สองสามวันมานี้ที่ดงหลวงฟ้าหม่นเทา เศร้าเหงา
ลมหนาวพัดความเย็นจากทางเหนือ ลมฝนยังคงต่อสู้ปะทะ
ทำให้ทั้งหนาว ทั้งฝน ราวกับจะทดสอบความอดทนของพี่น้องอีกครั้งอย่างไม่รู้จักพอ
พี่น้องชาวโซ่ ต่างรีบเร่งเก็บเกี่ยวข้าวเบา(ข้าวดอ)ในนา
ที่นี่เกี่ยวข้าวเร็วกว่าแห่งอื่น เพราะน้ำน้อย พี่น้องต้องเลือกปลูกข้าวอายุสั้น อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ข้าวในเล้าพี่น้องหมดไปนานแล้ว ต้องปลูกข้าวที่ได้กินเร็วๆ
ระยะนี้ไปเยี่ยมพี่น้องที่พังแดง พร้อมกับเก็บข้อมูลสำหรับสรุปบทเรียนการใช้ประโยชน์จากโรงสูบน้ำก่อนจากลา
ใช้วิธีที่รบกวนพี่น้องให้น้อยที่สุด ต้องเดินไปคุยในไร่ในนา ช่วยคุณป้าคุณตาเกี่ยวข้าวไปด้วยถามไปด้วย หากไปที่บ้านต้องไปเวลากลางคืนหรือหัวค่ำ
ที่เถียงนาแห่งหนึ่ง ท่ามกลางสายฝนยามบ่าย ผมวิ่งเข้าไปหลบฝน ขณะที่สองสามีภรรยากำลังสาละวนเก็บกู้ข้าวที่ตากในลานไม่ให้ถูกฝน
ผมเหลือบเห็นคนตัวเล็กๆนอนหลับอุตุอยู่ในห่อผ้าบนเปล นอนหลับแบบไม่รู้สึกรู้สาแม้ถูกฝูงยุงริ้นมาไต่ตอม โดยแม้แม่เด็กจะเดินมาไกวเปลเป็นครั้งคราว เพื่อไล่ยูง
เลยจัดการร้องขอให้ผู้ช่วยผม ไปช่วยพี่น้องกู้ข้าว ส่วนผมในฐานะคนป่วย เขาปล่อยให้นั่งไกวเปลไล่ยูงริ้นในคนตัวน้อย
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ท่ามกลางสายฝนครับ
แอบถ่ายรูปคนตัวน้อยมาฝากด้วยครับ

มาช่วยกันเลี้ยงเด็กที่ดงหลวงครับ
สวัสดีครับ อ้ายเปลี่ยน
อ้ายบ่สบายเหรอครับ...ฮักษาสุขภาพโตยเน้อครับเน้อ
-----------------------
วิถีที่พี่ทำอยู่งดงามมากครับ ทั้งไปคลุกคลีสัมผัสเห็นชีวิตที่เป็นชีวิตจริง ถ่ายทอดออกมาผมรับรู้ได้เป็นอย่างดี
ชีวิตชาวท้องถิ่นมีทางเลือกไม่เยอะ แต่ทว่าจริงๆเค้ามีความสุขนะครับ บนความเรียบง่าย บางครั้งอาจร้าวลึกเจ็บปวด แต่ก็ชั่วครั้งชั่วคราวของชีวิต
ให้กำลังใจพี่เสมอครับ...
ธรรมชาติของชีวิต มองให้ดีๆ จะเห็นความงดงามเสมอนะคะ ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
ดงหลวงฟ้าหมุ่น ใจคนผ่องใส