ประสบการณ์
ที่ได้รับมาโดยตรง
ตอนที่ 3 “ความมั่นคง ถาวร”
ชำเลือง มณีวงษ์
ในตอนที่ 2 ผมได้เล่าถึงเรื่องของความห่างชั้น ซึ่งในความเป็นจริง ผมอยากที่จะใช้คำว่า กำลังทำในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติของตนเองมากกว่า การที่คนเราทำอะไรสักอย่าง หากว่าสิ่งที่กระทำนั้นดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่มีขาดตอน ถึงแม้ว่าในบางช่วงเวลาอาจจะดังโด่งสูงขึ้นไป บางช่วงเวลาอาจจะแค่ทรง ๆ อยู่ได้ หรือในบางช่วงเวลาตกต่ำลงมาบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับทรุดจนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ การดำเนินชีวิตอย่างนี้ “เป็นความมั่นคง ถาวร”
ผมขอนำเอาประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับมาโดยตรงและโดยอ้อมหรือมีส่วนเข้าไปรับรู้ในบางเรื่องมาเล่าสู่กันฟังอีกตอนหนึ่ง ซึ่งผมหวังว่าคงจะเป็นบทเรียนที่ใช้เตือนใจคนรุ่นหลัง ๆ ให้หยุดคิด หรือเลือกเดินในทางที่ถูกต้องต่อไป คนเรามีความแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน จนทำให้เกิดความโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน จนบางครั้งเมื่อเราพูดถึงใครสักคน ผู้ที่ได้ยินเราพูดมองออกเลยว่า สิ่งนั้นหมายถึงใคร เพราะงานที่เขาทำกลายเป็นโลโก้ (สิ่งแทน) ให้นึกภาพออกมาเป็นรูปธรรม ทำให้นึกถึงภาพของคน คนนั้นได้อย่างชัดเจน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ณ เวทีการแสดงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จัดว่า เป็นเวทีที่มีความสำคัญมาก เมื่อได้เวลาพิธีกรเขาก็ประกาศเชิญนักแสดงขึ้นไปบนเวที เด็ก ๆ เขาก็แสดงกันอย่างเต็มที่ สักครูหนึ่งท่านผู้ชมกลุ่มหนึ่งก็พูดกันขั้นมาว่า “นี่ไม่ใช่ของแท้นี่นา ยังมีดีกว่านี้อีก ทำไมไม่เชิญมา” ในเวลาต่อมานักแสดงอีกวงหนึ่งก็ขึ้นไปแสดง ณ เวทีแห่งนั้น คราวนี้มีเสียงพูดขึ้นมาอีก โดยเขาพูดว่า “มันต้องอย่างนี้ นี่ของแท้ ดูแล้วค่อยเหมาะสมหน่อย” ที่คนดูหรือผู้ชมพูดอย่างนั้น มีใครคิดตามผมได้บ้างว่า เกิดอะไรขึ้นกับภาพการแสดงที่เห็นแล้วส่งผลมายังความรู้สึก พิธีกรเขาประกาศว่า ต่อไป นี้ขอเชิญท่านพบกับการแสดงเพลงอีแซวของ..... ได้แล้วครับ แต่ภาพบนเวทีมันไม่ตรงกับคำที่พิธีกรประกาศ เป็นการแสดงที่โฉบไปโฉบมาไม่ตรงทิศทางสักที นั่นคือ ความไม่มั่นคงของการนำเสนอ หรือเตรียมมาผิดเวที หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้ได้ภาพออกมาสับสน คนดูงง
ภูมิปัญญาท้องถิ่นทุกแขนง มีการเรียนรู้แบบสั่งสมมาเป็นเวลาที่ยาวนาน การสร้างผลผลิตไม่อาจที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นๆ บุคคลผู้หนึ่งเข้ารับการฝึกหัด อบรม เรียนรู้เพลงพื้นบ้าน และนำเอาความรู้ไปสอนนักเรียนของเขาจนเก่งกล้า สามารถแสดงบนเวทีได้ (15-30 นาที) เขาส่งผลงานขึ้นไปเพื่อขอรับการพิจารณาจนได้เป็นต้นแบบเพลงพื้นบ้าน ทั้งที่เขามีความรู้น้อย-ปานกลาง ต่อจากนั้นก็มีการเผยแพร่ผลงานอย่างกว้างขวางในฐานะต้นแบบที่ถูกต้อง (ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว) เขาได้แสดงความสามารถตามเวทีงานวัด ในเทศกาลสำคัญ ได้ไปร้องเพลงพื้นบ้านตามสถานีวิทยุ อาจจะมีทั้งทางโทรทัศน์ด้วย ส่วนคนที่เก่งจริง ๆ กลับไม่ผ่านการพิจารณา คงทำได้แค่แสดงบนเวทีตามแบบของภูมิปัญญาที่เขาเรียนรู้มาตลอดเวลาที่ยาวนาน ส่วนคนที่เป็นต้นแบบ เมื่อจบโครงการของเขาไปแล้ว เขาก็ลามือไป (เลิกไปเลย) ส่วนอีกคนหนึ่งยังดำเนินชีวิตต่อไปทั้งที่ไม่มีงบประมาณรองรับ “มันแตกต่างกันมากในแง่ของการได้เสีย การลงทุนกับความสูญเปล่า”
โครงการ ๆ หนึ่งวางแผนเอาไว้ เพื่อการถ่ายทอดผลงานศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่น จากจุดที่ครูผู้สอนผู้นั้นอยู่โดยขยายออกไปในอีก 3 ตำบล สามารถเพาะต้นกล้าเพลงพื้นบ้านได้อีกตำบลละ 20-25 คน รวม 60-75 คน กิจกรรมนี้จะมีชาวบ้าน องค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมด้วย แต่โครงการไม่ผ่านการเห็นชอบจากเจ้าของงบประมาณ โดยมีข้อเสนอแนะว่า ไม่ใช่เป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญา ส่วนอีกโครงการหนึ่ง เป็นนำเอางบประมาณมาเป็นค่าวิทยากร นำไปใช้ในการดำเนินงานสอนนักเรียนให้เรียนรู้ในศิลปะการแสดงหลาย ๆ ที่ หลายโรงเรียน แต่กลับได้รับการพิจารณาให้ดำเนินการได้ โดยมีงบประมาณสนับสนุนจำนวนมาก เจ้าของโครงการที่ไม่ผ่านการอนุมัติยังคงดำเนินงานถ่ายทอดภูมิปัญญาต่อไปทั้งที่ไม่ได้รับการสนับสนุน ส่วนอีกโครงการเมื่อดำเนินงานมาจนถึงวันสิ้นสุดโครงการงานก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ “จะหาความมั่นคง ถาวร หรือเอาแค่เพียง ความพึงพอใจเท่านั้น”
ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ออกมาค้านสายตา ความสามารถที่ห่างชั้น ความมั่นคง ถาวรของการดำเนินชีวิตที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ล้วนแล้วแต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มีข้อจำกัดกำหนดมา ถึงแม้ ว่า จะฝึกฝน พยายามจนถึงที่สุดสักเพียงใด แต่ขีดจำกัดของคนเรามีอยู่ เราคงไม่อาจที่จะก้าวข้ามไปได้ง่าย ๆ มิเช่นนั้นเมืองไทยคงเต็มไปด้วยศิลปิน คงมีคนที่มีความสามารถในระดับเดียวกันเต็มไปหมด เมื่อมีคนที่มีความสามารถต่างระดับกัน จึงจำเป็นที่จะต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดูเป็นแบบอย่าง สิ่งใดดี มีคุณค่า นำเอาไปประยุกต์ใช้ เป็นการสานต่อไม่ให้ขาดตอน การทำงานที่มิได้หวังผลเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตน จะทำไปตามวิถีชีวิตอย่างยาวนาน แต่ถ้าการทำงานนั้น ๆ มาจากการหวังผลอะไรสักอย่างเมื่อได้รับผลตอบแทนแล้ว งานนั้น ๆ ก็จะหาย ไป เหลือเพียงร่องรอยให้รับรู้ว่าเคยทำมาแล้ว จะมีประโยชน์อะไร ถ้าทำเพียงแค่ไฟไหม้ฟาง การ ศึกษาก็เช่นเดียวกัน การจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนในสาระสาระหนึ่ง หรือบูรณาการในองค์รวมเมื่อผู้เรียนได้ผ่านการเรียนรู้แล้ว เกิดความมั่นคง ถาวร ความรู้ฝังลึกลงไปจนเกิดค่านิยม เห็นคุณค่าแห่งชีวิตของตนหรือไม่ การเรียนรู้ที่ฝังแน่น จะสามารถนำเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ เป็นประสบ การณ์ที่มีคุณค่าอย่างมหาศาล เป็นกำไรชีวิตที่นำเอาติดตัวไปใช้ได้อย่างยาวนาน ครับ
ชำเลือง มณีวงษ์ ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม รางวัลราชมงคลสรรเสริญ (พุ่มพนมมาลา) ปี 2547