เงินค่าผีคนล้านนามาจากตำนานซื้อผีจากชาวลัวะ

 

เอิ้ว...ซื้อผีบ๋อ.....เอิ้ว...มีผีมาขายเน้อ  ไผจะซื้อผีมาซื้อเน้อ.......

เสียงพ่อค้าชาวลัวะเอิ้นตะโกนบอกชาวบ้านที่สนใจมาซื้อผีเอาไว้รักษาบ้านเรือน  เอาไว้เป็นผู้ปกปักรักษาคนในครัวเรือน โดยแต่ละผีจะให้คุณแตกต่างกันไปเริ่มตั้งแต่

-ผีปู่ย่า  หากใครซื้อผีนี้ไว้จะทำให้ลูกหลาน ญาติพี่น้องอยู่ดีมีสุข  เกิดความรักใคร่สามัคคีกัน  ญาติพี่น้องลูกหลานเครือญาติทุกคนจะมารวมกัน เกิดความอบอุ่นในวงตระกูล

-ผีก้ะ หรือผีปอบ     หากใครซื้อผีนี้จะทำให้วงตระกูลเป็นคนขยันหากินไม่เลือกว่าจะค่ำมืด กลางวันกลางคืนก็จะหากินไม่หยุดหย่อน มักเป็นผู้มีเงินเพราะความขยัน

-ผีมดผีเม็ง หากใครซื้อผีนี้จะส่งผลให้วงตระกูลมีความสุขสนุกสนานดังนั้นวงตระกูลของผู้ที่มีผีนี้รักษา  ก็จะกำหนดพิธีกรรมในวันที่ไหว้ผีในรอบปีญาติๆวงตระกูลก็มาร่ายรำ ฟ้อนบวงสรวง เรียกกันว่าพิธีกรรมการฟ้อนผีมดผีเม็ง  ทำให้ญาติ พี่น้องวงตระกูลสนุกสนานรื่นเริง

  เมื่อพ่อค้าชาวลัวะมาขายผีตามหมู่บ้าน  ผู้คนพื้นเมืองที่ต้องการซื้อผีต่างก็ซื้อผีคือสวย(กรวย)ดอกไม้เป็นสินค้าแทนผี   เมื่อซื้อแล้วก็นำสวยดอกไม้ไปไว้ในที่ๆลัวะบอกกล่าว   คือผีปู่ย่าให้นำสวยไปไว้ในห้องเรือนใหญ่หนึ่งแห่งและทำหอผีปู่ย่าไว้ที่บริเวณในรั้วบ้านอีกหนึ่งแห่งส่วนราคาตามแต่จะตกลงกัน เช่น  อาจเป็น  32 แถบ   45 แถบ  เป็นต้น

 ส่วนใครซื้อผีก้ะต้องนำสวยดอกไม้ไปไว้ในหม้อเลี้ยงผี นำหม้อไปวางไว้บนเพดาน  เพื่อให้ผีก้ะได้อยู่ในหม้อ  ไม่ออกไปทำร้ายใคร  ราคาผีก้ะ  อาจเป็น 12 แถบ  25  แถบ  แล้วแต่จะตกลงกัน

  ส่วนผู้ที่ซื้อผีมดผีเม็งก็จะต้องนำสวยดอกตัวแทนผีไปไว้ในหิ้งผีบนบ้านในห้องนอน  แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องเลี้ยงปีละ หนึ่งครั้งหรือสองสามปีครั้งแล้วแต่จะตั้งเงื่อนไขกันไว้  ในการเลี้ยงจะต้องมีดนตรีบรรเลงให้เกิดความม่วนงัน  สนุกรื่นเริง   ราคาผีมดผีเม็งอาจเป็น 36 บาท 12  บาทแล้วแต่ความพอใจ

ตั้งแต่ผู้คนได้ซื้อผีที่ตนเองต้องการมาไว้คุ้มครองบ้าน  ทำให้ผีมีบทบาทในวิถีชีวิตคนในครอบครัวกันมาก  หากใครเข้าบ้านเรือนโดยไม่บอกเจ้าบ้าน หรือเข้าไปในห้องนอนถือว่าผิดผี  ต้องถูกปรับไหมเท่าราคาค่าผีที่บ้านนั้นซื้อมา   เช่น  ถ้าซื้อสวยผีมาจำนวน  32  แถบ  ก็ต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน  32  บาท  เท่าเงินซื้อผี

ที่สำคัญคือผีจะปกป้องลูกสาวในครอบครัวนั้น  หากใครจับมือ ถือแขน  ถูกต้องเนื้อตัว ล่วงเกินผู้หญิงในครองครัวนั้นๆก็ต้องถูกปรับเสียค่าผี  ตามราคาที่บรรพบุรุษได้ซื้อสวยผีมาไว้ครั้งแรก    แม้จะสืบต่อๆกันมาเป็นเวลานานนับร้อยๆ  พันๆปี  การเสียค่าผีก็ต้องเป็นเงื่อนไขของทุกครอบครัว   ที่มีผีปกปักรักษาวงตระกูล  ไม่ว่า ผีปู่ย่า  ผีก้ะ   ผีมดผีเม็ง

ด้วยมีการเลี้ยงผีไว้ป้องกันผู้คนในครอบครัวดังกล่าวจะเห็นว่า  เดือนเก้าเหนือ(เดือนเจ็ดภาคกลาง)ผู้คนล้านนาต่างมีการเลี้ยงผี หรือหากมีงานเกี่ยวกับวงตระกูลก็จะเลี้ยงผีกัน  ทำให้ญาติๆมาร่วมกันประกอบพิธีโดยเฉพาะถึงปีใหม่หรือสงกรานต์ลูกหลานวงตระกูลที่อยู่ไกลกันก็จะมารวมกันทำพิธีเลี้ยงผีที่ตระกูลของตนมีอยู่

งานสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการใส่ผีในการแต่งงาน  เจ้าบ่าวต้องนำเงินค่าเสียผีใส่ขัน(พาน)พร้อมข้าวตอกดอกไม้ไปไหว้สาญาติผู้ใหญ่เจ้าสาวเรียกว่าเงินเสียผีหรือเงินใส่ผี เป็นเงื่อนไขว่าได้เป็นผีในครัวเรือนเดียวกันแล้ว ภาษาล้านนาว่า"  ผีตั๋วเดียวกั๋น" คือต้องเป็นญาติเครือเดียวกัน  นั่นเอง

ผีล้านนาจึงมีความสำคัญมาก   ในวิถีชีวิตของพวกเขา ตั้งแต่โบราณมาจนปัจจุบัน หลายๆครอบครัวก็ยังเลี้ยงผี มีผีปู่ย่า  ผีก้ะ และผีมดผีเม็งกันอยู่

อย่างไรก็ตามหลายๆครอบครัวในปัจจุบันไม่เลี้ยงผีที่บรรพบุรุษซื้อมา ทำให้ลูกหลานไปอยู่ที่ไกลหาโอกาสกลับมารวมกันได้ยาก   โดยเฉพาะความเชื่อเรื่องการเสียผี   ค่าปรับค่าล่วงเกินเกี่ยวกับผี ไม่มีในหัวใจคนสมัยใหม่ จึงทำให้หญิงสาวถูกล่อลวง  เสียผู้เสียคนไปมากต่อมาก