่อนแอลง เช่นติดเชื้อHIV, ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรืออายุมากขึ้นๆวันร้ายคืนร้ายเชื้อไวรัสตัวนี้ก็จะออกมาอาละวาดให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวเส้นประสาท อีกไม่กี่วันต่อมาก็จะเกิดเป็นตุ่มน้ำพองใสเป็นกลุ่มๆตามแนวเส้นประสาทส่วนมากก็จะเป็นด้านซ้ายหรือขวาของลำตัวหรือใบหน้าด้านใดด้านหนึ่งถ้าไม่อักเสบติดเชื้อ หรือมีโรคอื่นแทรกตัวอยู่ประมาณ 3-4สัปดาห์ก็มักจะหายไปได้เองหลงเหลืออาการแปลบๆที่ผิวหนังตามรอยเส้นประสาทอีกไม่นานก็จะหายไป
แต่ว่าคนที่เป็นงูสวัดจำนวนหนึ่งไม่ได้โชคดีอย่างนั้นบางคนเป็นแล้วปวดมากปวดจนนอนไม่ได้ ขยับตัวนิดเดียวก็ปวดร้าวไปถึงข้างในเวลาผ่านไป เดือนหนึ่งก็แล้ว สามเดือนก็แล้ว อาการปวดที่ว่าก็ยังไม่หายไปที่เราเรียกว่า postherpeticneuralgia บางคนเป็นที่หน้ามีตุ่มน้ำขึ้นไปที่ข้างจมูกหรือปลายจมูก ที่หมอผิวหนังเราเรียกว่า hutchinson sign positiveแสดงว่า เชื้อไวรัสเข้าไปอยู่ที่ branchที่หนึ่งของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (Trigeminal nerve) ที่มีชื่อว่าnasociliary branch ผื่นงูสวัดหายแล้วแต่เชื้อไวรัสเข้าไปทำร้ายดวงตาเข้า อาจทำให้ตาบอดหรืองูสวัดหายแล้วแต่ตามองเห็นน้อยลง บางคนก็มีกล้ามเนื้อที่ใบหน้าแฟบลง และอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วนได้เห็นไหมละครับว่าโรคนี้ไม่ธรรมดา

ภาพที่ 1-2งูสวัดเข้าตาอาจจะมีรอยโรคที่ข้างจมูกคล้ายภาพด้านบน

ภาพที่ 3-5งูสวัดที่เป็นที่ลิ้น
โดยสรุปแพทย์มีความเห็นแตกต่างกันออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มที่ทำงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งได้เห็นโรคแทรกซ้อนที่ตามมาหลังผู้ป่วยเป็นงูสวัดที่ค่อนข้างรุนแรงจะให้น้ำหนักกับความรุนแรงของโรคงูสวัด ค่อนข้างมากบางท่านมีประสบการณ์ตรงจากญาติผู้ใหญ่ที่เคยป่วยเป็นโรคนี้แล้วมีอาการปวดรุนแรงเรื้อรัง ทนทุกข์ทรมาน นอนไม่หลับเป็นปีๆอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานในสถานพยาบาลขนาดเล็กเห็นว่าผลแทรกซ้อนน้อย แต่แพทย์ส่วนใหญ่ก็ยังคงเห็นตรงกันว่าผลแทรกซ้อนที่รุนแรงทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นได้น้อยเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของคนไข้ทั้งหมด ถามว่ายาต้านไวรัสที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ช่วยได้มากแค่ไหนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า กลุ่มที่จะเกิดผลแทรกซ้อนรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของคนไข้เอง และการดำเนินของโรคที่เกิดขึ้นรวมทั้งตำแหน่งของร่างกายที่เกิดโรคขึ้นด้วยกล่าวคือ ถ้าคนไข้ติดเชื้อHIV คนไข้เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรืออายุมากเกินกว่า 70 ปี ตุ่มน้ำที่เกิดขึ้นใหญ่กว่าปกติเช่นมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2 ซม.มีเลือดในตุ่มน้ำ หรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนขึ้นที่รอยโรคอาทิ เชื้อ staphylococcus, pseudomonasหรือเกิดงูสวัดที่บริเวณใบหน้ากลุ่มเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการของ postherpeticneuralgia
ยาต้านไวรัสงูสวัดที่เรารู้จักกันดีได้แก่ ยาAcyclovir, Famvir, Valacyclovir ซึ่ง 2ตัวหลังจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีกว่าตัวแรกประมาณ 2-3 เท่าทำให้มีประสิทธิภาพดีกว่า แต่ราคาก็แพงกว่าอย่างน้อย 5 เท่าตัวแต่ในทางปฏิบัติถ้าคนไข้มีอาการรุนแรง แพทย์มักให้นอนโรงพยาบาลแล้วให้Acyclovir ชนิดฉีดซึ่งเสียค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 20,000 บาทยากลุ่มนี้คณะแพทย์ผิวหนังที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมีความเห็นว่าถ้าให้ภายใน 5วันแรกหลังจากที่ผื่นขึ้นเพียงแต่ช่วยให้อาการปวดระยะเริ่มแรกน้อยลงอาจจะช่วยให้เกิดผื่นน้อยลงในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะถ้าให้ภายใน 48ชั่วโมงหลังผู้ป่วยเริ่มเห็นผื่น คือยิ่งให้เร็วยิ่งดี แต่ถ้าให้หลังจากผื่นขึ้นมาเกิน 5 วันแล้วมักจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยโดยเฉพาะถ้าผื่นไม่ได้ขึ้นที่หน้าส่วนใหญ่บอกว่าถ้าผื่นขึ้นมาเกิน 72ชั่วโมงก็จะไม่ให้ยากลุ่มนี้เลย ยกเว้นในคนไข้กลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดPHN บางท่านบอกว่า Acyclovir ที่เป็น local made เดี๋ยวนี้ราคา courseละไม่กี่ร้อยบาท ขอให้คนไข้ไปเลยแม้ว่าจะเกิน 5 วันเผื่ออาจช่วยผู้ป่วยได้บ้างโดยสรุปแพทย์ผิวหนังที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้เห็นว่ายาไม่ช่วยป้องกันการเกิด PHN
ยาอีกตัวหนึ่งที่เคยเชื่อกันว่าช่วยป้องกัน PHNได้คือ prednisolone ผลงานวิจัยในระยะต่อมาก็ชี้ให้เห็นว่า ไม่ช่วยแถมยังมีแพทย์บางท่านเล่าถึงประสบการณ์การให้ steroidในคนไข้งูสวัดที่อายุเกิน 70 ปี อีกไม่นานต่อมา คนไข้กลับมา admitด้วยเรื่อง aseptic necrosis of femeral headซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับสเตียรอยด์ในคนไข้สูงอายุ
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการพัฒนาวัคซีนป้องกันงูสวัดขึ้นมาในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการทดลองในคนถึง 38,000 รายครึ่งหนึ่งได้วัคซีนอีกครึ่งหนึ่งได้ยาหลอก พบว่าป้องกันการเกิดงูสวัดได้เพียง 51 % ก็เป็นที่ถกเถียงกันพอสมควรว่าประสิทธิภาพของวัคซีนเพียงแค่นี้จะคุ้มค่าไหมแถมยังเป็น live attenuated vaccineคือตัวไวรัสที่นำมาทำวัคซีนยังไม่ตายทำให้มีความเสี่ยงต่อกลุ่มเสี่ยงที่น่าจะได้รับวัคซีนสรุปก็คือกลุ่มเสี่ยง เช่นคนไข้ HIV, คนไข้มะเร็งใช้วัคซีนนี้ไม่ได้ เพียงแต่ผลการวิจัยมีหลักฐานว่ากลุ่มที่ได้รับวัคซีนถึงแม้เกิดเป็นงูสวัดขึ้นมาก็มักมีอาการน้อยลง โอกาสเกิด PHN น้อยลงแพทย์ส่วนใหญ่ที่ทำงานในรพ.เอกชน มีความเห็นว่า PHNเป็นโรคที่ไม่หนักหนาสาหัสอะไรวัคซีนที่มีประสิทธิภาพแค่นี้จึงยังไม่น่ามีที่ใช้ ซึ่งก็มีความเห็นที่แตกต่างจากกลุ่มแพทย์ที่เห็นผลที่รุนแรงของ PHNที่เห็นว่า ถ้าวัคซีนปลอดภัย ก็อาจสั่งฉีดให้กับตนเองและคนในครอบครัวเพราะเกรงว่าถ้าเกิดเป็นงูสวัดขึ้นมาภายหลัง จะเกิด PHNซึ่งมีผลต่อคุณภาพชีวิต
สรุปก็คือต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าเมื่อมีการนำวัคซีนป้องกันงูสวัดมาใช้จริงๆในบ้านเราจะเป็นที่นิยมแค่ไหนคงอีกไม่นานเกินรอ
สำหรับห้องตรวจโรคผิวหนังในโรงพยาบาลรัฐที่มีคนไข้ผิวหนังมากกว่า 60 รายต่อครึ่งวันเช้าคนไข้โรคงูสวัดมีให้เห็นอยู่เกือบทุกสัปดาห์ในคลินิกส่วนตัวเองยารักษางูสวัดก็ขาดไม่ได้เลยเพื่อนแพทย์หลายท่านบอกว่าไม่ค่อยเจอเหตุผลสำคัญผมคิดว่าเป็นเรื่องของแนวคิดที่ฝรั่งเขาเรียกว่า conceptสมัยก่อนใครเป็นงูสวัด ไปถามใครก็บอกว่าเรื่องเล็ก เอายาโบราณหรือเสลดพังพอนทาแป๊ปเดียวก็หาย
แต่ในฐานะที่เขาอุปโลกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ บรรดาเพื่อนร่วมวิชาชีพ อาทิ เพื่อนแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ทั้งหลายพอเป็นงูสวัดหรือมีญาติเป็นงูสวัดก็เลยพามาให้ดูและถือโอกาสติดตามการรักษาไปหลายๆเดือน บางรายมารักษาโรคอื่นด้วยก็ได้ดูได้เห็นที่เป็นกันมาเป็นปีว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรต้องขอบคุณเทคโนโลยี่และการพัฒนาการของมนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยี่ยอดฮิตคือมือถือ ทำให้การสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยเป็นไปได้ดีมาก tacitKnowledge ที่ได้จาการดูแลผู้ป่วยงูสวัดมากว่า 20 ปีทำให้ผมพอจะรวบรวมแนวความคิดในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้และสรุปเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับโรคงูสวัดเอาไว้ได้ดังต่อไปนี้
1.ไม่จริงหรอกครับที่ว่าเป็นงูสวัดแล้วจะไม่เป็นซ้ำอีกเลยตลอดชีวิต
ใครมาถามผมว่าหมอครับเป็นงูสวัดครั้งนี้แล้วต่อไปจะเป็นซ้ำอีกไหม
สมัย ก่อนผมจะตอบทันทีว่า ไม่ แต่ดูคนไข้มากว่า 20 ปีเห็นงูสวัดที่เป็นซ้ำในคนไข้คนเดียวกัน บางรายรอยโรคเก่าก็ยังมีให้เห็นกันจะๆว่าไอ้ที่เป็นครั้งก่อนก็ของแท้แน่นอน มากกว่า 10 ราย ปี 2550ผมถ่ายรูปเอาไว้ได้ 3 ราย
ภาพที่ 6 งูสวัดที่เป็นมากกว่า 1 ครั้ง
ถ้าเจอว่าเป็นซ้ำนี่ผมไม่นิ่งนอนใจ สั่งตรวจแหลกครับว่ามีโรคอะไรที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายคนไข้อ่อนแอลงหรือเปล่า เช่น ตรวจ HIV, ถามอาการผิดปรกติน้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปหรือไม่ส่งตรวจ CBC,AFP, CEA, PSA หรือ CA125 ในผู้หญิง และอื่นๆ แต่ 3 รายที่ว่าตรวจแล้วปกติหมดครับ แต่ก็มีหลายรายในปีที่ผ่านมาที่ตรวจผมว่าเป็นleukemia คือมะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยสรุปเดี๋ยวนี้ผมจะตอบคำถามนี้ว่าส่วนใหญ่ไม่ แต่ถ้าคุณเกิดเป็นงูสวัดครั้งที่สองขึ้นมารีบมาตรวจครับ
2. เป็นงูสวัดมาเกินกว่า 72 ชั่วโมงไม่มีความจำเป็นต้องให้ยา เพราะให้ไปก็เปล่าประโยชน์
ประโยค นี้เชื่อเพราะครูสอนครับพระพุทธเจ้าท่านว่าอย่าเชื่อเพียงเพราะยึดมั่นถือมั่นว่า ครูสอน แต่อย่าเอาไปอ้างเพื่อทำตัวเป็นคนทำอะไรตามใจ เป็นคนไร้หลักการถึงอย่างไรเป็นศิษย์มีครูก็เจ๋งกว่าถ้ายังไม่ได้มีประสบการณ์ก็ควรจะปฏิบัติตามที่ครูสอนไปก่อนแล้วต้องรู้จักคิด พิจารณาครับว่าสัจจะคือความจริงนั้นเป็นอย่างไร
ข้อดีของประโยคนี้ก็คือทำให้คนไข้ที่เป็นงูสวัดที่มีความรู้รีบมาพบแพทย์แพทย์พบว่าคนไข้คนไหนโชคดี แพทย์สั่งยารักษางูสวัดให้เร็วหลังได้รับยาอาการเจ็บปวดในระยะเฉียบพลันก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยา แต่ไม่ได้รับประกันครับว่าอาการปวดเส้นประสาทหลังจากผื่นงูสวัดหายแล้ว postherpeticneuralgia ที่เรากลัวกันนักกันหนาจะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดเป็นแล้วจะน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยาเพราะให้ไปก็เปล่าประโยชน์
สรุปว่าถ้าได้รับยารักษางูสวัดภายใน 72 ชั่วโมงแรกที่ผื่นขึ้นน่าจะดีกว่าไม่ให้ยาคราวนี้ในชีวิตจริงมันไม่ได้มีแค่งูกิ๊กก็อกอย่างที่หมอเราเห็นกันอยู่บ่อยๆ ถ้าเจอของแข็งดังต่อไปนี้
-งูสวัดที่ขึ้นบนใบหน้าถ้าอยู่ในตำแหน่ง nasociliary branch ของ Opthalmic nerveเป็นแล้วอาจจะเกิดผลข้างเคียงทำให้ตามองเห็นได้น้อยลงพูดง่ายๆว่าเป็นแล้วตาเกือบบอด ถ้าโดน trigeminal nerveก็จะอาจจะปวดเส้นประสาทได้บ่อย และรุนแรง บอกได้เลยครับทรมานมากเป็นที่ใบหูก็อาจทำให้เกิดเสียงหึ่งๆในหูชนิดที่ไม่ค่อยยอมหายที่หมอฝรั่งเขาเรียก Ramsay's HuntSymdrome


ภาพที่ 7-8 งูสวัดที่เป็นแล้วอาจทำให้มีเสียงหึ่งๆในหูเป็นเวลานาน


ภาพที่ 9-10 งูสวัดที่ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
-งูสวัดที่เป็นตุ่มน้ำพองใหญ่ เป็นbullous lesions ที่ดูแล้วน่ากลัวแถมบางคนในตุ่มน้ำมีหนองเต็มไปหมด หรือบางรายที่ดูแลแผลไม่ดีไปแกะเกาจนตุ่มแตก จากหนองขาวกลายเป็นหนองเหลือง หรือถ้าติดเชื้อรุนแรงที่เรียกว่า เชื้อpseudomonas ก็อาจจะเห็นหนองสีเขียว
ภาพที่ 11งูสวัดที่เป็นตุ่มน้ำพองใหญ่
-คนไข้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงเช่น โรคเอดส์ โรคมะเร็ง
กลุ่มเหล่านี้ให้ยากับไม่ให้ยาต่างกันมากครับ ถ้าเป็นไปได้ผมเลือกที่จะให้เป็นยาฉีด Zovirax จับคนไข้นอนโรงพยาบาลแล้วให้ยาทางหลอดเลือดดำอย่างน้อย 7 วันถ้าดื้อยาก็อาจจะต้องสั่งยาตัวอื่นเป็นยาพิเศษซึ่งค่อนข้างมีราคาแพงมาก คนไข้เหล่านี้ผมเลือกที่จะให้ยาแม้ว่าจะพบผู้ป่วยที่เป็นมานานเกินกว่า72 ชั่วโมงและแน่นอนครับอาการเจ็บปวดบริเวณที่เป็นลดลงเร็วกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับยาผื่นก็หายเร็วกว่า แต่ไม่รับประกันเช่นเดียวกันว่าอาการปวดเส้นประสาทบริเวณที่เป็นจะน้อยลงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ให้ แต่อาการโดยรวมของคนไข้ดีขึ้น
ทีนี้คำถามก็คือแล้วไอ้พวกงูกิ๊กก็อกที่หมอเราเห็นกันอยู่บ่อยๆ เป็นมาเกินกว่า 72ชั่วโมงจะให้ยาไหม ครูของเราสอนมาว่าอย่าให้เลยเพราะไม่ได้ประโยชน์ ซึ่งไม่จริง ความจริงแล้วไม่คุ้มมากกว่าเพราะหมอส่วนใหญ่โดยเฉพาะในรพ.รัฐเราควรจะต้องรักษาสมดุลของผู้ให้บริการ ผู้รับบริการและองค์กร ถ้าเราเอาใจคนไข้เอาใจหมอแต่องค์กรเจ๊งอย่างนี้ก็คงไม่ไหว สมัยก่อนยารักษาเราสั่งจากต่างประเทศ ราคายาต้นทุนก็ประมาณ 4000บาทแล้ว ถ้าให้ทุกราย มันก็ไม่ไหวแต่เดี๋ยวนี้ยาเราทำในประเทศราคาไม่กี่ร้อยบาท ผมลองให้มาหลายปีผมว่าคุ้มเพราะคนไข้หายเร็วขึ้น เจ็บปวดน้อยลงแม้ไม่ได้ประกันว่าอาการปวดเส้นประสาท postherpetic neuralgiaจะน้อยลง
ลองรวบรวมคำถามที่น่าสนใจให้ลองอ่านดูครับ
Q: ตอนแรกพี่ชายเป็นแผลในช่องปากและปวดร้าวบริเวณใบหูด้านขวาซึ่งอาการเป็นแผลในช่องปากนั้นเป็นอาการปกติซึ่งเป็นอยู่บ่อยครั้งแต่อาการที่ผิดปกติคือ ปวดร้าว บริเวณใบหูและมีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณใบหูด้านในเป็นจำนวนมาก ปวดห้วและมีเสียงดังก้องในหูอยู่ตลอดเวลา อาการเป็นอยู่ก่อนการรักษาประมาณ 3 วันและได้ทำการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งรักษาด้วยสิทธิประกันสังคมและหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ก็ได้ให้ยามารับประทานอยู่ประมาณ3-4 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้นแลยจนหนูตัดสินใจพาพี่ชายไปรักษาที่คลินิกเฉพาะทางหู ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นโรคงูสวัด หนูตกใจมากเพราะเคยได้ยินว่าโรคงูสวัดเป็นโรคที่รักษายากและใช้เวลาในการรักษานานกว่าจะหายได้ ทำให้เจ็บและคนที่เป็นจะทรมานมาก คุณหมอที่คลินิคได้ฉีดยาและให้ยามารับประทานประมาณเจ็ดวันหลังจากนั้นไปให้คุณหมอดูอาการอีกครั้ง
1.ที่หมอโรงพยาบาลวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นั้นหนูควรเอาผิดกับคุณหมอท่านนั้นไหมค่ะ
2.อาการของพี่ชายนั้นจัดอยู่ในขั้นไหนค่ะ
3.อาหารที่รับประทานควรเป็นอาหารประเภทไหน
4.อาการเป็นที่ใบหูด้านในนั้นจะใช่เวลานานกว่าปกติใช่ไหมค่ะและเวลารักษาประมาณเท่าไหร่ค่ะ
5.โรคนี้เป็นโรคที่ติดต่อหรือเปล่าค่ะ
6.ตอนนี้พี่ชายมีอาการปวดหัว และหู อย่างรุนแรง ตัวร้อนและหนาวเป็นบางช่วง จัดว่าเป็นอาการที่ดีขึ้นหรือเปล่าค่ะ
A:อาการของงูสวัดในระยะที่ตุ่มน้ำยังไม่ขึ้นส่วนใหญ่ไม่มีหมอคนไหนบอกได้หรอกครับใครที่บอกว่าถ้าเจอผมละก็ป่านนี้ให้ยาโน่นยานี่ไปนานแล้ว อย่างนี้เขาเรียกโอ้อวดความรู้ความสามารถเกินความจริง งูสวัดระยะแรกที่เจอบริเวณท้องมีหมอทั่วโลกวินิจฉัยผิดเอาไปผ่า เพราะคิดว่าเป็นไส้ติ่งบ้าง เป็นนิ่วในถุงน้ำดีบ้าง เป็นที่หน้าอกก็ทำให้ตกอกตกใจกันไปใหญ่เพราะคิดว่าเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจหรือโรคปอดมานักต่อนัก ถือเป็นเรื่องปกติของการที่ยังวินิจฉัยไม่ได้ในระยะแรกเหมือนกับอีกหลายโรคเช่นไข้เลือดออกวันแรกๆก็แยกไม่ได้จากโรคหวัดหรือไข้จากการติดเชื้ออื่น
พี่ชายหนูน่าจะเป็นโรคงูสวัดชนิดที่เรียกว่า Ramsay Hunt syndromeเป็นงูสวัดที่ติดเชื้อที่ geniculate ganglionซึ่งมักทำให้เกิดอาการปวดกราม คล้ายมีหนองในรากฟันมีตุ่มน้ำและแผลที่เพดานปากลิ้นไก่ ลิ้นด้านหน้าตุ่มหนองที่ใบหูและหลังหูบางรายอาจทำให้กล้ามเนื้อที่หน้าเป็นอัมพฤกษ์ หรืออีกประเภทหนึ่งอาจจะเป็นงูสวัดที่เรียกว่าglossopharyngeal zoster พวกนี้อาจจะมีตุ่มน้ำแค่ที่หูและในลำคอต้องให้คุณหมอเขาตรวจให้ละเอียดเพราะ มักจะทำให้เสียการได้ยินบางส่วนหรือมีเสียงในหูอยู่นานเป็นเดือน หรือหลายเดือน
โรคนี้ควรจะถือว่าไม่ใช่โรคติดต่อ เพียงแต่ไม่แนะนำให้ไปคลุกลคลีกับเด็กเพราะเคยมีรายงานว่าทำให้เด็กที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส หรือเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสเกิดเป็นอีสุกอีใสขึ้นมาได้ ก็เคยมี คุณยายที่มารักษางูสวัดได้2-3 สัปดาห์ เล่าให้ฟังว่าตอนนี้หลานที่บ้านเป็นอีสุกอีใส ซึ่งก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าแท้จริงหลานติดมาจากยาย หรือไปติดอีสุกอีใสมาจากที่อื่นกันแน่ เรื่องอาหารก็เพียงแต่กินให้เหมาะกับอาการปวดที่เกิดขึ้นเช่นอาจเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำให้เคี้ยวแล้วเจ็บมากขึ้นอาการของพี่ชายยังอยู่ในระยะที่ควรไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอและติดตามดูอาการว่า ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่อวัยวะอื่นเช่นสมองกล้ามเนื้อใบหน้า หูด้านใน มากน้อยแค่ไหน เท่าที่เล่ามายังมีไข้หนาวๆร้อนๆ ปวดหัวปวดหูอย่างรุนแรง แสดงว่ายังไม่ได้ดีขึ้น
Q: ดิฉันเป็นพยาบาล ปู่ของดิฉัน อายุ 91ปีเป็นเป็นงูสวัดที่ขมับข้างซ้ายหลังตุ่มน้ำแห้งแล้วจะมีอาการอัมพาตที่ใบหน้าซีกที่เป็นอยู่ 1อาทิตย์ตอนนี้เริ่มดีขึ้น คือมุมปากไม่ค่อยตกแต่มีปัญหาว่าอาการปวดไม่ทุเลา จะปวดทุกวันระยะแรกได้ยาอะไซโคลเวียร์กิน 800 มก.ทุก 4 ชั่วโมงวันละ 5 ครั้งแต่ไม่แน่ใจว่าให้กินหลังจากมีตุ่มน้ำใสเกิน 3 วันรึเปล่า กินอยู่ 2วัน สังเกตว่าคนไข้เหนื่อยเอาแต่นอน เห็นว่าอายุมากจึงลดขนาดยา เหลือ400 มก.วันละ 5 ครั้ง ผื่นยุบหมด เหลือตาบวมเล็กน้อย และปวดหัว หลังจากนั้นประมาณ 1สัปดาห์ ปวดหัวไม่ลด จึงพาไปหาหมอ หมอให้ยา prednisolone, gabapentin, amitriptyline ไม่ทราบว่ากิน prednisolone ได้รึเปล่าคะ เพราะดิฉันกลัวว่าอาการมันจะกำเริบเพราะกลัวเชื้อไวรัสจากงูสวัดจะเป็นมากขึ้น
ยาแก้ปวดตัวไหนคะที่จะดี ที่สุด ที่เคยกินก็มี ทามอล บรูเฟนพารา พอนสแตน อย่างซินนาริซินก็ให้ไม่ทราบว่าจะช่วยได้รึเปล่าญาติๆก็จะขวนขวายพาคนไข้ตระเวนหาหมอ ทั้งหมอเป่า หมอแผนปัจจุบันทำให้เสียเงินทอง คนไข้จะกินข้าวได้มากไม่เบื่ออาหารเลยรู้สึกตัวดีรู้เรือง มีแต่ปัญหาปวดหัวดิฉันอธิบายให้ญาติแล้วว่าจะปวดอีกเป็นหลายเดือน ก็ไม่เป็นผลจะฉีดยาทามอลได้รึเปล่าคะ เคยฉีดฟีแนคควบกับบี1-6-12 อาการดีขื้น แต่ไม่ได้ให้ต่อเนื่องค่ะ เรียนถามอาจารย์เรื่องงูสวัดที่ใบหน้าขอทราบแนวทางในการรักษาของอาจารย์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
A: ถ้าเป็นหมอจะแนะนำให้งดยาprednisolone เพราะสมัยหนึ่งเคยเชื่อกันว่ามันช่วยลดpostherpetic neuralgiaอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัดที่พวกเรากลัวกันนักกันหนา มีรายงานผลการศึกษา อยู่ประมาณ 5-6รายงานที่สนับสนุนการใช้สเตียรอยด์แต่ภายหลังรายงานการศึกษาที่ค้านมีมากกว่า สรุปว่าหมอผิวหนังส่วนใหญ่ตอนนี้ไม่ใช้สเตียรอยด์กันในการรักษาPHN ตัวหมอเองก็มีประสบการณ์ไม่ดีกับสเตียรอยด์ในคนที่สูงอายุมากๆประเภท เกิน 90 ปีนี่หมอยิ่งกลัวว่าจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากยา ถ้าปวดมากๆตัวที่หมอแนะนำคือ gabapentin หรือpregabalin แต่ต้องดูแลเรื่องผลข้างเคียงดีๆ ที่พบบ่อยคือ muscleweakness, somnolence สำหรับยาฉีดแก้ปวดส่วนใหญ่ผมให้แค่tramadol, ultracet ก็มักจะเอาอยู่ มีบางรายเคยให้ถึงระดับ pethidine ก็มี แต่ส่วนมากเป็นพวกคนไข้ที่รับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาลครับ
Q: คุณหมอคะ มารายงานอาการผป.ที่อายุ 91 ปีรายนี้ค่ะ ลองให้เด๊กซ่าฉีด 1.5 cc. อาการปวดแทบจะหาย วันต่อมาให้ซ้ำ 1 cc. แล้วเว้นมาวันนี้ให้อีก 1 cc.อาการปวดลดลงไปมาก ปู่ไม่ปวดแบบ severe ดีใจมากค่ะ แล้วให้กินนิวรอนตินกับอะมิทริป10 mg.ก่อนนอนหนูอยากทราบว่าถ้าอาการปวดหายแล้วจะปวดกลับมาใหม่หรือไม่คะแล้วถอนยาสเตียรอยด์เว้นห่างออกไปอีกเรื่อยๆจะดีไหมคะหรือควรหยุดไปเลย เพราะหนูก็กลัวเป็น dependent steroid syndrome
A:ผู้ป่วยอายุ 91 ปี ฉีดเด็กซ่าหมอไม่แนะนำ ไม่ได้กลัว dependent ครับแต่กลัว เรื่อง avascularnecrosis ของกระดูกสะโพกและผลข้างเคียงร้ายแรงอื่นๆ เช่น GI bleed ควรหยุดไปเลย ไปเพิ่มขนาดยา นิวรอนตินกับอะมิทริป จะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าอาการปวดกลับมาเป็นใหม่ tramadol อาจจะเป็นทางเลือกลำดับแรกๆ พวก NSAIDเดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบให้ หลีกเลี่ยงได้จะปลอดภัยกับผู้ป่วยมากกว่า
Q: คือในวันอาทิตย์ที่19เมษายนที่ผ่านมาดิฉันมีตุ่มแดงติดๆกันขึ้นบริเวณน่องซ้ายด้านใน แต่ดิฉันนึกว่าเกิดอาการแพ้จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แล้วพอในเช้าวันจันทร์ก็พบตุ่มแดงติดๆกันเกิดที่น่องซ้ายด้านนอกและยังพบว่ามีตุ่มแดงๆเกิดขึ้นอีกบริเวณขาด้านซ้ายซึ่งอยู่สูงกว่าที่พบเมื่อวันอาทิตย์ ขอย้ำนะคะว่าอาการเกิดตุ่มแดงติดๆกัน เกิดเฉพาะบริเวณด้านขาซ้ายเท่านั้น ดิฉันไปพบหมอแล้วหมอบอกว่าดิฉันเป็นงูสวัดแต่เท่าที่ดิฉันทราบงูสวัดจะต้องเป็นในคนที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนแต่ดิฉันไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนเลยแล้วหมอก็ถามว่าดิฉันมีตุ่มที่ปากไหม ดิฉันก็ตอบว่าไม่มี ดิฉันทราบค่ะว่าหมอจะถามเกี่ยวกับอาการของโรคเริมแต่ดิฉันไม่ได้เป็นตุ่มที่ปากแล้วก็ไม่ได้เป็นตุ่มที่อวัยวะเพศด้วยแต่ที่ดิฉันสงสัยคือจากอาการที่เกิดขึ้นคุณหมอพอจะบอกได้ไหมคะว่าดิฉันป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่แล้วมีอีกอย่างก็คือตอนนี้คุณแม่ดิฉันเพิ่งหายจากโรคงูสวัดและน้องสาวดิฉันก็เพิ่งหายจากโรคอีสุกอีใสแล้วดิฉันก็มาเป็นโรคงูสวัดต่อมันจะเกี่ยวข้องกันไหมคะ แต่ที่สำคัญเท่าที่คุณแม่เล่าให้ฟังดิฉันไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน
A:เท่าที่เล่ามาคงจะเป็นโรคงูสวัดที่เกิดขึ้นที่ dermatome S1,S2มีความจริงอยู่ข้อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบคือ การติดเชื้ออีสุกอีใสนั้นมีคนไข้กลุ่มหนึ่งอาจจะไม่เห็นตุ่มน้ำใดๆขึ้นตามตัวเลย อาจจะรับเชื้อเข้าไปน้อยแล้วร่างกายของเราจัดการได้ดี แต่เชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่ติดเข้าไปในตัวเราก็ยังคงไปหลบอยู่ที่ปมประสาทอยู่ดี จึงเกิดเป็นโรคงูสวัดขึ้นมาได้ทั้งๆที่ ไม่เคยเห็นผื่นหรือตุ่มน้ำของโรคอีสุกอีใสขึ้นมาก่อนเลยในชีวิต ความจริงหมอก็อยากจะเชื่อว่า งูสวัดที่คนไข้เป็นอาจจะได้รับการกระตุ้นให้เป็นมาจากคุณแม่ แต่ผลการศึกษาจากทั่วโลกเขายืนยันว่า คนไข้ที่เป็นงูสวัดไม่มีหลักฐานปรากฏว่า ทำให้คนที่มาสัมผัสใกล้ชิดเกิดเป็นงูสวัด แต่ในกรณีของน้องสาวที่เป็นอีสุกอีใสเป็นไปได้ที่อาจจะได้รับการกระตุ้นให้เป็นมาจากคุณแม่ ถ้าไม่ได้มีประวัติว่าเคยไปสัมผัสกับคนที่เป็นอีสุกอีใสในรอบ 2-3สัปดาห์ก่อนเกิดผื่นอีสุกอีใส
Q: ผมเริ่มมีอาการคันที่เหนือคิ้วเมื่อประมาณวันอังคารทีแรกนึกว่ายุงกัด มันเริ่มใหญ่และบวมขึ้น แต่ยังไม่เป็นตุ่มน้ำ พอมาวันเสาร์ไปหาหมอๆบอกว่าเป็นฝีธรรมดาพอเช้าวันอาทิตย์เริ่มเป็นตุ่มน้ำ ตอนเย็นลามกระจายไปถึงเปลือกตาและตรงจมูกมีหนึ่งเม็ดเลยไปหาหมออีก หมอว่าเป็นงูสวัด เลยให้ยามา ได้แก่ dicloxacillin 500 mg, acyclovir 800mg, acyclovir cream 5% แต่หมอแนะนำให้ซื้อยา solcoseryl แทนacyclovir cream 5% ท่านคิดว่าให้ผลดีกว่า อยากทราบว่า
1 ยาที่คุณหมอแนะนำถูกต้องไหมครับ
2 ระยะเวลาที่ผมเป็น เลย 48 ชั่วโมงหรือยังครับ
3 วันนี้(จันทร์)ไปให้คุณหมอตรวจตามาเค้าว่าไม่เป็นไรให้มาตรวจอีกทีวันศุกร์ หมอท่านผมนัดช้าไปมั้ยครับตั้งวันศุกร์ ถ้าเป็นที่ตาจะมีอาการอย่างไรให้สังเกตเองได้บ้างครับ เผื่อเป็นก่อนวันศุกร์จะได้รีบไปรักษา
A: เลย 48 ชม ครับเพราะนับตั้งแต่เวลาเห็นตุ่มหรือผื่นครั้งแรก เรื่อง 48 ชั่วโมงหรือ 72 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่เคยมีการถกเถียงกันพอสมควร แต่มีการศึกษาวิจัยที่รวบรวมและสรุปเป็น evidence based medicineเขาสรุปว่า ถ้าให้ยา acyclovir ไม่เกิน 72ชั่วโมงหลังเกิดผื่น พบว่า สามารถช่วยคนไข้ให้ลดอาการปวด ทำให้ผื่นและตุ่มน้ำเป็นน้อยลง ผื่นและตุ่มน้ำหายเร็วขึ้น แต่ไม่พบว่าช่วยในการป้องกันอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด
คนไข้มีตุ่มที่จมูกเพียงหนึ่งเม็ด หมอยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะมีแค่นั้น แต่ถ้ามีเป็นกลุ่มต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่า งูสวัดที่เป็นนั้น เป็นที่nasociliary branch ของ ophthalmic nerve ซึ่งไปเลี้ยงส่วนglobe ของดวงตา พบว่าเชื้อไวรัสอาจไปทำอันตรายต่อตาเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้การมองเห็นลดลง บางรายอาจทำให้ตาบอดได้ ควรติดตามการรักษากับหมอตาให้ท่านตรวจรายละเอียดดูอย่างใกล้ชิดครับ ที่ว่า Solcoseryl ดีกว่า acyclovir หรือไม่ ผมไม่เคยมีประสบการณ์ใช้ แต่ acyclovir creamจากงานวิจัยส่วนใหญ่บอกว่าไม่ช่วยและไม่มีประโยชน์ แต่จากประสบการณ์ที่ใช้คนไข้บางคนบอกว่าทาแล้วมันดีขึ้นปวดแสบน้อยลง
Q: แม่ดิฉันต้องผ่าตัดกระดูกสันหลังเพราะเป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม หลังจากนั้น เป็นโรคงูสวัดต่อแต่พยาบาลไม่รู้ เอาแผ่นแผลปิดทับไปอีก จนทำให้อาการงูสวัดมันลามเป็นตุ่มใหญ่ ตรงบริเวณก้นกบของแม่ดิฉันเหมือนเจาะลึกลงไป แม่ดิฉันอายุประมาณ 57 ปีค่ะ หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือนแผลงูสวัดก็แห้งไป แต่อาการร้อนวูบวาบปวดแสบปวดร้อนยังคงมีอยู่นานถึง 4 เดือน จนตอนนี้ก็ยังไม่หายไปพบหมอท่านให้ทาน celecoxib กับ gabapentin แต่ก็ยังไม่หาย มีคนแนะนำให้ไปลองหาหมอจีนแผนโบราณดูทั้งฝังเข็ม กินยาจีน สองเดือนแล้วก็ยังไม่หายอาการปวดแสบปวดร้อนก็ยังคงมีอยู่และตรงสะโพกก็ยังมีอาการปวดจี๊ดๆเหมือนโดนเข็มตำรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำด้วยนะคะ เพราะว่ารักษายังไงก็ไม่หายสักที
A:ถือว่าเป็นหลักฐานจากคนไข้จริงที่ว่า เวลานาน ผู้ป่วยที่ถูกกระทบกระเทือนบริเวณปมประสาทจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณกระดูกสันหลัง เช่นเป็นเนื้องอกของประสาทสันหลังโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม เป็นกลุ่มที่เกิดโรคงูสวัดได้บ่อย และปัญหาในตอนนี้คืออาการของ postherpetic neuralgiaที่รักษาแล้วยังไม่ได้ผล กรณีนี้อาจจะต้องคิดถึงยาอื่นๆที่ได้ผลได้แก่ pregabalin, duloxetine,และ tricyclic antidepressant รวมทั้งการรักษาวิธีอื่นๆเช่น การฉีดยาชาเข้าไขสันหลัง การฝังเข็มรักษา ฉีดสเตียรอยด์เข้าบริเวณที่ปวด ใช้capsaicin cream ทาบริเวณที่ปวด หรือใช้ lidocaine skin patch,EMLA ก็เป็นทางเลือกที่อาจได้ผลดีในผู้ป่วยหลายราย
Q: คุณพ่อของผมอายุ 70 ปีแล้วครับแล้วมีตุ่มขึ้นมาคล้ายกับงูสวัด จึงไปหาหมอมาเมื่อวันที่ 15/4ที่ผ่านมา แล้วหมอแจ้งว่าเป็นงูสวัด จึงให้ยามาดังนี้
1. Acyclovir 200 mg รับประทานครั้งละ 1 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง
2. Amitryptyline 10 mg รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เช้า - เย็น
3. Acyclovir cream เป็นยาทาให้ทาทุก 4 ชั่วโมงไม่ทราบว่ายาประมาณนี้เพียงพอหรือเปล่า
ปล.เราสามารถทานยาแก้อักเสบควบคู่กันไปด้วยได้หรือไม่ครับ
A: ถ้าเป็นงูสวัดจริงขนาดยา acyclovir น่าจะเป็น 800 มิลลิกรัมวันละ 5ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน หรือไม่ก็ให้เป็น valacyclovir500 mg ครั้งละ 2 เม็ดวันละ 3 เวลา อย่างน้อย 7 วันทั้งสองตัวเวลาทานต้องทานน้ำเยอะๆ เพราะยาขับออกทางไต ถ้าคนเป็นโรคไตอาจเกิดอันตรายได้ เคยเห็นคนไข้ได้รับยาแล้ว ทำให้การทำงานของไตลดลง creatinine ลดลงจาก 2 ไปเป็น 6 ไม่แนะนำให้ไปซื้อมาทานเอง ขนาด ยา200 mg เป็นขนาดยาที่เอามารักษาโรคเริมซึ่งมีอาการคล้ายงูสวัดมาก สงสัยจะสื่อสารกันผิดไม่ทราบคนไข้เป็นงูสวัดจริงหรือเปล่า หรือหมอเขาเพียงแต่สงสัย สำหรับยาแก้อักเสบถ้าเห็นมีตุ่มหนองใหญ่ผิดปรกติ หรือมีไข้ อาจให้ยาปฏิชีวนะร่วมได้ครับ
Q:ตอนนี้หนูเป็นโรคงูสวัดตั้งแต่กลางหลังข้างซ้ายแล้วมันก็ตีโค้งมาจนถึงข้างสะดือ เป็นมาอยู่ 4 วันแล้ว ปวดแสบปวดร้อนมาก นอนก็นอนไม่หลับไปหาหมอเมื่อ 2วันที่แล้ว(แต่ตอนไปหาหมอนี่มันยังเป็นแค่ที่เอวนิดเดียวแต่พอหนูกลับบ้านมานอนข้ามมาอีกวันเปิดแผลมาดูแทบก็ "ช็อก"มันลามเร็วมากอย่างที่หนูบอก) แล้วหมอเขาก็ให้ยา acyclovir 800mg มาทานวันละ 5 ครั้งทุก 4 ชั่วโมง กับยาทา sodium fusidateมาทาเช้า เย็น แต่ว่ายาทานี่เภสัชที่เขาจ่ายยาให้เขาบอกให้ทาตอนแผลแตกหนูก็ไม่รู้จะท
สวัสดีค่ะคุณหมอ...
ขอบคุณค่ะที่อดทนอ่านจนจบ
ขอบพระคุณค่ะ....
สิวในคนที่อายุเกินวัยรุ่นสมัยนี้พบได้บ่อยขึ้นมาก
บางคนโทษอาหารที่เรากินว่า เป็นเพราะเนื้อสัตว์
ที่เราทานส่วนมากเลี้ยงโดยวิธีที่เป็นอุตสาหกรรม
อาจใส่อาหารสัตว์ที่มีฮอร์โมน หรือมีการให้ฮอร์โมน
ทำให้เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว มีโรคแปลกๆ เช่น
สิวในผู้ใหญ่ แต่บางครั้งผมเห็นคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์เลยก็ยัง
เกิดสิวขึ้นได้ สรุปว่ายังไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็รักษาได้ครับ
สำหรับเม็ดบนศรีษะ ผมขอฟันธงว่าไม่ใช่สิวครับ แต่เป็น
โรคที่แพทย์ผิวหนังเราเรียกว่า folliculitis capitis ทางที่ดี
อย่าไปแกะเอง ไปหาหมอผิวหนังให้รักษาให้ดีกว่าครับ เป็น
โรคที่รักษาได้อีกเช่นกัน
แม่ผมเป็นที่แขน ผมกลุ่มมากเลยว่าแม่ผมจะเป็นไรไปรึป่าวพ่อผมก็ไปอยู๋ต่างประเทศทำงานกับพี่ชายเขา ผมจึงเข้ามาหาดูยาที่ใช้รักษาโรคงูสวัดเนี้ยอะครับผมอยากจะร้องให้ T-T
คุณพรีมครับ ไม่เห็นจะต้องกลุ้มใจไปเลย เป็นได้ก็หายได้ครับ ยิ่งเป็นที่แขน ไม่ได้เข้าตา หรือหู พาแม่ไปหาหมอให้สั่งยาตามอาการ อีกไม่นานก็หายครับ
คุณหมอ ครับ คือแม่ของแฟนผมเขาเป็น งูสวัด เขาบอกว่าปวดมากและก็ปวดหัวด้วย ครับ ขึ้นเยอะมากเลยครับ ตั้งแต่ราวนมไปถึงท้อง และแผ่นหลังด้วย ไปหาหมอที่ รพ. หมอก็ฉีดยามาไห้อาการปวดก็หายไปแต่แผลไม่ยอมยุบเลย ครับ พอหมดฤทธิ์ยาก็เริ่มปวดอีก ฉีดยาแล้วก็กินยา ตอนนี้บางทีแกก็เพ้อ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทำไมคนไข้เป็นหนักขนาดนี้แล้วหมอไม่ยอมไห้นอน รพ. ไห้แต่ฉีดยาอย่างเดียว แล้วก็ไห้กลับบ้าน หรือว่าเพราะไช้บัตร30บาท ครับ เพราะตอนที่ไป หมอที่ไปหา เขาถามว่าคุณไช้สิทธิ์30บาทไช่ไหม พอบอกว่าไช่ เขาก็ส่ายหัว ผมเป็นห่วงแม่ของแฟนผมมากเลย ครับ แล้วก็ไม่สบายใจด้วย คุณหมอพอมีวิธีอะไรที่แนะนำได้บ้างไหม ครับ คือตอนนี้ เป็นมาครึ่งเดือนแล้วครับ ยังไม่หายเลย ครับ ไปหาหมอทีไรก็ฉีดยาอย่างเดียว แต่ไม่หายสักที รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำทีครับ ขอพรtคุณล่วงหน้านะ ครับ
โรคงูสวัดที่ดูแล้วไม่มีอะไรในสายตาของหมอหลายท่าน โดยเฉพาะในรายคุณแม่แฟนคุณวายุ ที่เป็นในตำแหน่งที่เมื่อเทียบกับถ้าเป็นที่ใบหน้าแล้วถือว่ารุนแรงน้อยกว่า แต่ถ้ามีไข้ หรือเพ้อ หรือเจ็บปวดมาก ยาที่ให้ก็คงต้องใช้ยาแรงขึ้น ซึ่งในบัญชียาของ 30 บาทก็มียานี้อยู่ หมอยังคงแนะนำให้กลับไปหาแพทย์ที่รพ.เก่า แจ้งกับแพทย์ว่าเป็นมา 2 สัปดาห์แล้วอาการปวดยังไม่หาย พอจะมียาอื่นเพิ่มเติมให้ได้ไหม
ใจเย็นๆครับ ชื่อยาที่แพทย๋ผิวหนังส่วนใหญ่แนะนำในระยะที่เป็น postherpetic neuralgia คือ
Amitriptyline, Neurontin หรือ Lyrica สำหรับขนาดยาควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาครับ
มีญาติป่วยเป็นงูสวัดที่หน้าอก แผลเปื่อยประมาณ2อาทิตย์ไม่ได้รักษาเพิ่งไปโรงพยาบาลเมื่อวานหมอให้นอนทำแผลจะมีอันตรายไหมคะ
ขอบคุณมากเลยค่ะคุณหมอที่ให้ความรู้ ตัวเก๋เองห็ไม่เคยเห็นค่ะงูสวัดว่าเป็นอย่างไร แต่ที่อ่านดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะ
คุณพ่อเป็นงูสวัด แผลหายแล้ว แต่ยังปวดอยู่ร้องครวญครางตลอดทั้งวันไม่รู้จะทำยังไงดีครับ คุณหมอช่วยแนะนำด้วย ตอนนี้ใช้วิธีทายาแก้งูสวัดซื้อจากร้านหมอจีน และก็กินยา "อัลต้าเซ็ท" เท่านั้นครับ ไม่รู้จะทำวิธีไหนแล้ว ช่วยแนะนำด้วยครับ
ไม่ทราบว่าคุณพ่อเป็นงูสวัดมานานเท่าไหร่แล้ว ยาทาสำหรับอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัดส่วนใหญ่ไม่ได้ผลครับ อัลต้าเซ็ทก็คงไม่ช่วย amitriptyline เป็นยาตัวแรกที่เราคิดถึง ส่วนมากให้ 10 มิลลิกรัม 1 เม็ดเช้า ก่อนนอนก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มจนเป็นวันละ 4 เม็ด ข้อเสียคือกินแล้วง่วง คอแห้ง ปัสสาวะบ่อย ใจสั่น ในคนไข้ส่วนใหญ่ ยาตัวอื่นได้แก่ Neurontin Lyrica ทางที่ดีให้หมอผิวหนังใกล้บ้านช่วยสั่งให้ดีกว่าครับ รักษาแล้วเป็นอย่างไร ถ้ายังไม่ดีขึ้นโทรมาถามก็ได้ ที่ 086 2222010 ต้องขออภัยล่วงหน้าถ้าบางช่วงไม่ได้รับสาย เช่น ติดประชุม หรือตรวจคนไข้อยู่
24 มีนาคม 2552
ตอนแรกพี่ชายเป็นแผลในช่องปากและปวดร้าวบริเวณใบหูด้านขวา ซึ่งอาการเป็น
แผลในช่องปากนั้นเป็นอาการปกติซึ่งเป็นอยู่บ่อยครั้ง แต่อาการที่ผิดปกติคือ ปวด
ร้าวบริเวณใบหู และมีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณใบหูด้านในเป็นจำนวนมาก ปวดห้ว และมีเสียงดังก้องในหูอยู่ตลอดเวลา อาการเป็นอยู่ก่อนการรักษาประมาฯณ 3 วัน และได้ทำการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งรักษาด้วยสิทธิประกันสังคม และหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ก็ได้ให้ยามารับประทานอยู่ประมาณ 3-4 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้นแลย จนหนูตัดสินใจพาพี่ชายไปรักษาที่คลีนิคเฉพาะทางหู ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นโรคงูสวัดหนูตกใจมากเพราะเคยได้ยินว่าโรคงูสวัดเป็นโรคที่รักษายากและใช้เวลาในการรักษานานกว่าจะหายได้ ทำให้เจ็บและคนที่เป็นจะทรมานมาก คุณหมอที่คลินิคได้ฉีดยา และให้ยามารับประทานประมาณเจ็ดวัน หลังจากนั้นไปให้คุณหมอดูอาการอีกครั้ง
1.ที่หมอโรงพยาบาลวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นั้นหนูควรเอาผิดกับคุณหมอท่านนั้น ไหมค่ะ
2.อาการของพี่ชายนั้นจัดอยู่ในขั้นไหนค่ะ
3.อาหารที่รับประทานควรเป็นอาหารประเภทไหน
4.อาการเป็นที่ใบหูด้านในนั้นจะใช่เวลานานกว่าปกติใช่ไหมค่ะ และเวลารักษาประมาณเท่าไหร่ค่ะ
5.โรคนี้เป็นโรคที่ติดต่อหรือเปล่าค่ะ
6.ตอนนี้พี่ชายมีอาการปวดหัว และหู อย่างรุนแรง ตัวร้อน และหนาวเป็นบางช่วง จัดว่าเป็นอาการที่ดีขึ้นหรือเปล่าค่ะ
นับถือ
น้องขวัญ
อาการของงูสวัดในระยะที่ตุ่มน้ำยังไม่ขึ้น ส่วนใหญ่ไม่มีหมอคนไหนบอกได้หรอกครับ ใครที่บอกว่าถ้าเจอผมละก็ป่านนี้ให้ยาโน่นยานี่ไปนานแล้ว เรียกได้ว่าโอ้อวดเกินความจริง งูสวัดระยะแรกที่เจอบริเวณท้องมีหมอทั่วโลกเอาไปผ่าเพราะคิดว่าเป็นไส้ติ่งบ้าง เป็นนิ่วในถุงน้ำดีบ้าง เป็นที่หน้าอกก็ทำให้ตกอกตกใจกันไปใหญ่เพราะคิดว่าเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจ หรือโรคปอดมานักต่อนัก ถือเป็นเรื่องปกติของการที่ยังวินิจฉัยไม่ได้ในระยะแรก เหมือนกับอีกหลายโรคเช่นไข้เลือดออกวันแรกๆก็แยกไม่ได้จากโรคหวัด หรือไข้จากการติดเชื้ออื่น พี่ชายหนู น่าจะเป็นโรคที่เรียกว่า Ramsay- Hunt syndrome เป็นงูสวัดที่ติดเชื้อที่ geniculate ganglionซึ่งมักทำให้เกิดอาการปวดกราม คล้ายมีหนองในรากฟัน มีตุ่มน้ำและแผลที่เพดานปากลิ้นไก่ ลิ้นด้านหน้า ตุ่มหนองที่ใบหูและหลังหู บางรายอาจทำให้กล้ามเนื้อที่หน้าเป็นอัมพฤกษ์ ถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะเป็นงูสวัดที่เรียกว่า glossopharyngeal Zoster พวกนี้อาจจะมีตุ่มน้ำแค่ที่หูและในลำคอ ต้องให้คุณหมอเขาตรวจให้ละเอียดเพราะ มักจะทำให้เสียการได้ยินบางส่วน หรือมีเสียงในหุอยู่นานเป็นเดือน โรคนี้ติดต่อยาก เพียงแต่ไม่แนะนำให้ไปคลุกลคลีกับเด็กเพราะเคยมีรายงานว่าทำให้เด็กเป็นอีสุกอีใสได้ แต่ในชีวิตจริงหมอยังไม่เคยเห็นว่ามันติดต่อได้แบบนั้น อาหารก็เพียงแต่กินให้เหมาะกับอาการปวดที่เกิดขึ้น เช่นอาจเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำให้เคี้ยวแล้วเจ็บมากขึ้น อาการของพี่ชายยังอยู่ในระยะที่ควรไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และติดตามดูอาการว่า ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่อวัยวะอื่นเช่นสมอง กล้ามเนื้อใบหน้า หูด้านใน มากน้อยแค่ไหน ยังไงส่งข่าวมาเพิ่มเติมแล้วกันครับ
อาจารย์หมอคะ ดิฉันเป็นพยาบาล ปู่ของดิฉัน อายุ 91 ปีเป็นเป็นงูสวัดที่ขมับข้างซ้าย หลังตุ่มน้ำแห้งแล้วจะมีอาการอัมพาตที่ใบหน้าซีกที่เป็นอยู่ 1 อาทิตย์ตอนนี้เริ่มดีขึ้นคือมุมปากไม่ค่อยตก แต่มีปัญหาว่าอาการปวดไม่ทุเลาจะปวดทุกวัน ระยะแรกได้ยาอะไซโคลเวียร์กิน 800 มก.ทุก 4 ชั่วโมงวันละ 5 ครั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าให้กินหลังจากมีต่มน้ำใสเกิน 3 วันรึเปล่า กินอยู่ 2 วัน สังเกตว่าคนไข้เหนื่อยเอาแต่นอน เห็นว่าอายุมากจึงลดขนาดยา เหลือ 400 มก.เวลาเดิมผื่นยุบหมดเหลือตาบวมเล็กน้อยและปวดหัว หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ปวดหัวไม่ลด จึงพาไปหาหมอ หมอให้ยา prednisolone neurontin amitrip ไม่ทราบว่ากิน pred ได้รึเปล่าคะเพราะดิฉันกลัวว่าอาการมันจะกำเริบ เพราะกลัวเชื้อไวรัสจากงูสวัดจะเป็นมากขึ้น
แก้ปวดตัวไหนคะที่จะดีที่สุดทีเคยกินก็มี ทามอล บรูเฟน พารา พอนสแตน อย่างซินนาริซินก็ให้ไม่ทราบว่าจะช่วยได้รึเปล่า ญาติๆก็จะขวนขวายพาคนไข้ตระเวณหาหมอทั้งหมอเป่า หมอแผนปัจจุบัน ทำให้เสียเงินทอง คนไข้จะกินข้าวได้มากไม่เบื่ออาหารเลย รู้สึกตัวดีรู้เรือง มีแต่ปัญหาปวดหัว ดิฉันอธิบายให้ญาติแล้วว่าจะปวดอีกเป็นหลายเดือน ก็ไม่เป็นผลจะฉีดยา ทามอลได้รึเปล่าคะ เคยฉีดฟีแนคควบกับบี1612 อาการดีขื้นแต่ไม่ได้ให้ต่อเนื่องค่ะ เรียนถามอาจารย์เรื่องงูสวัดที่ใบหน้า ขอทราบแนวทางในการรักษาของอาจารย์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ถ้าเป็นหมอจะ off Prednisolone เพราะสมัยหนึ่งเคยเชื่อกันว่ามันช่วยลด postherpetic neuralgia อาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัดที่พวกเรากลัวกันนักกันหนา มี paper อยู่ประมาณ 5-6 papers ที่สนับสนุนการใช้สเตียรอยด์ แต่ภายหลัง paper ค้านมีมากกว่า สรุปว่าหมอผิวหนังส่วนใหญ่ตอนนี้ไม่ใช้สเตียรอยด์กันในการรักษา PHN ตัวหมอเองก็มีประสบการณ์ไม่ดีกับสเตียรอยด์ในคนที่สูงอายุมากๆ ประเภท เกิน 90 ปีนี่หมอยิ่งกลัวว่าจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากยา
ถ้าปวดมากๆตัวที่หมอแนะนำคือ Lyrica แต่ราคาแพงสักหน่อย ยาที่ได้ผลดีที่สุด คือ Tregetal หมอ neuro ชอบให้กัน แต่สำหรับตัวหมอเลิกให้มานานเกือบสิบปีแล้วตั้งแต่เคยเจอให้แล้วแพ้ยาเป็นสตีเว่นส์จอห์นสัน ไป 2 ราย และไม่อยากเห็นอีกแล้วในชีวิต ยาตัวนี้ได้ผลดีมากในการระงับอาการปวด ให้ไปสัก 2-3 วันบางคนเริ่มเบาลงเลย แต่ถ้าแพ้ยา มักจะแพ้ยารุนแรง ถึงแก่ชีวิตมาหลายรายแล้ว หมอเลยไม่อยากให้ สำหรับยาฉีดแก้ปวดที่ว่ามา บางรายเคยให้ถึงระดับ pethidine ก็เคย แต่ถ้าพอไหวก็หลีกเลี่ยงครับ
สรุปว่าอยากให้ทำใจครับโรคนี้ในคนที่แก่มากๆ พอเป็นแล้วโอกาสเกิด PHN มีมาก และมักมีอาการรุนแรง ทรมานนาน ต้องรักษาไปตามอาการ โดยเฉพาะพวกเป็นที่หน้า บางคนปวดทรมานนอนไม่หลับอยู่หลายปีเลยครับ
คุณหมอคะ มารายงานอาการผป.ที่อายุ 91 ปีรายนี้ค่ะ หนูถามซื้อยา lyrica ไม่ได้ก็เลยไม่ได้กิน และอีกอย่างกลัวแพ้แบบสตีเว่น วันนั้นเลยลองให้เด๊กซ่าฉีด 1.5 cc.อาการปวดแทบจะหาย วันต่อมาให้ซ้ำ 1 cc. แล้วเว้นมาวันนี้ให้อีก 1 cc. อาการปวดลดลงไปมาก ปู่ไม่ปวดแบบ severe ดีใจมากค่ะแล้วให้กิน นิวรอนตินกับอะมิทริป10 mg.ก่อนนอน หนูอยากทราบว่าถ้าอาการปวดหายแล้วจะปวดกลับมาใหม่หรือไม่คะ แล้วถอนยาสเตียรอยด์เว้นห่างออกไปอีกเรื่อยๆจะดีไหมคะ หรือควรหยุดไปเลย เพราะหนูก็กลัวเป็น dependent steroid syndrome และก็ขอบพระคุณคุณหมอมากที่ให้ความกระจ่างเรื่องแนวทางในการรักษา และอาการ ของงูสวัดทำให้สบายใจขึ้นมาก
ผู้ป่วยอายุ 91 ปี ฉีดเด็กซ่า หมอไม่แนะนำ ไม่ได้กลัว dependent ครับแต่กลัว เรื่อง avascular necrosis ของกระดูกสะโพก ควรหยุดไปเลย ไปเพิ่มขนาดยา นิวรอนตินกับอะมิทริป เอาจะปลอดภัยกว่า lyrica แพ้แบบสตีเวน หมอยังไม่เคยเห็นเคส ไม่ใช่พวก carbamazipine Tregetal นี่ครับ ถึงจะเจอแพ้แบบนี้บ่อย แต่ถ้ากินนิวรอนตินได้ผล lyrica ก็ไม่น่าจะจำเป็น
ขอบพระคุณค่ะ และจะทำตามที่คุณหมอได้กรุณาแนะนำค่ะ
สวัสดีครับ...คุณหมอ
ผมเพิ่งเป็นโรคงูสวัด ได้ประมาณ5วันครับ คือเริ่มมีแสบที่ใบหน้าและเปลือกตาวันที่3เม.ย52 มีผื่นขึ้นที่หน้าและเปลือกตาวันที่5เม.ย52 ไปหาหมอที่คลีนิคโรคผิวหนังวันที่6เม.ย52 หมอบอกเป็นโรคงูสวัด และให้ยามาทาน (ACICLOVIR TABLETS BP 800mg)วันละ5ครั้ง จำนวน5วัน....แต่ข้างบ้านแนะนำให้หาหมอบ้านที่ใช้วิธีการพร่นยาซึ่งตัวเองเจอมากับตัวแล้วหาย...ผมเลยกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะทำไงดี
ขอคำแนะนำหน่อยครับ
ขอคุณครับ
ข้อแรก ทานยาแค่ 5 วันอาจจะไม่เพียงพอ น่าจะ 7-10 วัน เป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นแค่ตามตัว ไม่ต้องกินยา จะพ่นยาหรือไม่ มันก็หายของมันเองอยู่แล้ว โรคนี้ที่เขากลัวกันก็คืออาการปวดเส้นประสาท หลังจากผื่นงูสวัดหาย ซึ่งอาจจะเป็นอยู่เป็นปีๆ ขยับตัวหน่อยก็เจ็บแปล๊บ จนนอนไม่หลับ ซึ่งว่ากันจริงๆ ไม่มียาอะไรรักษาหรือป้องกันได้ แม้แต่ Acyclovir เอง เพียงแต่เชื่อกันว่า ถ้าในระยะที่เป็นพักผ่อนเพียงพอร่างกายอาจดูแลตัวเองไม่ให้เกิดอาการที่ว่ามานี้ได้ กรณีของคุณรัฐา เป็นที่หน้าและเปลือกตา ต้องตามดูครับว่ามีที่ปลายจมูกหรือข้างจมูกด้วยหรือไม่ เพราะถ้ามีแสดงว่า มันเป็นตามเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 สาขา nasociliary พวกนี้หลังผื่นหายอาจจะทำให้การมองเห็นลดลง ยังไงก็กินยาเอาไว้ดีกว่า ส่วนจะพ่นร่วมไปด้วย หมอส่วนใหญ่คงไม่ว่าอะไร ดูแลอย่าให้แผลติดเชื้อจากส่วนผสมของยาพ่นที่อาจไม่สะอาดพอก็แล้วกัน
สวัสดีครับ...คุณหมอ
....ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
ขอรบกวนถามต่ออีกครั้งครับ...
1.กรณีที่จะมีบริเวณปลายจมูกนั้นไม่ทราบว่าจะเกิดช่วงระยะเวลากี่วันครับ?
2.ตอนนี้เกิดตุ่มใสบริเวณบนศรีษะ ส่วนตุ่มใสบริเวณตาและหน้าเร่มมีน้ำใสๆแตกออกมามีอาการปวดที่กกหูมาก หูอื้อแต่ไม่เกิดตุ่มใสบริเวณหูและจมูกครับ
3.มีอาหารอะไรบ้างครับที่ควรหลีกเลี่ยง?
4.ผมอาบน้ำถูสบู่ตามปกติได้หรือเปล่าครับ?
....ขอคำแนะนำหน่อยครับ...
...ขอบคุณมากครับ...