เมื่อไฟไหม้บ้าน สิ่งที่ขนออกมาได้ ย่อมเป็นสมบัติของเรา ส่วนสิ่งที่ไม่ได้นำออกมา ย่อมสลายไปกับกองเพลิง ต่อให้คร่ำครวญ จนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็ไม่มีความหมาย

   หลายครั้งที่เราเห็นภาพไฟไหม้บ้านเรือน จะเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม บรรยากาศก็คงไม่แตกต่างกัน มีแต่การวิ่งหัวซุก หัวซุน เพื่อเอาตัวรอด ความร้อนของเปลวเพลิง แลบเลียผิวกาย ให้ต้องหนีอย่างเดียว ไม่มีใครยอมตายคากองไฟสักคน แม้สมบัติพัสถานที่หวงนัก หวงหนา ก็ถูกปล่อยให้มันถูกเผาสลายไปกับเพลิงกาฬ ความรักในชีวิตตัวเอง ยิ่งใหญ่ที่สุด แม้บางครั้ง ก็ยอมทิ้งให้บุคคลที่ว่าแสนรัก จมอยู่ในกองไฟอย่างจนปัญญา

    เมื่อเพลิงสงบ เราจึงเห็นว่า แต่ละคนที่หนีรอดมาได้ บางคนก็มีแต่มีอเปล่า บางคนหยิบฉวยของใกล้ตัวที่สุดออกมาได้ ถ้าเป็นการคว้าชีวิตของคนในบ้าน ออกมาอย่างปลอดภัย ก็โชคดี แต่บางคนกลับคว้าสิ่งที่ไร้สาระสิ้นดี บ้างอุ้มตุ่มน้ำ บ้างหอบทีวี บ้างหอบผ้าที่ใกล้มือ ซึ่งอาจเป็นเพียงผ้าขี้ริ้ว เราหยิบเราฉวย เพราะขณะนั้นขาดสติ ทำตามจิตสำนึกที่เหลืออยู่ เขาเรียก คว้าใด้ หมายเอา เฉพาะสิ่งใกล้ตัว....

    นั่นคือภาพเหตุการณ์ที่ผู้เขียน มานำเสนอ ให้พอมองเห็นว่า ยามฉุกเฉิน  คนที่ไม่เคยฝึกสติ วินิจฉัย อะไรไว้บ้าง ก็จะทำให้เกิดอาการ เช่นที่กล่าวมา

    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัส เปรียบเทียบไว้อย่างลึกซึ้ง ถึงมนุษย์ต่างก็กำลังถูกไฟแห่งวัฏฏสงสารเผาเรือนตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในที่สุดเมื่อวันสุดท้ายปลายชาติ มนุษย์ก็ถูกเผาจนสิ้น ไม่หลงเหลือสิ่งใด ไว้เลย นอกจากบุญกรรมเท่านั้น ที่จะนำติดตัวไป เพื่อกำหนดอัตภาพในภพชาติต่อไป

  เมื่อไฟไหม้บ้าน สิ่งที่ขนออกมาได้ ย่อมเป็นสมบัติของเรา ส่วนสิ่งที่ไม่ได้นำออกมา ย่อมสลายไปกับกองเพลิง ต่อให้คร่ำครวญ จนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็ไม่มีความหมาย

  ขณะที่เรายังมีชีวิต ยังมีสติ ถือว่าเรือนมนุษย์ในวันนี้ ยังมั่นคงอยู่ สมบัติทุกชิ้น ยังรอให้เราใช้สติหยิบฉวยออกไปได้ ก็ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าไฟกำลังโหมเข้ามาใกล้ทุกที เราจงรีบโกยสมบัติที่จะติดตัวไปได้ข้ามภพ ข้ามชาติ คือบุญกันเถอะ

 ผู้เขียนกำลังนึกถึงการทอดกฐิน เพื่อGotoknow ผู้ที่มีส่วนในองค์กฐินนี้ จะได้อานิสงส์ประมาณไหน กับการได้สนับสนุน ค้ำจุน ให้ ณ ที่แห่งหนึ่ง ที่อุดมไปด้วยความรู้ ธรรมทาน น้ำใจไมตรี เกื้อหนุน ดูแล ห่วงใย  ส่งเสริมสนับสนุนให้กำลังใจแก่กัน เพื่อทำความดีเท่านั้น ถ้าเปรียบเป็นสวรรค์ ก็คงไม่น้อยกว่าชั้นดุสิต ที่มีแต่ผู้ปรารถนาพระโพธิสัตว์ คือผู้ให้ ผู้ปรารถนาช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ บุญกฐินนี้จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ผู้เขียนคำนวนไม่ออก

   ก็ในเมื่อพุทธองค์ทรงตรัสว่า ยานพาหนะเป็นมิตรของนักเดินทาง มารดาเป็นมิตรในเรือนตน บุญที่ตนทำไว้แล้วเป็นมิตรติดตามไปทุกภพทุกชาติ

   วันนี้ขอเวลาสักชั่วครู่ ลองมองดูว่า เราจะหยิบเอาสมบัติชิ้นใด ไปสร้างประโยชน์แก่ตนชนิดให้ข้ามภพข้ามชาติได้บ้าง เราจะนำไปได้สักเท่าไหร่ จึงจะทำให้ได้อัตภาพที่ดีงามตามใจปรารถนาในภพหน้า

 เมื่อโชคดี ที่มีโอกาสเลือก จงเลือก และทำบุญทานนั้นเต็มกำลังของตน เราจึงจะไม่รู้สึกเสียใจ เมื่อวันที่ไฟได้เผาเรือนเราจนหมดสิ้น

  ........ถ้าคำว่าทุ่มเท  คือสุดยอดของความหมายแห่งการกระทำนั้น... เราจงถือโอกาสทุ่มเท ในการทอดกฐินเพื่อ Gotoknowกันเถิด.......... สาธุ สาธุ สาธุ