ต่อจากบันทึกที่แล้ว พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ: ทางรอดของประเทศไทย
แน่นอนว่า....มีคำถามในแบบสอบถามประเมินการจัดงาน ถามว่า "ท่านคิดว่า หลังจากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้แล้ว ท่านจะมีบทบาทในการขับเคลื่อน พ.ร.บ.สุขภาพฯ ต่อไปอย่างไรบ้าง??"..........
สิ่งแรกที่ดิฉันอยากจะทำ ก็ได้ทำแล้วเมื่อวานนี้ คือการบันทึกเรื่องราวดีๆ ที่ได้รับทราบผ่าน Blog G2K เป็นการขับเคลื่อนในลักษณะกระจายข่าวป่าวร้องก่อน
แต่ข่าวยังไม่จบนะคะ ดิฉันอยากถ่ายทอดให้ครบถ้วนที่สุด ตรงที่มีประโยชน์สูงสุด นั่นก็คือ ปาฐกถาของท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ด้วยค่ะ
ขออนุญาตคัดลอกบทความ มาลงเป็นตอนๆ จากท่านอาจารย์หมอประเวช ผู้เขียน สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ : สช ผู้จัดพิมพ์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ : สสส ผู้สนับสนุน ด้วยนะคะ
๑
การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
อุดมการณ์สูงสุดของมนุษยชาติ
การอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม ควรจะเป็นอุดมการณ์สูงสุดของมนุษยชาติ (Summum Bonum) เป็นภาษาลาติน เพราะมนุษย์ทุกคนและธรรมชาติทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์เป็นองค์รวม ไม่มีใครหรืออะไรที่ดำรงอยู่โดยเอกเทศ การดำรงอยู่ร่วมกัน (Living together) จึงควรเป็นหลักสำคัญมากกว่าถือตนเป็นใหญ่ ในระดับเล็กและใกล้ตัว เช่น ในครอบครัว เราเห็นได้ชัดว่าการอยู่ร่วมกันอย่างบรรสานสอดคล้อง (Harmony) เป็นบ่อเกิดของความสุขและความสร้างสรรค์ในระดับชุมชน และในสถานที่ทำงานก็เช่นเดียวกัน ในสังคมใหญ่เช่นในประเทศ และในโลกก็เช่นเดียวกัน ที่ต้องการการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง ฉะนั้นเราจึงเห็นภาพตรงข้าม คือวิกฤตการณ์ของการอยู่ร่วมกันทั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์และธรรมชาติแวดล้อม ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยกว้างมากขึ้น อันนำไปสู่ทุกขสัมพันธ์ เช่น ความขัดแย้ง และความรุนแรงประเภทต่างๆ มีการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างแสนสาหัส จนคิดกันว่ามนุษย์จะไม่สามารถมีชีวิตต่อไปได้ สภาวะโลกร้อน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อธรรมชาติ และมนุษยชาติอย่างรุนแรงที่สุด ก็เกิดจากความล้มเหลวของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ฉะนั้น การอยู่ร่วมกันด้วยสันติจึงเป็นระเบียบวาระใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติร่วมกัน สังคมสมานฉันท์เป็นส่วนหนึ่งของการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ หรือเป็นทั้งหมดของการอยู่ร่วมกันด้วยสันติก็ได้