ขอทุกท่านจงมีสติ ระงับความโกรธ อย่าให้ได้กำเริบ
ใครรู้จักอดีตนักร้อง ที่ชื่อ พร ภิรมย์ บ้าง ปัจจุบันท่านบวชเป็นพระแล้วนะ วันนี้ขณะขับรถกลับบ้าน เปิดวิทยุสถานีหนึ่ง เขาเปิดเพลงของท่านพรภิรมณ์ตลอด เป็นเพลงที่เล่าเรื่องนิทานต่างๆ ฟังเพลินดี มีตั้งแต่ดาวจระเข้ วังแม่ลูกอ่อน จนกระทั่งถึงเพลงๆหนึ่งซึ่งไม่รู้จักชื่อ แต่ ฟังแล้วได้ข้อคิดดี เนื้อหามีดังนี้
กล่าวถึงช่างทำเพชรพลอยคนหนึ่ง มีฝีมือมาก จนพระราชาให้มหาดเล็กนำแก้วมณี เม็ดหนึ่งมาเจียรนัย เมื่อ่รับของไว้แล้ว นายช่างกำลังหั่นเนื้อจึงวางดวงแก้วไว้ข้างเขียง มัวแต่เหลือบแลไปมา มีดเลยบาดนิ้ว ทำให้เลือดไหลไปโดนดวงแก้วเข้า ขณะนั้น ก็ได้ยินเสียงพระที่คุ้นเคย เรียกอยู่หน้าบ้าน เพราะท่านได้ผ่านมาจึงแวะเยี่ยม นายช่างรีบวางมือแล้วออกไปต้อนรับ ด้วยความดีใจ หลังจากกราบกรานกันเสร็จ ก็เข้าไปจัดหาน้ำมาถวายพระ เมื่อมือหยิบแก้วน้ำ พลันก็ระลึกถึงดวงแก้วของพระราชาที่วางเอาไว้ ความกล้วว่าจะหล่นหาย จึงรีบไปเอาดวงแก้ว เพื่อ่ที่จะนำไปเก็บก่อน ด้วยความที่คิดอะไรทีละหลายๆอย่าง ทำให้นายช่างลนลาน ไม่ระวังตัว ขณะวิ่งถือดวงแก้วเอาไปเก็บ ก็ชนเข้ากับเสาบ้าน ล้มลง เห็นดาวเห็นเดือนไปพักหนึ่ง ดวงแก้วกระเด็นหล่นไปจากมือ
จะกล่าวถึงนกกระเรียนตัวหนึ่ง เดินผ่านมา ได้เห็นแก้วมณี เม็ดกลม คิดว่าเป็นอาหาร มิหนำซ้ำยังมีกลิ่นคาวเลือดเสียอีก ว่าแล้วก็ใช้ปากจิกกินดวงแก้วเข้าท้องสบายไป จากนั้นก็ไปเดินกรีดกรายอยู่ภายนอกบ้าน เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของพระตลอดเวลา
เมื่อนายช่างนับดาวเดือนครบแล้ว ก็เริ่มมีสติ ค้นหาดวงแก้ว ด้วยความวิตก คิดว่าคราวนี้ หัวขาดแน่ ถ้าดวงแก้วหาย หาไป กังวลไป เริ่มหงุดหงิด ทำไมดวงแก้วจะอันตธาน ไปไหนกันนี่ หันรีหันขวางสักครู่ ก็เหลือบไปเห็นพระรูปนั้น นึกขึ้นมาว่า ใช่แล้ว ในบ้านนี้ มีเพียงเราสองคน พระต้องเก็บไว้แน่ ว่าแล้วก็เข้าไปสอบถาม พระท่านปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ส่วนจะให้บอกว่านกจิกกินไปแล้ว โทษของนกน่าจะถึงแก่ชีวิต จึงเฉยเสีย แต่นายช่างกลับคิดว่าพระโกหก เพราะคงอยากได้ พูดอย่างไรก็ไม่ยอมรับ จึงโกรธจัด ลืมนึกว่าท่านเป็นพระ จึงลงมือ ทั้งตบ เตะ ทำร้ายจนพระท่านเลือดอาบกาย และไปนอนคู้อยู่ข้างกำแพงนอกบ้าน นึกดู ตีพระจากในบ้าน ถึงนอกบ้านทีเดียว
ฝ่ายเจ้ากระเรียนต้นเหตุ ได้กลิ่นเลือดพระ ก็ตรงเร่เข้ามา นึกว่า แถวนี้มีอาหารคาวสด กระเรียนก็พอๆกับนายช่างวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปพันขานายช่างเข้า เลยโดนเตะก้านคอกระเด็น ไปคู้อยู่กองอยู่กับพระ แล้วก็สิ้นใจ ส่วนนายช่างยังโมโหไม่หาย ที่กระเรียนมาพันแข้งพันขาทำให้เกือบเสียหลัก จึงจับกระเรียนโยนไปอีก พระได้สติ มานึกว่า เรารักษาศิล รักษาชืวิตเจ้ากระเรียนมาดีที่สุดแล้ว บัดนี้ เมื่อมันตายแล้ว การจะบอกความจริงคงไม่เป็นไร จึงบอกนายช่าง อย่าเอานกไปทิ้ง เพราะนกมันกลืนแก้วมณีอยู่ในท้อง เมื่อนายช่างผ่าดูก็พบแก้วมณี
ด้วยความสำนึกผิด จึงกราบขอขมาลาโทษ ยกใหญ่ แต่พระท่านก็ไม่ได้ถือโทษ เพียงแต่ให้สติว่า ความโกรธนี้ทำให้ขาดสติ ทำให้ก่อบาปกรรมได้มากมาย อาตมาอโหสิให้ แต่ไม่รู้ว่านรกเขาจะอโหสิหรือเปล่านะ
จบนิทาน ก่อนนอน ขอทุกท่านจงมีสติ ระงับความโกรธ อย่าให้ได้กำเริบ จนต้องทำบาปหนักเหมือนนายช่างพลอยคนนี้เลย
สวัสดีค่ะ
มาฟังนิทานก่อนนอนนะคะ คงได้รับความสนุกและสาระไปบ้าง โกรธอย่างนายช่างนี่ เห็นท่าจะไม่ไหวค่ะ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
น่าสงสารคงทำกรรมร่วมโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน...ทั้งคนทั้งนก
ชาตินี้ยังมามีโกรธอีก.....
ชาติหน้าก็ต้องมีโกรธอีกแน่
แต่ถ้าเราตามทันสติ เข้าใจถึงสติ ย่อมระงับสติได้....
หากระงับสติไม่ได้ อารมณ์โกรธย่อมตามมา....
ชาติหน้าก็ต้องมาแสดงกันอีกรอบ
เฮ้อ...ต้องเหนื่อยกันอีกแน่
แต่ถ้าไม่อยากเหนื่อยต้องตามให้ทันตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที...ต้องตื่น...ต้องเบิกบาน...ถึงจะดีครับ
สวัสดีครับผม
สวัสดีค่ะ
คงจะจริงค่ะ เขาว่าคนที่ทำสิ่งใดร่วมกันมา พอพบเจอก็จะแสดงสิ่งเดิมๆกันอีก เช่นเคยชักชวนกันทำชั่ว เจอกันเมื่อไหร่ ให้รู้สึกมีกำลังใจในการทำชั่วเสียจริง แล้วก็ทำได้สำเร็จอีก ส่วนเคยทำกรรมดีร่วมกันมา พบเจอก็อยากจะชวนกันทำบุญ ทำความดี มีอาการยินดี เย็นกาย เย็นใจ ระลึกถึงกันด้วยความสุข
นี่ก็พอจะเป็นเกณฑ์ได้ว่า เรารู้สึกอย่างไรกับใคร ก็แสดงว่า เคยทำกรรมนั้นๆร่วมกันมา จริงไหมคะ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
คงจะเป็นดั่งว่า..ละครับ เหมือนเราได้ไปอเมริกา แสดงว่าเมื่อชาติก่อนเราต้องเคยไปมาก่อน จึงเป็นเชื้อชักนำให้ชาตินี้ได้ไปอีกครับ
สวัสดีครับผม
ต่อกระทู้อีกนิด เรื่องการไปสถานที่ต่างๆ ย่อมมีเหตุ ครั้งหนึ่งไปญี่ปุ่น นอนคืนแรก มีคนมาเข้าฝันว่า มาก็ดีแล้ว อโหสกรรมกันเสีย ตื่นมาก็แปลกใจ เราไปทำอะไรใครไว้ที่ญี่ปุ่น แล้วจะอโหสิใคร ที่แท้คงเป็นเมื่อ่ภพชาติก่อน คงมีเรื่องค้างคาใจกัน ให้มาขออโหสิในชาติที่เจอกัน ความตาย การเปลี่ยนภพ ทำให้เราลืม วันนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐาน ขออโหสิกับคู่กรรมกันไปคะ…….
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
คงไม่ใช่พ่อดอกมะลิ โกโบริ นะครับ
สวัสดีครับ
เอ...จะใช่หรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ อังศุมาลิน ไปนอนฝันต่อก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะ
ได้อ่านนิทานคติธรรมก่อนนอน ที่ให้ข้อคิดที่ดีมากๆๆคะ สติต้องอยู่กับตัว แต่ว่าก็ไม่ได้ตั้งใจนะคะมันลืมได้ หลวงพ่อสอนไว้ว่าให้ตรึก(นึก) รู้อยู่ตลอดเวลา มันยากนะคะ กำลังพยายามคะ ข้อคิดเรื่องนี้ชี้ให้เห็นโทษของการขาดสติได้ดีคะ ขอบคุณนะคะ แล้วจะติดตามอ่านเรื่องต่อไปนะคะ
เห็นด้วยเลยค่ะว่าความโกรธทำให้ขาดสติ แถมหากปล่อยให้โกรธมากๆๆๆ ก็สติจะยิ่งกระเจิดกระเจิงไปกันใหญ่ ยิ่งทำอะไรต่อมิอะไรพลาดไปเรื่อยๆ…ก็คงต้องฝึกสติกันต่อไปใช่มั้ยค่ะ
สวัสดีครับคุณตันติราพันธ์
ผมก็เพิ่งฟังมาเป็นเพลงชุดเก่า ได้คติธรรมมาก มีอีกหลายเพลง เช้น ดาวลูกไก่ เสือหรือโคแม่ลูกอ่อน ที่แม่โคมีสัจจะกับแม่เสือ เมื่อถูกแม่เสือตะปบจับได้ว่าขอกลับไปให้นมลูกโคก่อนแล้วจะกลับมาให้กิน เมื่อให้นมลูกแล้วก็กลับมาให้แม่เสือกิน..ในที่สุดแม่เสือก็ปล่อยไปเพราะเห็นว่าแม่โคยึดมั่นในสัจจะ แต่ชุดที่ไชยา มิตรชัย เอามาร้องเทียบพระ พร ภิรมย์ไม่ได้เลยครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณกระเตนน้อย
การตรึกที่หลวงพ่อท่านเมตตาชี้แนะนั้น ตามความคิดของดิฉัน คือการฝึกตั้งสติบ่อยๆ แรกๆอาจวันละไม่กี่ครั้ง ต่อมาความชิน ชำนาญขึ้น จะเพิ่มได้เองโดยอัตโนมัติ อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเวลา เจ้าความโกรธเข้ามาค่ะ แทบจะต้านไม่ไหว อยากจะตอบโต้เสียเดี๋ยวนั้น แต่ถ้าคิดว่า ครั้งนี้จะไม่ สักครั้ง ก็จะเป็นอะไรที่ภูมิใจทีเดียว คราวต่อไป เหมือนจะทำได้อีก อยู่ที่เราเริ่มต้นกันเถอะค่ะ ขอบคุณที่ชอบนิทานเรื่องนี้ ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณ
สบายดีนะคะ
ใช่แล้วค่ะ นิทานเรื่องนี้สอนดีมาก ทำให้เห็นโทษของการขาดสติชัดเจนมาก และผลลัพธ์ ก็สุดๆเหมือนกัน พระอโหสิ แต่นรกจะอโหสิไหม น่าคิด
ถ้าพื้นฐานอารมณ์ดี ก็โกรธอยากนะคะ
สวัสดีค่ะ
ท่านอัยการ
มีเรื่องจะเล่าให้ฟังค่ะ ขณะที่ฟังเพลงชุดนี้อยู่ หลานสาวนั่งมาด้วย แรกๆ เขาว่าแหมป้าฟังลิเกกัน แต่เราก้ทู้ๆฟัง ไม่เปลี่ยนคลื่น ทุกคนที่นั่งมาในรถก็เงียบฟัง พอถึงที่ที่หลานใกล้จะลง เขาบอกให้ขับช้าๆ แต่ระยะเวลากับเพลงคงจบไม่ทัน เลยต้องจอดข้างทาง เพราะหลานบอกว่า อยากฟังตอนจบ แหม! นิทาน ท่านพร ภิรมณ์นี้ ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ สะกดใจคนได้
สวัสดีค่ะ
กาแฟรสชาดดีจัง ขอบคุณมากๆค่ะ ฟังนิทาน ทานกาแฟ ดูดีนะคะ
ตามสบายเลยค่ะ นิทานเป็นเรื่องที่คนชอบฟัง มันไม่มีตัวตนให้ใครเดือดร้อน มีแต่คติธรรมที่แฝงอยู่ค่ะ เอาไปเล่าให้สนุกกว่านี้เลยนะ
</div>
สวัสดีค่ะ
เขียนตอบเสร็จ ส่งไม่ได้ จะบอกว่าขอบคุณกาแฟ และให้ช่วยกันเล่านิทานเรื่องนี้ต่อๆกันไป ด้วยความสนุก และคติธรรมค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพี่Sasinanda
พระท่านจึงว่า ให้อยู่กับปัจจุบันทุกขณะจิต แต่ปัจจุบันในความรู้สึกของแต่ละคน ไม่เท่ากัน บางคนอาจคือ ชาตินี้ ปีนี้ ชั่วโมงนี้ วินาทีนี้ หรือเสี้ยววินาที น้องเองก็ฝึกให้ระยะเวลาสั้นลงทุกทีๆ
คุณพีอ่านหนังสือเรื่อง"ไอสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น"หรือยังคะ ดีมากเลยค่ะ ได้ศึกษาธรรมะ ละเอียดขึ้นค่ะ
และจะบอกว่า คุณพี่นี่ ภาพไหนก็สวย ดูมีสง่าดีจังค่ะ
จากใจจริง
สวัสดีครับ