เช้าวันที่ ๒๓  ตุลาคม  ๒๕๕๐  สมาชิกย่ามแดงต่างเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางออกจากกระท่อมนางเมิน ไปตามเส้นทางแห่งการศึกษาและท่องเที่ยว   เช้าวันนั้นทีมงานย่ามแดงจาก จ.บุรีรัมย์ มารอส่งอย่างพร้อมเพรียง 

จุดแรกของการเดินทางเราแวะเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวอโศก ที่  "เมฆาอโศก"  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ที่นั้น  คุณตาเป็นต้น  คุณแม่มะลิ  และคุณชาวนา คอยให้การต้อนรับ  มีการสนทนาแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตและหลักปฏิบัติของชาวอโศก

วิถีชีวิตของชาวอโศก  อาจจะอยู่ในอุดมคติของคนส่วนใหญ่ในสังคม  แต่ที่นี่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง  โดยสมาชิกในชุมชนทุกคน  จะใช้ศีลที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบัญญัติไว้มาเป็นกติกาในการดำรงชีวิต ทุกคนอยู่ด้วยการให้มากกว่าการรับ  ผลผลิตที่ได้เป็นของสารธารณะ  สมาชิกใช้สอยได้เท่าที่จำเป็น หรือเรียกอีกอย่างว่า "สาธารณโภคี" 

คุณแม่มะลิและคุณชาวนา พาเราเยี่ยมชมแปลงเกษตร  ที่อุดมได้ด้วยพืชผักนานาชนิด  เข้าทำนองว่า "ปลูกทุกอย่างที่กินได้และกินทุกอย่างที่ปลูก"   ผมยังได้เห็นต้นกล้วยหลายสิบต้นที่ผมได้นำสมาชิกชาวย่ามแดงมาปลูกไว้เมื่อ ๒ ปีก่อน ลำต้นใหญ่  แตกกองามมาก  และด้วยอนิสงส์อันประเสริฐนี้เอง  แม่มะลิได้ตัดกล้วยให้เป็นของฝาก  จึงต้องแบกกันอย่างทุลักทุเลอย่างที่เห็น

ต่อจากนั้นเราแวะนมัสการ "หลวงปู่ผาด"  วัดบ้านกรวด  พระเกจิอาจารย์แห่งยุคสมัยของชาวบุรีรัมย์  ท่านได้เมตตาประพรมน้ำพระพุทธมนต์  เพื่อเป็นสิริมงคล  พร้อมมอบวัตถุมงคลที่ระลึกอีกด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนใต้อย่างเรา  ที่ไม่อาจหาหลักประกันในชีวิตที่ใดได้เลย  ความปลอดภัยในชีวิตจึงฝากไว้ให้สรรค์และอำนาจบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเท่านั้น

ช่วงบ่ายวันเดียวกันพวกเราแวะนมัสการเจดีย์ที่วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน (วัดระหาร)  อ.บ้านด่าน  จ.บุรีรัมย์  วัดของหลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ  ก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่สวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน

หลังมื้อเย็นที่สวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน  ครูบาสุทธนันท์  ได้แนะนำให้พวกราได้รู้จักมหาชีวาลัยอีสานมากขึ้น  พร้อมฝากภาระกิจให้ช่วยกันสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ "เฮฮาศาสตร์"  สาขาภาคใต้

ภาระกิจวันนี้สำเร็จลงได้ก็ต้องขอขอบคุณ ทีมงามย่ามแดงบุรีรัมย์  สมาชิกชุมชนเมฆาอโศก  พ่อครูบาสุทธินันท์  แม่หวี  พี่อ๊อต  และครอบครัวเฮฮาศาสตร์ทุกท่าน....  ขอบคุณครับ